นับตั้งแต่ พ.ศ.2534 ที่ประเทศไทยเริ่มบังคับใช้พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ มาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 15 ปี และในช่วงระยะเวลาดังกล่าวก็ได้มีอนุบัญญัติต่าง ๆ ออกมาบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง และล่วงมาจนถึงเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ใน พ.ศ. 2545 ก็ได้บังคับใช้พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขึ้นอีก 1 ฉบับ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ฉบับปัจจุบันที่ได้ให้สิทธิแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีเหตุปัจจัยอะไรเลยที่เป็นอุปสรรค ทั้งนี้ต้องไม่ส่งผลกระทบกับสิทธิของคนอื่น

     โดยเนื้อแท้ของกฎหมายและอนุบัญญัติต่าง ๆ ที่กล่าวอ้างถึงข้างต้นแล้ว ก็ยังเป็นการมองคนพิการที่เป็นผู้รับการสงเคราะห์ เสียมากกว่าจะเป็นการมองเห็นที่ศักยภาพของคนพิการเหล่านั้น ในฐานะสมาชิกที่ปกติธรรมดาของสังคม การนำกฎหมายดังกล่าวมาปฏิบัติด้วยทัศนคติเช่นนี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำโดยไม่รู้ตัวว่า คนพิการกำลังถูกเลือกปฏิบัติในการใช้บริการจากภาครัฐ หรือบริการจากสังคม ยิ่งโอกาสในการเข้าถึงยากขึ้นด้วยข้อจำกัดทางด้านภาวะสุขภาพด้วยแล้ว และมาถูกซ้ำเติมด้วยทัศนคติของสังคมว่าเขาเป็นเพียง “ผู้รอรับ” อีก ก็ยิ่งทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ขาดโอกาสและขาดพลังในการต่อรองทางสังคม เพื่อสงวนรักษาสิทธิอันพึงมีพึงได้ของเขาเอง แม้ลักษณะเช่นนี้จะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากมองย้อนไป 15 ปี จะเห็นว่าช้ามาก และในปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับสิทธิเท่าที่ควรจะได้รับ หรือต้องได้รับ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

     แต่ในภาพรวมของสังคมไทยด้วยเจตนาที่ดี ดูได้จากแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ.2545 – 2549 ก็ได้พยายามที่จะชี้ชวนเชิงนโยบายให้สังคมได้ตระหนักตรงส่วนนี้ โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “ให้คนพิการมีศักยภาพที่สามารถพึ่งตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ” จึงเห็นเป็นโอกาสว่าการที่จะเพิ่มพูนพลังให้แก่กลุ่มคนพิการโดยตัวเขาเองในการรวมกลุ่มกัน น่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เขามีโอกาสที่จะได้แสดงหรือปลดปล่อยศักยภาพออกมา และนำไปสู่การได้รับการยอมรับและได้รับสิทธิอันพึงมีพึงได้จากสังคมอย่างเท่าเทียมกัน

     ผลพวงจากพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 และอนุบัญญัติต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุนให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิ และได้รับบริการสาธารณสุขตามความจำเป็นที่เกิดขึ้นแก่คนพิการ ทำให้ในปี 2548 จังหวัดพัทลุงได้ดำเนินการโครงการเอื้ออาทรคนพิการจังหวัดพัทลุง โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ เช่น เครือข่ายหน่วยบริการต่าง ๆ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมาคมคนตาบอด และสมาคมคนพิการจังหวัดพัทลุง เพื่อสร้างความเข้าใจโดยเน้นให้คนพิการรับรู้สิทธิตนเอง โดยวิธีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในแต่ละอำเภอ ระหว่างกลุ่มคนพิการ ผู้สนับสนุนงานคนพิการทั้งภาครัฐ/เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

     ทั้งนี้ก็ได้ใช้พื้นที่ในอำเภอเขาชัยสนเป็นพื้นที่นำร่องในการทดลองเดินเรื่องพัฒนาเครือข่ายคนพิการ “ชมรมเพิ่มพูนพลังคนพิการอำเภอเขาชัยสน” ที่เน้นการรวมกลุ่มเพื่อพูดคุยหารือกันของคนพิการทุกประเภทและญาติ จนสามารถขับเคลื่อนเครือข่ายได้เองถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังทำได้ไม่เต็มที่นัก เพราะยังขาดพลังในการสนับสนุนให้ถึงระดับจังหวัด ซึ่งเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงนโยบายต่อสิทธิคนพิการในการรับบริการจากภาครัฐ ตามแนวทางการบริหารราชการแบบ “ผู้ว่าฯ CEO” ในปัจจุบัน

เมนูติดตามอ่านเรื่องทั้งหมดในแต่ละตอน

EHM เครื่องมือสร้างพลังเครือข่ายคนพิการ ความเป็นมาฯ #1#2 และ #3 

กรอบคิดหลัก #1 และ #2  แผนเดินเรื่อง และ ภาคีเครือข่าย