ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการจัดการเรียนรู้แบบฐานการเรียน โรงเรียนบ้านปลาขาว
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ปีการศึกษา 2549
ผู้รายงาน นายเพชรดำ ธนูศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาขาว
ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2550
บทคัดย่อ
การประเมินโครงการจัดการเรียนรู้แบบฐานการเรียน โรงเรียนบ้านปลาขาว สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ประเมินโครงการจัดการเรียนรู้แบบฐานการเรียน โรงเรียนบ้านปลาขาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ปีการศึกษา 2549 ตามกรอบความคิดการประเมินแบบซิป (CIPP Model) คือ ด้านสภาพแวดล้อม (Context)
ด้านปัจจัยเบื้องต้น (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Output) 2) ศึกษา
ความคิดเห็นของนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนต่อการดำเนินโครงการจัดการเรียนรู้แบบฐาน
การเรียน โรงเรียนบ้านปลาขาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 ปีการศึกษา 2549
3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 – 6 ปีการศึกษา 2549
ที่เรียนแบบฐานการเรียนกับเกณฑ์เป้าหมายของโรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยคณะครูผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนบ้านปลาขาว เก็บข้อมูลโดยใช้
แบบประเมิน แบบสอบถาม และแบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทำการวิเคราะห์ หาค่าความถี่
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมินสรุปได้ ดังนี้
1. การดำเนินงานตามโครงการจัดการเรียนรู้แบบฐานการเรียน โรงเรียนบ้านปลาขาว
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3 โดยรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านสภาวะแวดล้อมมีผลการประเมินระดับมากที่สุด ส่วนด้านอื่นๆ อยู่ในระดับมากทั้งหมด โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านกระบวนการ
ด้านปัจจัยเบื้องต้น และด้านผลผลิต เพื่อพิจารณาเป็นรายข้อในแต่ละด้าน พบว่า มี 2 รายการในด้านปัจจัยเบื้องต้นที่มีผลการประเมินระดับปานกลาง ได้แก่ งบประมาณเพียงพอ และวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้มีเพียงพอและเหมาะสม และด้านผลผลิตที่พบว่ามี 1 รายการที่มีผลการประเมินระดับปานกลาง คือ ครูผู้สอนสามารถออกแบบการวัดผล และประเมินผลการเรียนสอดคล้องกับกลุ่มนักเรียนที่คละชั้น
2. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ โดยภาพรวมทุกคนมีความเห็นในเชิงบวก หรือเห็นด้วยกับการดำเนินโครงการ ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทั้งนักเรียนและผู้ปกครองส่วนมากเห็นด้วยกับการแบ่งกลุ่มนักเรียนที่ให้นักเรียนคละชั้น และมีความเห็นตรงกันว่า นักเรียนที่เรียนแบบฐานการเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นและมีความสุขในการเรียน
3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 – 6 จากการสอบปลายปีการศึกษา 2549 พบว่า โดยรวมมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายของโรงเรียน
สรุปได้ว่า โครงการจัดการเรียนรู้แบบฐานการเรียนเป็นโครงการที่ดี โรงเรียนควรจะดำเนินการต่อเนื่องในปีการศึกษาต่อไป โดยนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะของผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นสารสนเทศในการวางแผนปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินโครงการให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น