“เรือนักท่องเที่ยว” ที่แล่นเข้า แล่นออกผ่านหน้าบ้านในช่วงวันหยุดหลักๆ แล้วจะมีอยู่ 3 ชุด ชุดแรกจะทยอยมาในช่วงสายๆ น่าจะออกมาจาก “อัมพวา” มุ่งหน้าไป “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” ชุดนี้มีซักประมาณสิบลำ ถ้าเป็นวันหยุดติดกันหลายวันจำนวนเรือก็จะเพิ่มมากขึ้น อีกชุดหนึ่งจะมากันช่วงบ่ายแก่ๆ มีไม่มากนักคงออกมาจากตลาดน้ำดำเนินสะดวก ล่องชมทิวทัศน์ไปอัมพวา ส่วนชุดท้ายเป็นชุดที่เที่ยวแบบค้างคืนออกมาจากรีสอร์ทเพื่อไปชมตลาดน้ำยามเย็นและดู “หิ่งห้อย” ที่อัมพวา ประมาณหกโมงเย็นก็ทยอยกันออกไป และกลับมาอีกครั้งตอนประมาณสี่ทุ่มเศษ
เรือนักท่องเที่ยวที่แล่นผ่านหน้าบ้านเป็นสิ่งที่ผู้เขียนคุ้นชินมาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือ ปริมาณเรือที่เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อก่อนนี้ส่วนใหญ่จะมากันช่วงสายๆ ของวันอาทิตย์ ทยอยกันมาประมาณสี่ - ห้าลำ แต่ละลำก็ทิ้งช่วงห่างกันพอสมควร และจะออกมาจากตลาดน้ำดำเนินสะดวก ล่องขึ้นไปทางอัมพวาเพียงเส้นทางเดียว ที่สำคัญนักท่องเที่ยว “กลุ่มดั้งเดิม” นี้ส่วนใหญ่หรือจะบอกว่าทั้งหมดก็ได้ เป็นชาวต่างชาติ ถ้าเป็น “กลุ่มฝรั่ง” จะนั่งกันมาลำละสอง - สามคน มีไกด์บ้างไม่มีบ้าง แต่ถ้าเป็น “กลุ่มญี่ปุ่นหรือจีน” จะมากันหลายคนหน่อยและมีไกด์ทุกลำ ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่เห็นทุกวันนี้เกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มคนไทยใส่เสื้อชูชีพสีส้มสดใสนั่งกันมาเต็มลำเรือ ... หลายครั้งที่นั่งสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านผู้เขียนรู้สึกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มดั้งเดิมค่อยๆ ทยอยหายไป ไม่รู้ว่าหนีไปเที่ยวที่ไหนกันหมดแล้ว
ชาวบ้านแถบนี้ส่วนใหญ่ยังใช้ประโยชน์จากน้ำในลำคลอง ทั้งอาบน้ำ ซักเสื้อผ้า ล้างถ้วยชาม เพราะสภาพน้ำยังจัดว่าใช้ได้อยู่แม้ว่าจะมีขยะเพิ่มขึ้น แต่เพราะกระแสน้ำไหลขึ้น-ลงตลอดเวลาจึงไม่ทำให้น้ำเน่าเสียจนใช้ประโยชน์ไม่ได้...เวลาที่เราลงไปซักผ้าหรือล้างถ้วยชามในช่วงที่เรือนักท่องเที่ยวแล่นเข้าแล่นออก เราจะต้องหยุดภารกิจไว้ชั่วขณะ เพราะกระแสคลื่นที่กระทบฝั่งจะทำให้น้ำช่วงริมฝั่งขุ่นด้วยตะกอนโคลน คนขับเรือบางลำที่มารยาทดีถ้าเห็นชาวบ้านมีกิจกรรมซัก-ล้างอยู่ที่ท่าน้ำก็จะแล่นเบาๆ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจเดินเครื่องเต็มที่ ถ้าเรายกข้าวของหนีขึ้นไม่ทันคลื่นก็จะซัดกระจัดกระจายให้ไล่คว้ากันวุ่นวาย แต่นี่ก็ยังถือว่าเป็นผลกระทบเล็กๆ น้อยๆ ส่วนที่หนักหนาสำหรับชาวบ้านคือตลิ่งที่ถูกคลื่นซัดกัดเซาะลึกเข้าไปทุกที จนเดี๋ยวนี้เกือบทุกบ้านที่มีกำลังพอจะทำได้ต้องสร้าง "เขื่อน" ขึ้นมาเพื่อป้องกัน...สำหรับชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรแล้ว ราคาของเขื่อนแลกมาด้วยเงินทองที่หมั่นเก็บออมมาอย่างยาวนาน...
ช่วงที่กระแสท่องเที่ยวของจังหวัด “บูม” ใหม่ๆ มีเรือนักเที่ยวหลั่งไหลมามากมาย ตอนนั้นผู้เขียนก็ยังทำใจไม่ได้ที่กิจกรรมต่างๆ ที่เราเคยทำท่ามกลางบรรยากาศสงบร่มเย็นของท่าน้ำหน้าบ้าน ตกเป็นเป้าสายตาของนักท่องเที่ยวลำแล้วลำเล่าที่ผ่านไปมา ต้องอพยพหนีเข้าไปในบ้านทุกครั้งที่ได้ยินเสียงและเห็นเรือผ่านโค้งน้ำมา แต่หลังๆ เริ่มทำใจได้ กลับไปทำทุกอย่างตามปกติ รวมทั้งพยายามทำตัวเป็น “เจ้าบ้าน” ที่ดีคอยส่งยิ้มและโบกมือทักทายกับนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
(2)
ปลาทูแม่กลอง
21 กันยายน 2551
ดีใจด้วย ที่สามารถทำใจอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวเราได้ ด้วยใจที่สงบนิ่ง ความสุขอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม ขอให้ทุกๆ ลมหายใจมีแต่ความสุขตลอดไป