ขอขยับมาดูบทความที่ ๒ ที่คุณหมอพิเชฐให้ผมมา พิเชฐ บัญญัติ, สุภาภรณ์ บัญญัติ. แนวทางสู่ความสำเร็จในการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ : โรงพยาบาลบ้านตาก. วารสารวิชาการสาธารณสุข ๒๕๕๐; ๑๖: ๔๓๓ – ๔๔๓. เราจะใช้บทความนี้ทำความเข้าใจเรื่องข้อมูลของผลงานวิจัย
ในเรื่องการวิจัย เราทำความเข้าใจภาพใหญ่โดยอาศัยการศึกษาตัวอย่างเพียงบางส่วน จึงต้องมีการทำความเข้าใจเสมอว่าเราศึกษา “ตัวอย่าง” (samples) เพื่อทำความเข้าใจภาพรวม เราต้องหาทางนำเสนอจนผู้อ่านเชื่อว่า ตัวอย่าง ที่เราใช้ศึกษา จะเป็นตัวแทนของภาพรวม (population) ได้จริง
ข้อมูลที่นำเสนอในรายงานผลการวิจัยจึงเป็นข้อมูลที่ได้จากตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้จาก population ซึ่งทำไม่ได้
แต่บทความนี้พิเศษแตกต่างออกไป คือศึกษาประชากรทั้งหมดของโรงพยาบาล คือ ๑๖๐ คน
ผมสะดุดนิดเดียว ว่าถ้าจะทำความเข้าใจ “แนวทางสู่ความสำเร็จ” แล้วถามเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ในองค์กร จะได้ข้อมูลหรือมุมมองครบถ้วนไหม ควรถามคนนอกด้วยหรือไม่ ผมเพียงแต่ฉุกคิด ไม่มีคำตอบ หรือคำโต้แย้ง
ผมไม่แน่ใจ ว่าข้อมูลที่มีน้ำหนักมากคือเอกสารและข้อมูลทุติยภูมิ หรือผลการ สัมภาษณ์และการสังเกตการณ์เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบ้านตาก ที่จริงผมอยากเห็นว่าข้อมูลจากแหล่งใดเป็นข้อมูลหลักที่นำไปสู่ข้อสรุปเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยระบุลักษณะของข้อมูลด้วย เพื่อให้การเขียนมีลักษณะ evidence-based
ผมยังติดใจ ว่าบทความนี้เขียนในแนวสรุปหลักการ (ซึ่งสรุปได้ดีมาก) ถ้าจะให้มีลักษณะเป็นบทความวิจัยแบบประยุกต์ใช้ความรู้ จะน่าสนใจไหมถ้า เปลี่ยนเป็นเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการประยุกต์ใช้หลักการแต่ละหลัก หรือหลายหลักการประกอบกัน เพื่อจะตอบคำถามว่า ความรู้ปฏิบัติในการประยุกต์ใช้หลักการในสภาพจริงมีอะไรบ้าง
ความแตกต่างคือ บทความนี้เก็บข้อมูลเพื่อสนับสนุนทฤษฎี แต่ผมอยากเห็นการเก็บข้อมูลเพื่อบอกวิธีการประยุกต์ใช้ทฤษฎี หรือเพื่อสรุปความรู้ปฏิบัติ นั่นเอง
๒ แนวนี้ไม่ขัดแย้งกัน จะเลือกแนวใดก็ได้
วิจารณ์ พานิช
๓๑ ส.ค. ๕๑