ทำไมเลือกที่จะเป็นครู มันมีที่มา เดี่ยวจะเล่าให้ฟัง ....มันเริ่มตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมีพี่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งแถวบ้านชักชวนให้ไปเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ ชวนแล้วชวนอีกก็ไม่ยอมไปด้วยเหตุผลที่ว่า "สอนไม่เป็นไม่อยากสอน กลัวสอนไม่ได้เพราะไม่ได้จบสายครูมาโดยตรง" จนกระทั่งจบแล้วก็ยังชวนอยู่ก็ไม่ยอมไป จบแล้วก็ออกหางานไปทั่วก็ไม่ได้ซักที ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน หน้าตาไม่ดี ตัวไม่สูง หรือเพราะใส่ผ้าคลุมผม อันนี้ก็ไม่ทราบสาเหตุ แต่ช่างมันเถอะไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่อุปสรรคคิดเสียว่าที่ตรงนั้นมันอาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้พระเจ้าลิขิตมาแล้ว ...
...จนกระทั่ง..เข้ามาหางานในกรุงเทพฯ มีเพื่อนทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งแต่เป็นพาทไทม์ เป็นบริษัทเกี่ยวกับงานเอกสาร ก็ทำไปเรื่อยๆ ก็เหนื่อยเหมือนกันนะถึงจะเป็นพาทไทม์แต่ก็ต้องมาทำงานทุกวันปกติ ค่าแรงได้วันละไม่เท่าไร ตกเดือนหนึ่งก็ประมาณ 6000 บาท แบ่งจ่าย 2 งวด ก็พออยู่ได้นะเพราะไม่ต้องเสียค่าห้อง อยู่กับพี่ชายและพี่สาว (มีทวงค่าห้องบ้างแต่หน้าหนาไม่ให้..อิอิอิ..)...
....ทำงานไปไม่ถึงปีก็เปลี่ยนงานใหม่ เพราะว่าเบื่ออยากสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองให้มากกว่านี้อยากได้งานที่มีรายได้ที่มั่นคง....เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ก็เพื่อนอีกนั้นแหละชักชวนไป...สำนักงานสถิติแห่งชาติรับสมัครเจ้าหน้าที่สถิติคนก็แห่กันไปสมัครเป็นจำนวนมาก.แต่โชคดีที่เขารับเยอะเลยได้ทำงานที่นั้น หน้าที่ที่ได้รับ..เป็นงานภาคสนามสัญญาจ้าง 1 ปี เอาละ 1 ปี ก็เยอะอยู่..ทำงานไปหางานอื่นไปด้วยตอนนั้นคิดว่าจะไม่หางานเอกชนแล้วละ จะสอบหน่วยงานของรัฐไปเรื่อยๆ ส่วนครูยังไม่อยู่ในความคิด....
....และแล้วทำงานไปก็สนุกนะมีเพื่อนก็เยอะ แต่ด้วยเหตุผลที่ว่างานที่ทำถึงแม้มันจะเหนื่อยแต่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ รายได้แต่ได้รับเยอะอยู่เหมือนกันตอนนั้นนะเงินที่ได้มาได้ส่งให้น้องเรียน ส่งให้แม่ทุกเดือน แต่ด้วยความที่ว่าจ่ายเงินไม่เป็นมั้งไม่เคยเก็บตังค์เลย เงินไม่เคยเหลือในแต่ละเดือน แต่ก็มีความสุขกับการทำงาน....แต่ความสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อหัวหน้างานบอกว่าสัญญาจ้างที่บอกว่า 1 ปี ที่จริงแล้วเราทำแค่ 6 เดือน ก็ไม่ทราบนะว่าเพราะอะไร เขาเลือกบางคนไว้ทำงานต่อแต่อีกหลายคนต้องออกจากงานนั้น และหนึ่งในนั้นก็เป็นดิฉัน เขาบอกว่าให้รอเขาเรียกกลับมาทำงานโครงการอื่นอีก ..
....ในระยะเวลาหนึ่ง 3 เดือน ที่ว่างงานก็หางานอื่นทำไปด้วย แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่ได้ซักที..จนกระทั่ง..หัวหน้างานเรียกกลับไปทำงานอีกครั้งแต่ไม่ได้ออกสนามแล้วให้ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลเพราะเขาต้องการคนบันทึกข้อมูลเยอะมาก คราวนี้สัญญาจ้างแค่ 3 เดือน...รายได้ที่ได้รับก็ลดลงได้ตามวุฒิ 7630 บาท คราวนี้ไม่พอจ่ายค่าเดินทางก็ 3 ต่อแล้ว....และแล้วก็ถึงเวลาที่ชีวิตต้องมาเป็นครูเพราะอะไร?
ทำให้งง..อีกแล้ว อาชีพครูเงินเดือนน้อยก็จริงแต่น่าภูมิใจที่สุด .นะจ๊ะ
หวัดดีค่ะ คุณน้องขา
สวัสดีค่ะ ทุกคน
สวัสดีค่ะrrak
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
เรื่องเล่าให้ข้อคิดดีค่ะ
ทำให้รู้ว่าเป็นนักสู้คนหนึ่ง
ขอบคุณค่ะ คุณ พนมมุกดา
จะติดตามอ่านจ้า
รีบๆเล่านะคะ
อ้อ ขอแสดงความคิดเห็นนะคะ นี่เป็นความคิดส่วนตัว
คือ ประเด็นการคลุมผ้า เป็นประเด็นเล็กมากแล้วนะคะ ในปัจจุบัน
การทำงานในองค์กรไม่ควรมีการวัดคุณค่า หรือคุณภาพคนจากเรื่องภายนอกอย่างนี้
นะคะ บางองค์กรต้องการคนทำงานที่แตกต่าง คิดว่าตรงนั้นเป็นองค์กรที่ดีกว่าค่ะ
อาชีพครู เป็นอาชีพที่น่าภูมิใจคะ
สลาม
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีดีค่ะ
สวัสดี วันศุกร์ สุดสัปดาห์