การสัมมนาโลกสีเขียวด้วยพืชพลังงานทดแทน จัดโดยสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 ณ โรงแรม ที เค พาเลซ
การสัมมนามีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในสถานการณ์พลังงานและทิศทางการผลิตพืชพลังงาน โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1. การบรรยายพิเศษ เรื่อง สถานการณ์น้ำมันของโลก
บรรยายโดย นายวิเชียร อุษณาโชติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีประเด็นสำคัญดังนี้ มีการคำนวณกันว่าอีก 40 ปีข้างหน้า น้ำมันดิบจากฟอสซิลจะหมดไปจากโลก การใช้พลังงานของประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในรูปของน้ำมันและก๊าซ ภาคอุตสาหกรรมและขนส่งมีการใช้พลังงานมากที่สุด ส่วนภาคเกษตรกรรมนั้นมีการใช้พลังงาน 5% ของปริมาณการใช้พลังงานรวมของประเทศไทย ในปี 2549 ภาคเกษตรกรรมมีการใช้น้ำมัน 10.5% ของปริมาณการใช้น้ำมันรวมของประเทศ ในปี 2550 มีความต้องการใช้ B100 0.09 ล้านลิตร/วัน และเอทานอล 0.48 ล้านลิตร/วัน
2. การอภิปราย เรื่อง พลังงานทดแทนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์
นายธิบดี หาญประเสริฐ รองประธานมูลนิธิสถาบันพลังงานทดแทนเอทานอล/ไบโอดีเซลประเทศไทย มีประเด็นสำคัญดังนี้ มาตรการของภาครัฐในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนไบโอดีเซล ชนิด B2 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และในปี 2554 จะส่งเสริมให้ใช้ B5 โดยจะต้องเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซล B100 ประมาณ 3.03 ล้านลิตร/วัน
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ กำลังการผลิตเอทานอลของประเทศไทยในปี 2551 อยู่ที่ 2.77 ล้านลิตร/วัน ในอนาคตความต้องการเอทานอลสำหรับใช้เป็นพลังงานทดแทนในยานยนต์ประมาณ 11 ล้านลิตร/วัน โดยวัตถุดิบสำหรับผลิตเอทานอลมีเพียงพอกับความต้องการ ส่วนการส่งออกวัตถุดิบไปต่างประเทศจะต้องปรับลดลง
นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขานุการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย มีประเด็นสำคัญดังนี้ นโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงาน คือ
(1)ส่งเสริมการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล เช่น โรงไฟฟ้าจากกากปาล์ม และไบโอแก๊สภายใต้โครงการ SPP และ VSPP ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
(2)ส่งเสริมผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม แต่มีปัจจัยเสี่ยงในการลงทุนโรงงานผลิต
ไบโอดีเซล คือ ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ความชัดเจนในนโยบายของรัฐบาล ปริมาณวัตถุดิบที่มีในประเทศ และเทคโนโลยีการผลิต (คุณภาพของน้ำมันไบโอดีเซล)
3. การอภิปราย เรื่อง พลังงานสีเขียวแก้วิกฤตน้ำมันได้จริงหรือ
(1)ทิศทางพืชพลังงานไทยโดยผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มีประเด็นสำคัญดังนี้ มาตรการของภาครัฐในการส่งเสริมการผลิตและการใช้เชื้อเพลิงเหลวชีวภาพ คือ ยกเว้นภาษีสรรพสามิต กำหนดราคาเชื้อเพลิงเหลวชีวภาพต่ำกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจากปิโตรเลียม และลดอัตราการเก็บเงินสำรองเข้ากองทุนน้ำมันและอนุรักษ์พลังงาน
(2)การวิจัยและพัฒนาพืชพลังงานทดแทน โดยนายสมศักดิ์ ทองศรี สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร มีประเด็นสำคัญดังนี้
§ พืชพลังงานที่ผลิตเอทานอล
อ้อย มีการพัฒนาพันธุ์เพื่อให้ผลผลิตสูงและเหมาะสำหรับการผลิตเอทานอล
มันสำปะหลัง พัฒนาพันธุ์เพื่อให้ผลิตเอทานอลได้สูง พันธุ์ที่พัฒนาแล้ว คือ ระยอง 9 และพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่ รวบรวมจุลินทรีย์และพัฒนาสายพันธุ์ยีสต์เพื่อผลิตเอทานอล การโคลนยีนส์ Cellulase จากเห็ดเพื่อพัฒนาการผลิตเอนไซม์เซลลูเลสสำหรับผลิตเอทานอลจากชีวมวล
ข้าวฟ่างหวานและมันเทศ มีการวิจัยเพื่อใช้ผลิตเอทานอล
§ พืชพลังงานที่ผลิตไบโอดีเซล
ปาล์มน้ำมัน มีการปรับปรุงพันธุ์ เทคโนโลยีการปลูก และระบบการจัดการการผลิตปาล์มน้ำมันสำหรับผลิตไบโอดีเซล
สบู่ดำ ผลการศึกษาระบบการจัดการการผลิตสบู่ดำสำหรับผลิตไบโอดีเซล พบว่า มีผลผลิตประมาณ 400 กิโลกรัม/ไร่ และมีโรคแมลงรบกวนไม่คุ้มกับการลงทุนในเชิงพาณิชย์ เหมาะสมสำหรับการปลูกเพื่อใช้ในชุมชน โดยในปัจจุบันมีการศึกษาเรื่องจะทำอย่างไรให้ผลของสบู่ดำ 1 ช่อสุกพร้อม ๆ กัน
4. ชี้แจงแนวทางการส่งเสริมพืชที่ผลิตเอทานอล/ไบโอดีเซล โดย นายธวัชชัย วรศานต์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการผลิตพืชไร่ มีประเด็นสำคัญดังนี้
(1) โครงการส่งเสริมการผลิตพืชพลังงานของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร
§ วัตถุประสงค์ของโครงการ
- เพื่อส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้เป็นพลังงานทดแทน ส่งเสริมการผลิตและใช้น้ำมันสบู่ดำระดับชุมชน
- ส่งเสริมการผลิตพืชให้ตรงกับความต้องการของตลาด
- พัฒนาศักยภาพการผลิต การจัดการการผลิตและการตลาดให้สูงขึ้น
§ ในปี 2552 ได้รับงบประมาณดำเนินงานส่งเสริมสบู่ดำ จำนวน 4.1 ล้านบาท เพื่ออบรมเจ้าหน้าที่เรื่องถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสบู่ดำ ทำแปลงทดสอบ จัดตั้งกลุ่มต้นแบบ ศึกษาวิจัยและพัฒนากลุ่มต้นแบบการผลิตสบู่ดำ