พุทธคำนาย

เรื่องพุทธทำนายขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ได้มีการบันทึกเอาไว้ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่มีการกล่าวถึงและรอผลการทำนายมาเนิ่นนานถึงกึ่งพุทธศตวรรษ ซึ่งข้อพิสูจน์บางอย่างก็ได้เห็นจริงแล้ว แต่บางอย่างยังคงต้องใช้เวลาพิสูจน์ต่อไปในอนาคต การทำนายของพระสัพพัญญูเจ้านั้น คงไม่ต้องใช้วิธีการใด ๆ ในทางโหราศาสตร์ทุกแขนง เพียงแต่พระพุทธองค์ท่านทรงกำหนดจิตพิจารณาเท่านั้น ก็ทรงมีพุทธทำนายออกมาได้ทันที ซึ่งปฐมเหตุแห่งพุทธทำนายนั้นมีความเป็นมาดังนี้

ในสมัยพุทธกาล ณ ราตรีหนึ่งพระยาปัตเวน หรือพระเจ้าปเสนทิโกศล จอมกษัตริย์ แห่งกรุงสาวัตถีได้ทรงพระสุบินนิมิต (ฝัน)ถึงเหตุประหลาด ๑๖ ประการ  จนสะดุ้งตื่นจากพระบรรทม ทรงหวาดหวั่นเป็นกำลัง  เมื่อไต่ถามพราหมณ์ปุโรหิตให้พยากรณ์ก็มีคำพยากรณ์ออกมาว่าจะเกิดอันตรายขึ้น ๓ประการ คือ  ๑. อันตรายแก่ราชสมบัติ   ๒. อันตรายแก่พระมเหสี  ๓. อันตรายแก่พระชนม์ชีพของพระองค์ "   ผลคำพยากรณ์พระสุบินนิมิตนี้เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ พราหมณ์ได้กราบทูลให้จับสัตว์มาอย่างละ ๔ ตัวเพื่อทำพิธีบูชายัญ

 เรื่องนี้พระนางมัลลิกา (พระมเหสี) ได้ไปทูลถามพระพุทธองค์ พร้อมกับพระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงพระสุบินนิมิตอันแปลกประหลาด    จึงได้รู้ความจริงจากพระบรมศาสดาว่า"มหาสุบินนิมิต๑๖ ประการนั้น  จะไม่บังเกิดในขณะนั้น  และมิได้บังเกิดในรัชกาลของพระองค์  จึงทำให้พระเจ้าปเสนทิโกศลเลิกพิธีจับสัตว์มาบูชายัญเสีย  ด้วยจะเป็นกรรมเวรสืบกันไป และไม่บังเกิดผลดีอย่างไร

การที่พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงพระสุบินนิมิตเหตุประหลาดถึง  ๑๖ ประการนั้นเป็นเพราะเทวดาคงจะต้องการบอกเหตุ โดยอาศัยพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นสื่อ    และยังได้ดลใจให้ไปทูลถามพระพุทธองค์จึงได้เกิดคำพยากรณ์ขึ้นเป็นวิสามัญเหตุและอุบัติการณ์ที่อยู่ในข่ายพระบารมีของสมเด็จพระบรมศาสดาจะได้ทรงตรัสคำพยากรณ์อันเป็นอมตะนี้  ซึ่งรายละเอียดของพระสุบิน และคำพยากรณ์ เป็นอย่างไรก็ขอเชิญท่านผู้อ่านได้สดับ และวินิจฉัยเป็นข้อ ๆ ดังนี้

ข้อ ๑.ในสุบินว่า"ได้เห็นโคอุสุภราชสีดำ ๔ ตัว มาแต่ทิศทั้ง๔ ทำอาการเหมือนจะชนกันที่หน้าพระลานหลวง ครั้นมหาชนมามุงดู   โคอุสุภราชทั้ง ๔ ทำเหมือนจะชนกันจริง ๆ ส่งเสียงคำรามร้องกึกก้อง แล้วต่างตัวต่างก็ถอยหลังไปไม่ชนกันอย่างที่คิด"

มีพุทธพยากรณ์ว่า"จะมีเมฆดำตั้งขึ้นในทิศทั้ง๔ เสียงฟ้าลั่นอยู่ครืน ๆ ทำทีเหมือนฝนจะตก แต่ก็มิตก ทำให้เกิดการเสียหายแก่พืชผล เกิดข้าวยากหมากแพงในประเทศ"

ถ้านำเอาพุทธพยากรณ์มาเปรียบเทียบกับดวงดาวในวิชาโหราศาสตร์ "โคอุสุภราชสีดำทั้ง ๔ตัวสีดำ ก็คือ ดาวเสาร์ ซึ่งหมายถึงความทุกข์ยากแห้งแล้ง ส่วนโคอุสุภราช หมายถึง เมฆฝน เพราะเป็นสัตว์สวรรค์บนท้องฟ้า คล้ายเมฆดำอันหมายถึง โคดำ นั่นเอง"

ข้อ ๒.  สุบินว่า  "เห็นต้นไม้และกอเล็กๆ ผุดขึ้นจากดินแล้วเจริญขึ้นโดยลำดับ ผลิตดอกออกผลในขณะที่เล็กๆอยู่นั้น"

ทรงพระพุทธทำนายว่า   "โลกสมัยต่อไปจะเสื่อม อายุผู้คนจะสั้น แต่กิเลสกลับร้อนแรงขึ้น จะสมสู่กันแต่เล็ก ๆ จนเกิดลูกหลานเมื่ออายุยังน้อย เหมือนต้นไม้เล็กมีดอกผลฉะนั้น"

พุทธทำนายข้อนี้  ปัจจุบันได้บังเกิดให้เห็นกันบ้างแล้วถึงแม้ความเจริญทางด้านการแพทย์จะสูงขึ้น แต่คนก็ยังอายุสั้นและตายกันง่ายอยู่ดี   เพราะสภาพมลภาวะที่เป็นพิษ และอาวุธที่ทันสมัย ฆ่ากันให้ตายได้ในพริบตาเดียวนี่ขนาดยังไม่รวมถึงโรคร้ายที่รักษาไม่หาย เช่น เอดส์ หรือ มะเร็ง ส่วนการที่คนมีกิเลสตัณหามากขึ้นมีการสมสู่กันแต่เล็ก ๆ หรือผู้ใหญ่เองก็เถอะ นิยมสมสู่กับเด็กๆ อายุไม่เกิน ๑๓เมื่อสัก ๖ หรือ ๗ ปี ก่อน เคยมีข่าวว่า มีเด็กคนหนึ่งอายุ ๑๑ ขวบ (จีนไต้หวัน) คลอดลูกออกมา แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เชื่อในพุทธทำนายได้อย่างไรล่ะครับท่าน

ข้อ ๓.สุบินว่า"แม่โคดูดนมลูกโค ซึ่งเกิดในวันนั้น"ทรงพระพุทธทำนายว่า" ต่อไปการเคารพนบนอบต่อผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จะเสื่อมถอยลง และในทางตรงกันข้าม ผู้ใหญ่ต่างหากจะต้องประจบเด็ก เหมือนแม่โคดูดนมลูกโคฉะนั้น"

ในปัจจุบัน    ผู้ใหญ่ในความคิดของเด็กๆ เหมือนหัวหลักหัวตอ ไอ้ที่จะมาเคารพนบไหว้นั้น ไม่ค่อยจะมีให้เห็น   เมื่อสัก ๕ หรือ ๖ ปี มานี้ ได้มีลัทธิอุบาทว์ เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย มีคนหลงเข้าไปเป็นสาวกอยู่มาก    มาจากพวกเกาหลีหรือญี่ปุ่นนี่แหละ  มีการสอนให้ทำสมาธิ สอนไปสอนมาดันสอนออกมาได้ว่า  "พ่อแม่มีหน้าที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดู ไม่ได้ถือเป็นบุญคุณอะไร"  ตอนหลังกระทรวงศึกษาธิการทราบเข้า  ก็เลยสั่งปิดสำนักต่าง ๆ ไปเสียหลายแห่งและห้ามนำมาเผยแพร่เด็ดขาด ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ยังมีการลักลอบสอนกันอยู่หรือเปล่าในปัจจุบัน