ปาจิตตีย์กัณฑ์

ปาจิตตีย์ มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ 1

 

สัมปะชานะมุสาวาเท ปาจิตติยัง.

“เป็นปาจิตตีย์ในเพราะสัมปชานมุสาวาท.”

วิภังค์

ที่ชื่อว่า สัมปชานมุสาวาท ได้แก่ วาจา เสียงที่เปล่ง ถ้อยคำเป็นแนวทาง การเปล่งวาจา เจตนาที่ให้เขาเข้าใจทางวาจา ของบุคคลผู้จงใจจะพูดให้คลาดจากความจริง ได้แก่ คำพูดของอนารยชน 8 อย่าง คือ

  1. ไม่เห็น พูดว่าข้าพเจ้าเห็น
  2. ไม่ได้ยิน พูดว่าข้าพเจ้าได้ยิน
  3. ไม่ทราบ พูดว่าข้าพเจ้าทราบ
  4. ไม่รู้ พูดว่าข้าพเจ้ารู้
  5. เห็น พูดว่าข้าพเจ้าไม่เห็น
  6. ได้ยิน พูดว่าข้าพเจ้าไม่ได้ยิน
  7. ทราบ พูดว่าข้าพเจ้าไม่ทราบ
  8. รู้ พูดว่าข้าพเจ้าไม่รู้.

ที่ชื่อว่า ไม่ทราบ คือ ไม่ได้สูดดมด้วยจมูก ไม่ได้ลิ้มด้วยลิ้น ไม่ได้สัมผ้สด้วยกาย.

ที่ชื่อว่า ไม่รู้ คือ ไม่รู้ด้วยใจ.

อนาบัต

1.ภิกษุพูดพลั้ง (คือพูดเร็วไป) 2.ภิกษุพูดพลาด (คือตั้งใจว่าจักพูดคำอื่น แต่กลับพูดไปอีกอย่าง) 3.ภิกษุวิกลจริต 4.ภิกษุอาทิกัมมิกะ ไม่ต้อง อาบัติแล.

เรื่องต้นบัญญัติ

พระหัตถกศากยบุตรสนทนากับพวกเดียรถีย์ ปฏิเสธแล้วกลับรับ รับแล้วกลับปฏิเสธ กล้าพูดปดทั้งๆ รู้ พระผู้มีพระภาค จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ปรับอาบัติปาจิตตีย์ แก่ภิกษุผู้พูดปดทั้ง ๆ รู้.

องค์แห่งอาบัติ 1.คิดจะกล่าวให้คลาดจากจริงเป็นเบื้องหน้า 2.ทำประโยคกายหรือวาจา ให้ผู้ฟังรู้ความที่ตนหมายจะกล่าวด้วยจิตจะพูดให้คลาดจากจริง พร้อมด้วยองค์ 2 ดังนี้จึงเป็นปาจิตตีย์ (บุพพสิกขาวรรณนา หน้า 177).

http://ariyavinaya.wordpress.com