จากทุนที่ให้แก่เด็กยากไร้ที่รัฐบาลจัดสรค์ให้กับนิสิตที่เดือดร้อน(ไม่เกี่ยวกับการเมือง)ยังมีผู้ที่ชอบแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กทุนกู้ยืมในส่วนนี้ เด็กที่กู้ยืมส่วนมากแล้วก็ยากไร้และรำบากมามากพอแล้วแล้วยังมีพฤติกรรมกลุ่มคนที่แสวงหาผลประโยชน์กับนิสิตโดยการปล่อยเงินกู้ยืมกับเด็กนิสิตทุน โดยการยึดสมุดบัญชีเงินฝากพร้อมทั้งบัตร ATM ไว้เป็นประกันคิดอัตราดอกเบี้ยสูง มันเป็นการไม่เหมาะไม่ควรที่จะแสวงหาผลประโยชน์กับอนาคตของชาติแบบนี้ และเป็นการฝึกนิสิตการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยให้กับนิสิตและเยาวชนของชาติที่ไม่ดี เมื่อเด็กกลุ่มนี้เติบโตและไปเป็นกำลังหลักของชาติแล้วประเทศชาติจะเจริญได้อย่างไร
จะถามหาคนผิดก็คงตอบไม่ได้ว่าใครผิด คนปล่อยก้ผิดหรอ ก็ไม่ผิดแค่เขาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงอนาคตของชาติเท่านั้นเอง ส่วนนิสิตก็ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จะมีข้ออ้างว่ากู้ยืมเพื่อไปจ่ายค่าเทอมก่อนก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะนิสิตที่กู้ยืมนั้นไม่จำเป็นต้องจ่ายตังค์ หรือถ้ายืมแต่รายเดือนเงินกู้ที่ปลอดดอกเบี้ยในมหาลัยเขาก็มีให้ยืมเพื่อลดควมเดือดร้อนของนิสิต มีทั้งกู้ยืมฉุกเฉิน เขาจะจ่ายค่าเทอมให้เด็ก เงินทุนนายแพทย์อดุลย์ เงินประกอบธุรกิจ ทุนได้เปล่าอีกมากมาย หากนิสิตใส่ใจและเสอะแสวงหา ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีให้ได้ทุกอย่าง
เราเองในฐานะองค์กรหนึ่งในมหาวิทยาลัยมหาสารคามก็พยายามปลูกสร้างจิตสำนึกการใช้จ่ายและการแสวงหาค้นคว้าข้อมูลกับเด็กซึ่งเมื่อเขาออกไปเผชิญโลกภายนอกเขาจะได้เอาตัวรอดได้ ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของสังคม มาเถอะครับหน่วยงานและองค์กรในมหาลัยมหาสารคามของเรา ร่วมกันปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กของเรา เด็กเราต้องเก่งทั้งวิชาการและเก่งทั้งการดำรงชีพ
เราชาวทุนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาร่วมกันน่ะค่ะ รวมทั้งตัวนิสิตเองก็ต้องรู้จักการใช้เงินอย่างพอเพียงเท่าที่ตนเองมีให้เกิดประโยชน์ที่สุด ถ้าเราใช้ฟุ่มเฟื่อยสิ่งตามมาก็คือการไปกู้อีกแหละ
คุณสุริยะต้องหาคิดหามาตรการในการติดตามการใช้เงินเด็กน่ะค่ะ
สวัสดีครับชูใจ
มาแอบดู ( อิอิ )
เป็นกำลังใจให้ งานทุนการศึกษานะคะ
ขอบคุณครับ พี่หนิง เจ๊ดัน ด้วยครับ
น้องยะ เยี่ยมมาก เขียนทุกวันนะ
ต้องโทษตัวเอง...ที่ไปมีปากเสียงกับเพื่อน
ถ้าวันนั้น...เราเองควบคุมอารมณ์ สติ ความคิด การพูด และการกระทำให้ดีกว่านี้ได้...
เพื่อนคนนั้นคงไม่สร้างความคับข้อง หมองใจไว้กับตัวเอง...กลายเป็นอารมณ์อันเร่าร้อน
เร่าร้อนเพราะ...อยากให้เราเร่าร้อนบ้าง (และเขาก็ทำสำเร็จ)
ถ้ารู้อย่างนี้...ต้องพยายามฝึกควบคุม และรักษาใจของตนเองให้ดี
อย่าให้อารมณ์มาอยู่เหนือจิตใจ...จริงอยู่ พูดง่ายแต่ทำยาก
ถึงบอกว่าต้องฝึก ต้องพยายาม และรักษาความสามารถนั้นไว้ให้ดีไง
ของดี มีค่ามาก เพราะว่ากระทำได้ยากนี่ล่ะ
เอาธรรมะไปสักหัวข้อหนึ่งนะ...ธรรมอันทำให้งาม
๑.ขันติ ความอดทน อดกลั้น ต่อความยากลำบาก ทั้งที่กระทบกับร่างกายก็ดี
เช่น เหนื่อย เพลีย หนาว ร้อน ปวด ป่วย เป็นต้น
อดทนต่อสิ่งที่กระทบกับใจ...ง่ายๆก็เอาแค่อารมณ์ที่ไม่ชอบ ไม่พอใจก่อน
ความรู้สึกโกรธ เป็นเรื่องปกติ...แต่รู้แล้วให้ทิ้งไว้ตรงนั้น อย่าเก็บไว้
ถ้าเก็บไว้..จะกลายเป็นอาฆาต พยาบาท ถ้ากลั้นไม่อยู่ผลอาจจะรุนแรงกว่าที่คิด
เพราะเราเองก็อยากจะทบต้นทบดอก
๒.โสรัจจะ ความเสงี่ยม การรักษามารยาทให้เรียบร้อย
ไม่ให้อาการอันไม่งามแสดงออกมา ไม่ใช่กลั้นได้ว่าไม่ตอบโต้เขา
แต่ยังมีอาการแค้นด้วยสายตา เดินกระทืบปึงปัง ทำลายข้างของแทน
บุคคลหนึ่ง ที่เป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยม คือ ในหลวงของพวกเรา
พระองค์ ไม่เคยแสดงความท้อแท้ ความเหนื่อยอ่อนให้พวกเราเห็นเลย
แม้จะเดินป่า ขึ้นเขา ลุยน้ำ แต่ทุกครั้งที่พระองค์ทรงทอดพระเนตรพสกนิกร
พระองค์ทรงมีแต่รอยยิ้ม ด้วยความปิติ ความรัก ความเมตตา
เพราะพระองค์ทรงมีขันติ และโสรัจจะ นี้เป็นคุณธรรมส่วนหนึ่ง
จึงทรงเป็นผู้สง่างามยิ่ง เป็นที่รักใคร่ของปวงประชาเสมอมา
ดังนั้น ตัวเราเองถ้ายังทำให้ตัวเองดีไม่ได้ อย่าเพิ่งไปโทษใคร...ให้โทษตัวเอง
แล้วจะโทษตัวเองอีกนานแค่ไหน...ถ้ารู้ตัวว่าขาดอีกเท่าไหร่
เราก็ต้องเร่งพัฒนาตนเอง ให้สามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์เหล่านั้นได้อย่างมีสติ
ก็พอจะรักษาตัวรอด ให้การดำเนินชีวิตนี้มีความสงบในระดับหนึ่ง
ส่วนที่ทำได้ดีอยู่แล้ว ก็ต้องขวนขวายให้ดียิ่งขึ้นๆไป จะสามารถช่วยคนรอบๆข้างเราได้ด้วย "ขันติ คือ ความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลส อย่างยิ่ง"