ผุ้เข้าประเมินเสียขวัญเสียกำลังใจ

การเยียวยาผู้ตกประเมินวิทยฐานะ

         นายศุภกร ศรีหาคลัง ประธานชมรมครู-ผู้บริหาร ค.ศ.3 ร้อยเอ็ด 2551 กล่าวว่า ตามที่ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้ยื่นคำขอมีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนด และได้จัดส่งผลงานทางวิชาการ ไปแล้วนั้น  ขณะนี้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษากำลังดำเนินการตรวจประเมินผลงานทางวิชาการ โดยที่ในบางสาขาวิชาได้ตรวจเสร็จและทยอยประกาศผลอย่างเป็นทางการไปบ้างแล้ว ปรากฏว่าในเขตพื้นที่ฯ ร้อยเอ็ดเขต 1, 2 และ 3 มีผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการมากกว่าร้อยละ 50 ทำให้ผู้ที่ทำผลงานเข้าประเมินเสียขวัญ กำลังใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมา ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากคณะกรรมการที่ตรวจประเมินผลงานทางวิชาการ   

         ส่วนใหญ่มาจากสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งแม้จะมีความรู้ ความสามารถ แต่อาจจะขาดความเข้าใจที่ดีกับบริบทของผลงานในแต่ละรายวิชาในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ส่งผลให้มาตรฐานการตรวจผลงานมีความแตกต่างกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ครู และบุคลากรทางการศึกษาใน จ.ร้อยเอ็ด และจังหวัดใกล้เคียงได้ร่วมประชุมกัน พร้อมทั้งลงชื่อ เสนอข้อเรียกร้องไปยัง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้หาทางทบทวน และแก้ไขช่วยเหลือผู้ที่ไม่ผ่านการประเมิน  โดยผ่อนปรน  หรือไม่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด

         นายศุภกรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกัน ให้ประสานไปยังครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ รวมทั้งองค์กรเครือข่ายครูต่างๆ เพื่อเสนอข้อเรียกร้องกรณีดังกล่าว และเป็นการช่วยเหลือ เยียวยาให้กับผู้ที่ไม่ผ่านการประเมิน แต่ได้ผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ มาครบถ้วนแล้ว เช่นเดียวกับการประเมินอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ที่ได้รับการช่วยเหลือมาแล้ว ซึ่งแนวทางแก้ไขทางที่ประชุมเสนอว่า  ควรนำครูที่ไม่ผ่านการประเมินมาประชุมร่วมกัน แล้วให้นำผลงานทางวิชาการไปแก้ไข และให้กรรมการประเมินใหม่  โดยต้องเป็นคณะกรรมการที่มาจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในรายวิชา ในสถานศึกษาแต่ละระดับเท่านั้น นอกจากนี้ ในวันที่ 21 ต.ค. ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่ผ่านการประเมินผลงานทางวิชาการ จะมาร่วมชุมนุมกันที่หอประชุมคุรุสภา เพื่อเสนอข้อเรียกร้องต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง.


ที่มา  ไทยรัฐค่ะ