เรื่องราวดีๆ ถูกแบ่งปันในองค์กร องค์กรก็จะได้มีแรงขับเคลื่อน เป็นองค์กรที่มีชีวิตต่อไป

                จากแผนการไปสู่องค์กรอัจฉริยะในอนาคต เริ่มต้นด้วยโครงการเรื่องเล่าความดี และบูรณาการเข้าไปกับเวทีที่มีอยู่ประจำเดือนนั้น คือการประชุมผู้บริหารพบหัวหน้างาน

                เริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 โดย พี่กรรณิการ์ โค้วเจริญ หัวหน้างานปฐมภูมิสุขภาพชุมชน มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยอัมพาตที่ครอบครัวมีลูกหลายคน แต่ละคนก็รู้สึกว่าเป็นภาระในการที่จะดูแลผู้ป่วย เพราะลูกแต่ละคนก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ ครอบครัวตนเอง บางคนก็ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ลูกที่อยู่พิษณุโลกก็คิดว่าทำไมต้องเป็นหน้าที่พวกเขาเท่านั้น

                พี่กรรณิการ์ และทีมงานเข้าไปดูแลและให้คำแนะนำให้ลูกๆ จัดเวรแบบพยาบาล ใครติดธุระก็ขายเวรกันได้ ลูกที่อยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องขายเวรส่งเงินมาแทน สุดท้ายครอบครัวนี้ก็ดูแลผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี

                ผู้เขียนพบว่า พี่กรรณิการ์ และทีมงานมีความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผู้ป่วยที่ช่วยให้แก้ปัญหาต่างๆ ไปด้วยดี

                เดือนมิถุนายน 2551 น้องบีงานผ่าตัด ได้ออกมาเล่าว่า ได้ทำความดีในช่วงสงกรานต์ ที่งานผ่าตัดและงานวิสัญญี จัดพิธีทำบุญขึ้น และขยายผลต่อ นำพระไปให้ผู้ป่วยที่หอผู้ป่วยได้ร่วมสงฆ์น้ำพระ ถึงแม้จะนอนอยู่ในโรงพยาบาล แต่ก็ยังได้สืบสานประเพณีไทย ผู้ป่วยร่วมทำบุญ ทีมงานได้นำเงินที่ผู้ป่วยร่วมทำบุญไปทำบุญต่อไป การนำเสนอมีรูปภาพกิจกรรมมาโชว์ด้วยค่ะ

                ผู้เขียนพบว่า น้องบี และทีมงานปลื้มปิติในสิ่งที่ตนเองทำ และถ้าไม่มีเวทีเล่านี้ พวกเราก็ไม่ทราบว่ามีความดีนี้เกิดขึ้นในองค์กรของเรา

                เดือนกรกฎาคม 2551 น้องจอย งานประเมินผลและบุคลากรสัมพันธ์ ออกมาเล่าเรื่อง ก็แค่กระท้อน ที่บ้านน้อง

จอยมีต้นกระท้อน น้องจอยไม่ชอบกิน คุณแม่ก็ให้นำมาฝากเพื่อนๆ ที่ทำงาน น้องจอยก็คิดว่าใครจะกิน คุณแม่ไม่ละความพยายาม สุดท้ายน้องจอยก็นำมาที่ทำงาน พี่ๆ เพื่อนๆ ชอบกิน น้องจอยก็เลยได้คิดว่า สิ่งที่เราเห็นไม่มีคุณค่า อาจเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับผู้อื่น

                น้องจอย เป็นน้องใหม่ในงานของผู้เขียน ผู้เขียนให้ออกไปเล่า เพื่อน้องจอยจะได้พัฒนาศักยภาพตนเอง กล้านำเสนอในเวทีผู้บริหารพบหัวหน้างาน สิ่งที่มุ่งหวังจริงๆ ก็คือ อยากให้น้องจอยนำเรื่องยิ้มไปเปิดเป็นน้ำจิ้มเชิญชวนให้พี่ๆ หัวหน้างาน หันมายิ้มกัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2552 งานของพวกเราจะมีโครงการ โรงพยาบาลยิ้ม สำหรับบุคลากรทุกคนในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รูปแบบจะเป็นอย่างไร ซึ่งโครงการที่ถูกใจวัยรุ่น พวกเราขอไปซุ่มคิดก่อนนะคะ

                จากเรื่องเล่าความดี 3 เรื่อง ถึงแม้อาจไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาผู้อื่น แต่สำหรับผู้เขียนคิดว่าดีมากเป็นความภาคภูมิใจของทุกๆ คน คนเราต้องสะสมความภูมิใจ ความดีเล็กๆ แล้วจะเป็นความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ ความดีที่ยิ่งใหญ่ ต่อไปในอนาคต เมื่อเรื่องราวดีๆ ถูกแบ่งปันในองค์กร องค์กรก็จะได้มีแรงขับเคลื่อน เป็นองค์กรที่มีชีวิตต่อไป

                สุดท้ายนี้ ผู้เขียนหวังว่าทุกๆ คน จะมุ่งสะสมความดีกันมากๆ นะคะ