ความสุขที่ก่อเกิด คือ ความสุขจากการทำงานอย่างมีคุณค่า และมีความหมาย

วันนี้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสอันงามที่ได้มาร่วมเวที กับ อ.แต้ม หรือ ดร.จรวยพร  ศรีศศลักษณ์ ผู้จัดการงานวิจัย จาก สวรส. ข้าพเจ้าได้เห็นโอกาสอันงาม ของคนหน้างานทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ที่มีพลังขับเคลื่อน พี่สำราญ ผู้จัดและผู้ประสานงาน เล่าให้ฟังว่าจริงๆ แล้วคาดหวังว่ามีเพียงห้าเรื่องเท่านั้นที่จะนำส่งเพื่อมาเข้าร่วม แต่พอประกาศออกไปให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรากฏว่ามีส่งมาทั้งหมด 21 เรื่อง ...  ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 18 เรื่อง อีกสามเรื่องกำลังดำเนินการ...

 

บรรยากาศของผู้เข้าร่วมมีร้อยกว่าท่าน ซึ่งบุคลากรทั้งหมดของสถาบันฯ ประมาณร้อยห้าสิบถึงร้อยหกสิบท่าน ดังนั้นจึงถือว่าเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ถือว่ามีบุคลากรเข้าร่วมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์...

 

ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุข ... นับตั้งแต่ได้อ่าน paper ตั้งแต่พี่สำราญส่งข้อมูลไปให้ ที่มีความสุข นั้นเพราะว่า ลักษณะงานที่ทำนั้นเริ่มจากปัญหาหน้างาน แล้วคนทำงานหยิบขึ้นมาแก้ปัญหา หากว่าได้เพิ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เล่างานที่ทำสู่กันฟัง

 

วันนี้ ดร.จรวยพร ได้พูดถึง R2R เพิ่มคุณค่า สร้างสรรค์ งานคุณภาพ...

ช่วงเช้าก่อนขึ้นพูด ดร.จรวยพรกับข้าพเจ้าได้ ลปรร. กันว่า ที่นี่แหละหัวใจคนทำงานเขายกมือขันอาสาแล้ว เราน่าจะถือโอกาสนี้ชงคนหน้างานเสริมต่อ

 

ในช่วงบรรยาย ดร.แต้ม (ดร.จรวยพร) บรรยายไป แจกของไปด้วย แบบบรรยากาศสบายๆ สไตล์กันเอง ...  จากนั้นต่อด้วยข้าพเจ้าที่ปรารถนาอยากให้คนหน้างานเกิดพลังใจสร้างความสุขความสบายใจให้เกิดขึ้นต่อตนเองในการทำงาน แม้ว่างานที่อยู่ตรงหน้าจะมากมายหรือมีปัญหาอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม ก็สามารถนำโอกาสการทำงานนี้มาขัดเกลาจิตใจ ให้เกิดการทำงานด้วยจิตที่เบิกบาน

 

บรรยากาศในช่วงเช้าผ่านไปด้วยใจที่รื่นรมย์พอสมควร

ในตอนบ่ายเป็นการนำเล่าเรื่องงานวิจัยที่ทำสู่กันฟัง มีจำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น บรรยากาศเราเน้นความเป็นกันเอง ต่อยอดความรู้ และค้นหาคุณค่าของงานที่ทำ ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจยิ่งนักว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ทำให้สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความสุข พลังของความดีงาม พลังของคนอยากทำงาน ที่ไม่มีการแบ่งกั้นระดับ หากแต่เป็นรู้สึกมีส่วนร่วม .... เป็นความโชคดีที่เวทีแลกเปลี่ยนครั้งนี้มีคุณพี่วิไล - นักจิตวิทยาจากกรมสุขภาพจิตมาร่วมเติมเต็มและต่อจิ๊กซอว์ภาพการทำงานของคนหน้างานทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

แม้แต่ผู้ช่วยเหลือคนไข้...

เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง...

หรือบุคลากรทางด้านอื่นๆ...แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกิจกรรมบำบัด ได้มาบอกเล่าการทำงานสู่กันฟังด้วยหัวใจอันชื่นมื่น เป็นมิติใหม่ที่ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะกระซิบบอกอาจารย์แต้มว่า ปรากฏการณ์นี้เราไม่สามารถมองผ่านไปได้เลยนะ ... มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีพลัง สะท้อนถึงบรรยากาศขององค์กร ที่มีความพร้อม ซึ่งเป็นความพร้อมของหัวใจคนทำงานที่อยากลุกขึ้นมาพัฒนางานประจำของตนเองด้วยกระบวนการวิจัย ที่ไม่ใช่การนำวิจัยมาเป็นตัวตั้ง หากแต่นำมาเป็นกระบวนการหรือวิธีการ...

 

มีเรื่องเล่าของทีมผู้ช่วยเหลือคนไข้มาเล่าเรื่องการนำศิลปะมาใช้ในการเยียวยาผู้ป่วย ซึ่งสามารถอธิบายหรือบอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ของผู้ป่วยได้ โดยสังเกตจากโทนสีที่ผู้ป่วยใช้ ... เป็นการศึกษาแบบง่ายๆ ตามวิถีของคนทำงานแต่สะท้อนถึงศักยภาพของจิตวิญญาณของความเป็นผู้มีความสังเกต ค้นหาปัญหาและคำตอบต่อการทำงานของตนเองได้...

 

และมีอีกหลายๆ เรื่องเล่าที่ข้าพเจ้า...อดที่จะบอกเล่าออกมาดังๆ ไม่ได้ว่า... คุณค่า... คุณค่าของงาน คือ สิ่งที่อยู่ในความตั้งใจของคนหน้างาน

 

และสิ่งที่ประทับใจข้าพเจ้ามาก คือ ... เวลาล่วงไปกว่าห้าโมงเย็นแล้วแต่บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยังคึกคัก มีผู้เข้าฟังนั่งอยู่เกือบเต็มห้องประชุม และเป็นการนั่งอยู่ด้วยความสมัครใจ ใบหน้ายังยิ้มแย้ม และข้าพเจ้ามาทราบทีหลังว่า ... เวทีการแลกเปลี่ยนความรู้นี้เสร็จสิ้นเมื่อเวลาหกโมงเย็น ซึ่ง ณ ตอนนั้นข้าพเจ้าได้ขอตัวเดินทางกลับเข้ากรุงเทพก่อนเพื่อขึ้นเครื่องกลับมาที่ขอนแก่น แต่ด้วยความที่ยังอยากอยู่ร่วมต่อ แต่ท่านผู้อำนวยการสถาบันฯ ท่านเสนอว่าเพื่อไม่เสี่ยงต่อการตกเครื่อง (ตกประจำ) ข้าพเจ้าควรจะออกเดินทางซึ่ง ณ ตอนนั้นคือ เวลาประมาณห้าโมงครึ่ง จึงเสียดายที่ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ร่วมถอดบทเรียนร่วมด้วย...

 

 

------------------------------------

ถอดบทเรียน

25 กันยายน 2551

สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์