แนวคิดการเพิ่มคุณค่าบนเครือข่าย
หากย้อนดูวิวัฒนาการการใช้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายในการประมวลผลพบว่า ความคิดของการประมวลผลในองค์กรและการใช้ข้อมูลข่าวสารเริ่มจากระบบการรวมศูนย์และค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนมาเป็นแบบกระจายมากขึ้นเป็นลำดับ
ในช่วงปี 1960 เป็นต้นมา การใช้คอมพิวเตอร์เป็นการใช้เมนเฟรม หรือระบบคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางการประมวลผล
ในช่วงปี 1970 มีการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์และพีซี จึงมีการใช้งานในเชิงการคำนวณแบบส่วนตัว เป็นพีซีเชื่อมต่อกับเมนเฟรม โดยให้พีซีเป็นเพียงเทอร์มินัล
ในช่วงปี 1980 มีการเพิ่มคุณค่าของระบบโดยการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีการพัฒนา PC LAN เพื่อให้คอมพิวเตอร์เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย
ในช่วงปี 1990 เป็นต้นมา เครือข่ายมีบทบาทมาก มีการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต อย่างกว้างขวาง การประยุกต์มีแนวโน้มการกระจาย มีเทคโนโลยีที่สนับสนุนที่สำคัญคือระบบ ไคลแอนต์ เซิร์ฟเวอร์
ในช่วงจากปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นไป เครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาและมือถือ (Palm) และพ็อกเก็ตพีซีจะเข้ามามีบทบาทในระบบเครือข่ายมากขึ้น การประยุกต์ใช้งานบนเครือข่ายจึงเพิ่มคุณค่าด้านการกระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ด้วยระบบไร้สาย มีการเชื่อมโยงแบบโมบายและไม่ต้องใช้สาย
แนวโน้มของการเพิ่มคุณค่าบนเครือข่ายจึงอยู่ที่ระบบการประยุกต์ใช้โดยเน้นในเรื่องความเป็นระบบที่ชาญฉลาด ใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานเป็นอัตโนมัติ
การเพิ่มคุณค่าบนเครือข่ายทุกวันนี้จึงต้องใช้ปัจจัยที่ทำให้ระบบชาญฉลาด และปัจจัยที่ประกอบหลายประการดังนี้
· speed : ความเร้าใจการทำงานต้องสูง รวดเร็วในการดำเนินงาน
· scale : เป็นระบบประยุกต์ที่สามารถขยายและปรับใช้ได้ทุกรูปแบบที่ต้องการ
· scope : ขอบเขตของการประยุกต์ซึ่งมีทั้งที่เป็นแบบเฉพาะ (private) และแบบนำเสนอต่อสาธารณะ (public)
· spending : มีการใช้จ่ายในระบบต่ำ ลดต้นทุนการประยุกต์ใช้งาน
· service : ให้บริการที่กว้างขวางและตรงตามความต้องการของผู้ใช้
· security : มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำให้มีความเชื่อมั่น
เป้าหมายของการประยุกต์ในปัจจุบันจึงเน้นการสร้างเครือข่ายข่าวสารหรือ Content Networking ระบบการขนส่ง Content Deriverly การพัฒนาจึงเน้นการสร้างระบบประยุกต์ในระดับ 4-7 บน ระบบ OSI layer โดยเน้นให้มีคุณภาพการให้บริการที่ดี
ก่อนนอน ไม่มีเวลาทักทายเท่าไหร่ครับ
เอาทะเลค่ำคืนที่บางแสนมาฝากครับ