การเรียนการสอนในอดีต

 

ครูไทยสมัยโบราณตอนที่ 2

 

เป็นเรื่องที่คุณตาเล่าถึง  วิธีการสอนศีลธรรม  คณิตศาสตร์  และการใช้จิตวิทยาของครูในการอบรมบ่มนิสัยศิษย์  ในการเล่าครูดาพิมพ์ตามสำนวนของคุณตาไม่ได้ปรับเปลี่ยน เพื่อให้ได้อ่าน  สำนวนภาษาของคนรุ่นเก่า      คุณตาเล่าต่อ

            .............สมัยนั้น  แม้แต่ศีลธรรมก็เข้มงวด  เมื่อเข้าห้องเรียน             จะกราบพระสามหน  คืออรหังสัมมาสัมพุทโธ  พุทธัง ภะวันตังอภิวาเทมิ  สามหน  สวาขาโตและสุปฏิปันโณ  ไม่มีเสาธง  เข้าศาลากราบพระสามหนแล้วก็ลงมือเรียนเลย 

             ส่วนเลขก็มีหารสั้น  หารยาว  บัญญัติไตรยาง  สมัยข้าพเจ้าเรียนมีถึง ม.๘ แต่จะเรียนอีกกี่ปีได้ปริญญาข้าพเจ้าจำไม่ได้ แต่ ม.๘  สมัยก่อนเก่งภาษาอังกฤษ  สามารถพูด  เขียนเก่ง  ถ้าไปเรียนเมืองนอกก็ไม่ต้องไปกวดวิชาภาษาอังกฤษอีก  สมัยก่อนมีโรงเรียนดัง  อัสสัมชัญ  เทพศิรินท์ดังมาก  มาแตร์เดออี  คนเข้าเรียนคือลูกเจ้าขุนมูลนายหรือลูกคนมีเงิน 

            พอเย็นลงครูจะให้นักเรียนท่องสูตรคูณให้ได้อย่างน้อย  แม่ ๑๒  ทำให้เราเก่งเลขคณิตในใจ  ครูจะถามให้คิดในใจว่า  ๑๒ x ๗ เป็นเท่าไร  ถ้าเราเก่งสูตรคูณเราจะตอบทันทีว่า    ๑๒ x = ๘๔  สมัยนี้มีเครื่องคิดเลขทำให้สมองคนเอาเวลาว่างไปคิดสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์เสียส่วนมาก

            สมัยนี้ครูสอนก็มาก  แต่สอนวิชาน้อย  อย่างม.๖  สมัยนี้ภาษาอังกฤษไม่กระดิกหู  ส่วนการสอนของคนไทยจนจบระดับปริญญาตรี  โท  ของไทยเก่งกว่าของฝรั่งแต่ไม่โก้ต้องปริญญานอกถึงจะโก้  ส่วนการสอนของคนไทยไม่น้อยหน้าฝรั่ง  ถ้าคนไทยไม่เก่งทำไมไปอยู่เมืองนอกโดยฝรั่งอ้าแขนรับแพทย์ไทย  ข้าพเจ้าก็ไม่เคยไปอยู่เมืองนอกแต่ประสบการณ์ของข้าพเจ้าจึงทราบได้

            เมื่อข้าพเจ้าเรียนสมัย  พ.ศ. ๒๔๘๐  ใครจบป. ๔ เป็นครูได้  เงินเดือนเพียง ๘ บาท  และจะมีการสอบเทอมกลาง  และเทอมปลายเลื่อนชั้นเมื่อสิ้นปี

            ส่วนศีลธรรมก็สอนให้เคารพครูอาจารย์  บิดามารดา  เมื่อพบผู้ใหญ่ให้ยกมือไหว้  การเรียนการสอนสมัยนั้น  นักเรียนกลัวครูยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก  การปกครองนักเรียนสมัยนั้นเขาใช้อุบาย  เปรียบสมัยนี้เขาเรียกจิตวิทยา   ก็คือการเปรียบเทียบให้ฟังไม่ใช่กลัวครูด้วยไม้เรียวหรือไม้บรรทัดตีที่ฝ่ามือ  ข้าพเจ้าเคยโดนตีที่ฝ่ามือ

            พ่อแม่เมื่อให้กำเนิดบุตรธิดามาก็มีความรักใคร่บุตรธิดา  ห่วงใยในความทุกข์สุขเมื่อโตขึ้นมาก็ส่งเข้าโรงเรียนหาความรู้  เมื่อกลับจากโรงเรียนต้องเคารพบิดามารดา  ตอนเช้าก็เหมือนกัน  ก่อนจะมาโรงเรียนต้องทำความเคารพ  ส่วนครูอาจารย์เสมือนบิดามารดาคนที่สอง  เพราะครูผู้สอนให้วิชาความรู้แก่ศิษย์  สมัยนี้ไม่มีครูไม้เรียวแต่ก็มีสิทธิทำโทษได้ด้วยให้คาบไม้บรรทัดหรือไปยืนใต้เสาธง  เมื่อนักเรียนทำผิดมาก   ส่วนศิษย์จะฉลาดกว่าครูไม่ได้เพราะครูเรียนรู้มาสูงและเกิดก่อนศิษย์  ประสบการณ์ก็มากกว่า.....

            เป็นอย่างไรคะพอจะมองเห็นภาพห้องเรียนสมัยที่เรายังไม่เกิดได้ไหมคะครูดาว่าหลายเรื่องโดยเฉพาะการเน้นเรื่องคุณธรรม  จริยธรรม สมัยโบราณปลูกฝังได้ดีมาก ๆ ซึ่งคนเราหากจิตใจดีแล้ว  เรื่องอื่น ๆ  ก็จะดีตามไปหมดจริงไหมคะถ้าสนใจติดต่อตอนที่ 3 นะค่ะ