วันนี้มีตัวอย่างหน่วยงานห้องคลอด เกี่ยวกับ CQI ดี ๆ มาฝาก เขาได้รางวัล ระดับโซนในจังหวัด ลองมา ลปรร.นะค่ะ เผื่อจะได้แนวความคิดใหม่ ๆ บ้างค่ะ
CQI ห้องคลอดโรงพยาบาลท่าคันโท
ชื่อโครงการพัฒนา พัฒนาระบบการป้องกันการเกิดภาวะ Birth asphyxia
ชื่อหน่วยงาน ห้องคลอด โรงพยาบาลท่าคันโท
สภาพปัญหา/ประเด็น ภาวะ birth asphyxia เป็นสาเหตุสำคัญของการตายและความพิการในทารก และมีผลกระทบต่อจิตใจ บิดา มารดา ญาติพี่น้อง ในครอบครัวสูงมาก ทำให้เกิดความสิ้นเปลืองใน การรักษาพยาบาลและเป็นภาระของครอบครัว และสังคม จากการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็กของโรงพยาบาลท่าคันโท ที่ผ่านมายังพบภาวะ birth asphyxia อยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มากจากสถิติ อัตราการเกิดภาวะ birth asphyxia ปีงบประมาณ 2548 = 25.64 (APGAR < 7), 52.16 (รวม APGER = 7)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อลดอัตราการตายของทารก
2. เพื่อลดอัตราการเกิด birth asphyxia
3. เพื่อป้องกันการเกิดความพิการทางสมองของทารก
ตัวชี้วัด/เป้าหมาย
1. อัตราการเกิด birth asphyxia < 30 : 1,000 การเกิดมีชีพ
สาเหตุของปัญหา
1. เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการขาดความรู้และทักษะเกี่ยวกับ
- การประเมิน high risk ของหญิงตั้งครรภ์ไม่ครอบคลุม
- การใช้ Pathograph ไม่ถูกต้อง
- การรายงานแพทย์ล่าช้า เนื่องจากประเมินปัญหาไม่ครอบคลุมและใช้ pathograph ไม่ถูกต้อง
- การประเมิน APGAR Score ผิดพลาด
2. อุปกรณ์
- เจ้าหน้าที่เตรียมอุปกรณ์ไม่พร้อมใช้
3. มารดาคลอด
- ความตระหนักรู้ในภาวะแทรกซ้อนที่มารดาตั้งครรภ์ควรทราบและสามารถปฏิบัติได้น้อย
4. ทารก
- ขนาด,น้ำหนัก,ท่า
แนวทางการดำเนินการปรับปรุง
1. ประชุมวิชาการการดูแลมารดามารดาคลอดระยะต่างๆ
2. การประเมิน high risk ของหญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดทุกราย จัดทำแบบประเมิน high risk สำหรับผู้ป่วยทุกราย หากพบ high risk score ≥ 10 รายงานแพทย์ทุกราย
3. ทบทวนการใช้ pathograph กำหนดให้ใช้ pathograph ในการดูแลมารดาทุกราย
4. เมื่อมารดามีภาวะผิดปกติและ pathograph ของมารดารอคลอดผิดปกติให้รายงานแพทย์ทันที
5. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง NCPR ปีละ 1 ครั้ง
6. ทบทวนการประเมิน APGAR Score ทารกแรกเกิด
7. Conference case ที่มีภาวะ birth asphyxia เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
8. กำหนดให้พยาบาลที่ผ่านการประเมิน Competency ในการปฏิบัติงานห้องคลอด เป็นผู้ที่ทำคลอด
9. เจ้าหน้าที่ใหม่ผ่านการอบรมเรื่องทักษะการทำคลอดและผ่านการประเมิน Competency พร้อมพยาบาลพี่เลี้ยงนิเทศงานขณะทำคลอด
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน
1. เจ้าหน้าที่
- ยังพบการประเมิน APGAR Score ผิดพลาด
- การใช้ pathograph ไม่ถูกต้องทำให้รายงานแพทย์ล่าช้า
- เมื่อมีปัญหา BA เจ้าหน้าที่ NCPR ได้ไม่สมบูรณ์
2. ผู้ป่วย
- มีความต้องการพัก โรงพยาบาลน้อยวันจึงรอให้เจ็บครรภ์ถี่ จึงมาโรงพยาบาล ในระยะใกล้คลอด ทำให้การดูแลและแก้ไขปัญหาช้า
แผนพัฒนา
1. จัดประชุมวิชาการเรื่อง การดูแลทารกที่มีภาวะ birth asphyxia
2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ NCPR
3. การประเมิน APGAR Score ทารก
4. ประชุมวิชาการเรื่อง การใช้ pathograph
5. การดูแลมารดาคลอดตามมาตรฐานการดูแลในแต่ระยะของการคลอด
6. เตรียมมารดาเพื่อคลอดตั้งแต่ ANC คลินิก
แนวทางการปฏิบัติ
1. มารดาที่มาคลอดบุตรทุกรายได้รับการดูแลตามมาตรฐาน การดูแลมารดารอคลอดในแต่ละระยะ
2. มารดาที่มาคลอดทุกรายต้องประเมิน high risk score ≥ 10 ต้องรายงานแพทย์ทุกราย
3. ใช้ Parthograph ในการดูแลมารดารอคลอดทุกราย ถ้ามีภาวะผิดปกติให้รายงานแพทย์เวรทราบทันทีและดำเนินการแก้ไข
4. เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถทำ CPR และ NCPR ได้
5. ประเมิน APGAR Score ตามแบบประเมิน
6. มีการตรวจนับอุปกรณ์และเวชภัณฑ์รถ Emergency ในห้องคลอดทุกเวร เพื่อเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้
7. จัดทำคู่มือแนวทางการดูแลทารกที่มีภาวะ birth asphyxia
8. มีแนวทางคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ กรณีพบว่าทารกในครรภ์มีท่าผิดปกติและมีการส่งต่อข้อมูลจาก ANC ถึงห้องคลอด
9. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมวิชาการร่วมกับงานอนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด
10. เจ้าหน้าที่ห้องคลอดตรวจสอบ ความพร้อมใช้ของอุปกรณ์ในห้องคลอดทุกเวร
11. จัดเตรียมรถ Emergency ไว้ในห้องคลอด 1 ชุด
12. ประสานงาน ANC ในการให้ความรู้เตรียมตัวเพื่อมาคลอดได้ถูกต้องทันเวลา
13. จัดทำข้อบ่งชี้เรื่อง การคลอดก่อนกำหนดรายงานแพทย์ทราบทันที
14. ถ้า estimate fetal size < 2,500 gm. และ > 3,500 gm. ได้ให้รายงานแพทย์ทราบทันที
15. ถ้า FHS ของทารกในครรภ์ผิดปกติ ต้องรายงานแพทย์เวรทราบเพื่อให้การแก้ไขและดูแลอย่างใกล้ชิด
ผลการดำเนินงานปี พ.ศ 2549
อัตราการเกิดภาวะ birth asphyxia ปีงบประมาณ 2549 = 11.81 (APGAR < 7), 31.12 (รวม APGER = 7)
ปี 2549
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน
1. เจ้าหน้าที่
- ยังพบการประเมิน APGAR Score ผิดพลาด
- การใช้ pathograph ไม่ถูกต้องทำให้รายงานแพทย์ล่าช้า
- เมื่อมีปัญหา BA เจ้าหน้าที่ NCPR ได้ไม่สมบูรณ์
2. ผู้ป่วย
- มีความต้องการพัก โรงพยาบาลน้อยวันจึงรอให้เจ็บครรภ์ถี่ จึงมาโรงพยาบาล ในระยะใกล้คลอด ทำให้การดูแลและแก้ไขปัญหาช้า
แผนพัฒนา
1. จัดประชุมวิชาการเรื่อง การดูแลทารกที่มีภาวะ birth asphyxia
2. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ NCPR
3. การประเมิน APGAR Score ทารก
4. ประชุมวิชาการเรื่อง การใช้ pathograph
5. การดูแลมารดาคลอดตามมาตรฐานการดูแลในแต่ระยะของการคลอด
6. เตรียมมารดาเพื่อคลอดตั้งแต่ ANC คลินิก
แนวทางการปฏิบัติ
1. มารดาที่มาคลอดบุตรทุกรายได้รับการดูแลตามมาตรฐาน การดูแลมารดารอคลอดในแต่ละระยะ
2. มารดาที่มาคลอดทุกรายต้องประเมิน high risk score ≥ 10 ต้องรายงานแพทย์ทุกราย
3. ใช้ Parthograph ในการดูแลมารดารอคลอดทุกราย ถ้ามีภาวะผิดปกติให้รายงานแพทย์เวรทราบทันทีและดำเนินการแก้ไข
4. เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถทำ CPR และ NCPR ได้
5. ประเมิน APGAR Score ตามแบบประเมิน
6. มีการตรวจนับอุปกรณ์และเวชภัณฑ์รถ Emergency ในห้องคลอดทุกเวร เพื่อเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้
7. จัดทำคู่มือแนวทางการดูแลทารกที่มีภาวะ birth asphyxia
8. มีแนวทางคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ กรณีพบว่าทารกในครรภ์มีท่าผิดปกติและมีการส่งต่อข้อมูลจาก ANC ถึงห้องคลอด
9. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมประชุมวิชาการร่วมกับงานอนามัยแม่และเด็กระดับจังหวัด
10. เจ้าหน้าที่ห้องคลอดตรวจสอบ ความพร้อมใช้ของอุปกรณ์ในห้องคลอดทุกเวร
11. จัดเตรียมรถ Emergency ไว้ในห้องคลอด 1 ชุด
12. ประสานงาน ANC ในการให้ความรู้เตรียมตัวเพื่อมาคลอดได้ถูกต้องทันเวลา
13. จัดทำข้อบ่งชี้เรื่อง การคลอดก่อนกำหนดรายงานแพทย์ทราบทันที
14. ถ้า estimate fetal size < 2,500 gm. และ > 3,500 gm. ได้ให้รายงานแพทย์ทราบทันที
15. ถ้า FHS ของทารกในครรภ์ผิดปกติ ต้องรายงานแพทย์เวรทราบเพื่อให้การแก้ไขและดูแลอย่างใกล้ชิด
ผลการดำเนินงานอีกรอบปี พ.ศ 2550
อัตราการเกิดภาวะ birth asphyxia ปีงบประมาณ 2550 = 7.72 (APGAR < 7), 13.23 (รวม APGER = 7)
วัตถุประสงค์
1. เพื่อป้องกันภาวะ birth asphyxia และป้องกันการเกิด still birth
2. เพื่อลดอัตราการเกิด birth asphyxia
3. เพื่อพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานให้มีความรู้ความสามารถและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
ตัวชี้วัด/เป้าหมาย
1. อัตราการเกิด birth asphyxia < 30 : 1,000 การเกิดมีชีพ (APGAR นาทีที่ 1 < 7)
2. อัตราการเกิด birth asphyxia ลดลง 0.5 %
3. อัตราความรุนแรงของการเกิดของการเกิดภาวะ birth asphyxia ลดลง = 0 % หลังจากได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพ
แนวทางปฏิบัติ / กระบวนการจัดการ
1. ขบวนการเริ่มตั้งแต่ผู้รับบริการเข้ามาฝากครรภ์
เน้นการสอนสุขศึกษาในกลุ่มพ่อแม่และผู้ที่มีอิทธิพลกับการคลอดครั้งนี้ในโรงเรียนพ่อแม่
หญิงตั้งครรภ์รายใหม่จะได้รับการตรวจ lab ทุกราย
หญิงตั้งครรภ์จะได้รับการคัดกรองตามเกณฑ์ high risk หากพบได้รับการส่งต่อเพื่อเข้าพบแพทย์ พิจารณาให้การรักษาที่เหมาะสมในรายนั้นๆ
ในหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 20 – 22 สัปดาห์ ที่มีปัญหาอายุครรภ์กับขนาดเด็กไม่สัมพันธ์กันจะได้รับการส่งต่อเข้าพบแพทย์เพื่อพิจารณาอัลตร้าซาวด์ เพื่อหาอายุครรภ์ที่ถูกต้อง
ในหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ ที่มีปัญหาสงสัยว่าส่วนนำไม่ใช่ Vertex ได้รับการส่งต่อเพื่อพบแพทย์เพื่อพิจารณาอัลตร้าซาวด์ เพื่อหาส่วนนำต่อไป
หญิงตั้งครรภ์จะได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยัก รับการ double check ที่ห้องตรวจครรภ์และห้องซักประวัติ
2. รอคลอด
หญิงรอคลอดได้รับการประเมินคัดกรอง/ซักประวัติตามเกณฑ์ high risk หากพบเกณฑ์ 10 คะแนนต้องรายงานแพทย์ทราบทันทีเพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงที
หญิงคลอดที่มีภาวะเสี่ยง ต้องมีการเตรียมทีมเพื่อช่วยฟื้นคืนชีพทารกไว้ให้พร้อม
หญิงคลอดหลังครบ 2 ชั่วโมง ตรวจภายในเพื่อดูอาการผิดปกติหลังคลอด
3. กรณีส่งต่อ
ให้โทรศัพท์ประสานโรพยาบาลที่จะส่งต่อ ทุกครั้ง
กรณี emergency โทรศัพท์ประสานแพทย์ที่จะส่งต่อทุกครั้ง เพื่อพิจารณาการรักษาอย่างทันท่วงที
การติดตาม case ให้ติดต่อเวลา 11.00 น. เฉพาะวันราชการ (รพ.กาฬสินธุ์)
แวะมาอ่านและมาทักทายค่ะ
ที่มาตุภูมิ ฝนกำลังตก
มีแต่สิ่งดีๆนะคะ
ขอชื่นชมค่ะ สุดยอดมากเลย
จากงานห้องคลอด รพ ป่าติ้ว ยโสธร
ชื่นชมครับ
สวัสดีค่ะ คุณ @..สายธาร..@
- ขอบคุณมากเลยค่ะ
----------------------
สวัสดีค่ะ คุณ เพียงพิศ สิงห์ชารี
- น่าชื่นชมกับทีมงานเหมือนกันค่ะ
- แวะมา ลปรร.ด้วยกันอีกนะค่ะ ห้องคลอดคอเดียวกัน ..อยู่แล้ว
---------------------
สวัสดีค่ะ คุณ Anek Thanonghan
- ขอบพระคุณค่ะ
...
เป็นพยาบาลอยู่ห้องคลอดเหมือนกันค่ะ กำลังทำเรือง BA เหมือนกัน ขอ แบ่งปันเรื่องแบบประเมิน High risk score หน่อยได้ใหมค่ะ น่าสนใจมากเลย จะได้ทดลองเอามาใช้ในหน่วยงานบ้างค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสมไสว
- ยินดีที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ ได้ผลเป็นอย่างไรบอกด้วยนะค่ะ เพื่อการพัฒนาต่อไปค่ะ
เป็นพยาบาลอยู่ห้องคลอดเหมือนกันค่ะ กำลังทำเรือง BA เหมือนกัน ขอ แบ่งปันเรื่องแบบประเมิน High risk score หน่อยได้ใหมค่ะ น่าสนใจมากเลย จะได้ทดลองเอามาใช้ในหน่วยงานบ้างค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเอื้อมพร
- ยินดีแลกเปลี่ยนค่ะ ดีเสียอีกแม่ปลอดภัย ลูกเกิดรอด
- เป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยงานค่ะ
อยู่ห้องคลอดเหมือนกัน ขอ แบ่งปันเรื่องแบบประเมิน High risk score หน่อยได้ใหมค่ะ
สวัสดีค่ะคุณออมจิตร์
- สักครู่นะค่ะ
- เดี๋ยวเอามาแปะมาให้ค่ะ
vอยู๋ห้องคลอดคะ อยากขอตัวอย่างแบบประเมิน High risk score ขอบคุณมากคะ
สวัสดีค่ะ คุณ ณัฐ / คุณ ออมจิตร์ / คุณ เอื้อมพร
- ได้แนบแบบประเมิน high risk score ไว้ให้แล้วนะค่ะ
ที่นี่ http://gotoknow.org/blog/thakuntho/310191
อยากได้แบบประเมิน High risk score ค่ะ รบกวนได้ไหมคะ อยู่ห้องคลอดเหมือนกันค่ะ กำลังพัฒนาเรื่อง BA เหมือนกันค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีค่ะ ทุกท่าน
แนบรายละเอียดไว้ ที่นี่ นะค่ะ ได้ผลอย่างไรโปรดบอกด้วยค่ะ
ขอแบ่งปันความรู้บ้างน่ะค่ะ กำลังทำเรื่องนี้พอดี
ขอขอบคุนค่ะ
ขออนุญาตนำไปใช้พัฒนางานน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ร่วมกันต่อยอดพัฒนา เป็นอย่างไรช่วยบอกต่อด้วยนะ