"ชาวไร่ชาวนาสูญเสียที่ทำกิน" "เด็กและเยาวชนขาดความอบอุ่นและสำนึกรักในความดี" "สถาบันครอบครัวหละหลวมและไร้ความหมาย" "ยาบ้าหาซื้อง่ายกว่ายาแก้ไอ" "ต่างด้าวเถื่อนเกลื่อนบ้านเต็มเมือง" "ฯลฯ" สิ่งนี้ต่างหากคือวิกฤตการณ์ของชาติที่เราควรต้องรีบเร่งกู้

 ณ ตรงนี้

ครูวุฒิ พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกเพชร

ขอร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและประเทศไทย

ที่เดือนตุลาอาถรรพ์ได้กลับมาแสดงอิทธิฤทธ์อีกครั้งอย่างน่าสยดสยอง

(หากท่านรับได้กับความสยดสยองของตุลา๕๑ทมิฬ โปรดคลิกที่ลิงค์ด้านล่างนี้ครับ)

http://gotoknow.org/file/kruwoot/Thailand071051Z.jpg

http://gotoknow.org/file/kruwoot/Thailand071051W.jpg

??????????????????????????

 

?????? ทำไมหนอ ??????

วงจรอุบาทว์อันเกิดจากการขาดสติยั้งคิดและความยึดติดกับอัตตา

ของคนเพียงไม่กี่คน

จึงมักจะหวนมาหลอกหลอนคนรุ่นเก่าอย่างเราๆท่านให้สลดหดหู่ใจอยู่เป็นระยะๆ

......แต่อะไรไม่ว่า......

ทำไมเราจึงต้องสร้างภาพความเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้เหตุผลและไม่รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว

ให้เด็กๆคนรุ่นใหม่เห็น

ซึ่งเราต่างก็รู้ดีว่า  แม้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี  ที่ไม่ควรค่าแก่การเอาอย่างอย่างยิ่ง

แต่ตัวอย่างที่ไม่ดีเหล่านี้นี้ก็ซึมซับเข้าไปในหัวในทัศนคติ

ของเด็กรุ่นใหม่ตามธรรมชาติโดยอัตโนมัติ

ซึ่งจะกลายเป็นแบบอย่างให้เขาลอกเลียนแบบความรุนแรงได้ทันทีเมื่อมีสภาพการณ์ในลักษณะเดียวกัน

เพราะเขาก็จะรู้สึกและเห็นเป็นเรื่องธรรมดา (ในลักษณะทีคนรุ่นนี้ยังทำได้ แล้วรุ่นเราทำไมจะทำมั่งไม่ได้)

นี่เรากำลังสอน

๑. ต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่า

๒. ต้องเอาใจตัวเป็นที่ตั้ง

๓. คนที่คิดแตกต่างคือศัตรู

๔. ความดีงามที่เคยเรียนรู้เป็นเรื่องไม่จริง

(เช่น ความสามัคคีไม่ได้นำมาซึ่งความเจริญของหมู่คณะ เป็นต้น)

ฯลฯ

ให้ลูกหลานของเราด้วยการทำให้ดูเลยใช่ไหม?

~~~~~~~~

นั่งลงก่อนสักแป๊บเถอะครับ....

ลดอารมณ์รักชาติแบบคนสิ้นสติกันลงก่อนนิดหนึ่งดีไหม?

เพราะตอนนี้ประเทศชาติของเราแทบไม่เหลืออะไรกันแล้ว

ขอให้คิดและถือเสียว่า

"โดยธรรมชาติแล้ว ทุกอย่างคงเป็นไม่ได้ดั่งใจเราต้องการทั้งหมดได้ในทันทีหรอก"

"หรืออย่างน้อยก็ควรสงสารองค์พ่อหลวงของเราบ้างก็ยังดี"

~~~~~~~~

ที่จริงแล้ว

ประเทศไทยของเรากำลังจมลงสู่ความสิ้นสูญความเป็นชาติในอัตราที่ค่อนข้างเร็วจนน่าวิตก

"ช่องว่างระหว่างคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในชาติถ่างกว้างขึ้นทุกที"

อันเป็นผลมาจาก

"ความด้อยคุณภาพของการศึกษา"

ซึ่งแสดงผลออกมาให้เห็นเป็นประจักษ์ในลักษณะต่อไปนี้

"ชาวไร่ชาวนาทำอาชีพหลักได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว และมิอาจรักษาที่ทำกินไว้ได้ถึงลูกหลาน"

"เด็กและเยาวชนขาดความอบอุ่นและสำนึกรักในความดี"

"สถาบันครอบครัวหละหลวมและไร้ความหมาย"

"ยาบ้าและสิ่งเสพติดหาซื้อง่ายกว่ายาแก้ไอและลูกอม"

"ต่างด้าวเถื่อนเกลื่อนบ้านเต็มเมือง"

"ฯลฯ"

สิ่งนี้ต่างหากคือวิกฤตการณ์ของชาติที่เราควรต้องรีบเร่งกู้

เพราะส่งผลถึงความอ่อนแอของชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต

มิกสัญญีทางสังคมแบบอาร์เจนตินายืนรอเราอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

ต่อกรณีดังกล่าว  โคกเพชรมีความเห็นสอดคล้องต้องกันกับรีเจนซี่บรั่นดีไทยที่ว่า

"สำนึกดี สังคมดี"

โดยเครื่องมือที่จะช่วยให้เรารอดพ้นจากหุบเหวหายนะแบบอาร์เจนไตน์

อีกทั้งยังจะสามารถพลิกกลับมารุ่งโรจน์ได้แบบหักมุมมัดยิ้ม

ก็คือ

"การให้การศึกษาแบบเสริมสร้างความตระหนักและสำนึกดี"

ให้กับทั้งลูกหลานคนรุ่นใหม่และผู้ใหญ่คนรุ่นเก่าอย่างเราๆท่านๆไปพร้อมๆกัน

ซึ่งมีแบบอย่างและเส้นทางลายแทงแห่งความสำเร็จ

ให้เห็นอย่างเด่นชัดอยู่ 2 รูปแบบ (แต่มีแนวทางที่คล้ายคลึงกัน) คือ

1. หลักสูตรการเรียนรู้ตามไร่นา(โรงเรียนมัธยมเกษตร)

ของ "บาทหลวงกรุนด์ตวิก" แห่งเดนมาร์ก

และ

2. หลักสูตร"ความขยัน ช่วยตนเอง และร่วมมือกัน" ของ "บาทหลวงยองกีคิม" แห่งเกาหลีใต้

ที่สร้างความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคงมาจากเกษตรกรฐานรากของประเทศเป็นอันดับแรก

(โดยวิธีการปรับทัศนคติ สร้างพลังใจ เร่งเร้าให้ทำงานหนัก รักการเรียนรู้ อดทนสู้พึ่งตัวเอง รีบเร่งสร้างสามัคคี ทำความดีเพื่อกันและกัน ฯลฯ)

ซึ่งแม้จะเป็นของต่างชาติ ต่างภาษา และต่างยุคต่างสมัยกันค่อนข้างนาน

แต่ภายใต้บริบทและสภาพการณ์พื้นฐานทางปัญหาที่คล้ายคลึงกันในเกือบจะทุกประเด็นของประเทศเดนมาร์กและเกาหลีใต้ ณ วันนั้น  กับของประเทศไทย ณ วันนี้

คิดว่าน่านำมาประยุกต์ใช้กันได้อย่างลงตัวและได้ผล

หากไม่มีอุปสรรคปัญหาในเรื่องของ

"โทษลักษณ์พื้นฐานเฉพาะของคนไทย(แท้)"

ที่มากล้นไปด้วย.............................................. ฯลฯ (โปรดเติมเองครับ)

และมักทำให้เราเข้าใจความหมายของคำว่า

"รู้รักสามัคคี" และ "สมานฉันท์"

ไปคนละทิศบิด ไปคนละทาง  อย่างที่เห็นและเป็นอยู่

************

(ภาพจาก นสพ.ไทยรัฐ)