ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความเชื่อ  พิธีกรรม การรำแกลมอ

               กุย หรือ กวยเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิมของ จ.สุรินทร์ ที่สืบเชื้อสายมาจากขอม ซึ่งมีความรู้ความสามารถในด้านวิชาคาถาอาคม มีอาชีพในการจับช้างและเลี้ยงช้างมานานหลายชั่วอายุคน ชอบอาศัยอยู่ในทำเลป่าดง คนเหล่านี้เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่พูดภาษา ออสโตรเอเซียติกซึ่งมีเฉพาะภาษาพูด แต่ไม่มีภาษาเขียน เรียกกันว่า ข่า ส่วย หรือ กวยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอจอมพระ ท่าตูม ศีขรภูมิ และ อ.สังขะ จังหวัดสุรินทร์ส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ  บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และบางหมู่บ้านของจังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งจังหวัดนครราชสีมา ด้วยในปัจจุบันชนกลุ่มนี้ยังอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจาย ในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศกัมพูชา และทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นกลุ่มที่รู้จักกันในนามของ ข่าซึ่งมีวัฒนธรรมด้านภาษาอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับชาวกุย และภาษากุย หลายคำเมื่อรวมเข้ากับภาษาเขมร จะมีรากศัพท์ใกล้เคียงกับภาษาพูดของชาว ไทโส้ที่อาศัยอยู่ในอำเภอกุสุมาลย์ จ.สกลนคร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มคนที่สืบทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณี ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว

หนึ่งในความเชื่อของ ชาวกุยคือ การแสดง แกลมอซึ่งเป็นการแสดงที่สืบเนื่องมาจากความเชื่อว่า ชาวกุยทุกคนจะมีดวงวิญญาณของบรรพบุรุษคอยปกป้องคุ้มครอง ปกปักรักษาอยู่ตลอดเวลา ในทุกๆ ปีชาวกุยจะจัดให้มีพิธีกรรมการแสดงแกลมอเพื่อบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษและสิ่งสิทธิ์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างกำลังใจ ตลอดถึงการรักษาผู้ป่วยไข้เช่นเดียวกับการ โจลมะม๊วดของชาวเขมร หรือ โส้ทั่งบั้งของชาวไทโส้ ในอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ซึ่งพิธีแกลมอ จะมีอยู่ 3ประเภท คือ

 

1. การบูชาดวงวิญญาณบรรพบุรุษเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ

2.              การประกอบพิธีกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยซึ่งเป็นการอัญเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมาให้ความ      

    ช่วยเหลือ ขอคำแนะนำผ่านล่าม หรือ คนทรงเพื่อหาสาเหตุของการเจ็บป่วยและหาทางรักษาตาม

     ความเชื่อ

3.การประกอบพิธีกรรมเพื่อเป็นการแก้บน หรือ สักการะตอบแทนดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ดลบันดาลให้ได้รับความสำเร็จตามคำขอของลูกหลาน

สรุปว่าการแสดง แกลมอนี้ เป็นพิธีกรรมที่ส่งผลให้เกิดความร่มเย็น การอยู่เย็นเป็นสุขของคนในชุมชน โดยจะมีผู้นำประกอบพิธีกรรม หรือ แม่หมอทำหน้าที่ในการอัญเชิญดวงวิญญาณประทับร่าง มีนักดนตรีประมาณ 5-7คน นางรำตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีเครื่องบวงสรวง เซ่นสังเวย จำนวน 1ชุด ประกอบด้วย เสื้อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ พานบายศรี ดอกไม้ธูปเทียน เงิน ทอง เหล้า บุหรี่ หมากพลู ชุดขัน 5  ดาบ 1เล่ม ไข่ไก่ 1ฟอง ข้าวสาร และเครื่องประกอบอื่นๆ แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละชุมชน

พิธีกรรมจะเริ่มต้นจากการอัญเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษมาเข้าประทับร่างแม่หมอ หรือ คนทรง ร่างของแม่หมอจะสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง จากนั้นลูกหลานที่ร่วมพิธีจะผูกข้อมือให้แม่หมอ และแจ้งถึงความประสงค์ที่ได้อัญเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษมา เสร็จแล้วแม่หมอ หรือ คนทรงก็จะดื่มกินเครื่องซ่นสังเวย ก่อนที่จะลุกขึ้นฟ้อนรำไปรอบๆ เครื่องสักการะ ผู้ที่ร่วมอยู่ในพิธีก็จะมีอาการสั่นเทิ้มไปตามๆ กัน คนที่อยู่ใกล้ก็จะผูกข้อมือรับและผู้ที่มีอาการดังกล่าวก็จะลุกขึ้นฟ้อนรำไปรอบๆ เครื่องสักการะ เช่นเดียวกับแม่หมออย่างสนุกสนาน กินเวลาข้ามวันข้ามคืนเช่นเดียวกับพิธี โจลมะม๊วดของ   

ชาวเขมร นั่นเอง