งานวิชาการถือเป็นหัวใจของการบริหารงานโรงเรียน ต้องอาศัยการบริหารงานวิชาการอย่างมืออาชีพ

 

 

บริหารงานวิชาการ...ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

เนตรทราย  บัลลังก์ปัทมา

 พิมพ์ครั้งแรก Thecity Journal ปีที่ 4 ฉบับที่ 95 วันที่ 1-16 กันยายน 2551

การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพต้องอาศัยความร่วมมือ การมีส่วนร่วม ประสานงานกันของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  ทั้งบุคลากรในโรงเรียน  ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   หากโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความร่วมมือกัน  อาจทำให้การจัดการศึกษาประสบปัญหาได้  ดังที่คณะกรรมการปฏิรูประบบบริหารการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการ ได้ศึกษาไว้ในปี พ.ศ. 2542 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 85 – 86) ได้ระบุถึงปัญหาของการบริหารการศึกษาในภาพรวมในส่วนของการมีส่วนร่วมไว้ว่า ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ขาดความเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่น ๆ       โดยหลักการแล้วกระทรวงศึกษาธิการควรมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนทางด้านวิชาการ  ทรัพยากร  การกำหนดนโยบายและมาตรฐานการศึกษา แต่ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการยังไม่มีบทบาทดังกล่าว

 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.. 2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ในหมวดที่ 4 ว่าด้วยแนวการจัดการศึกษา มาตรา 39   ได้กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา  ไว้ว่า ให้กระทรวงศึกษาธิการการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา  ทั้งด้านวิชาการ  งบประมาณ การบริหารงานบุคคล  และการบริหารทั่วไป ไปยัง              คณะกรรมการ และสำนักงานการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง  กระทรวงศึกษาธิการได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 39 วรรค 2     ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา   โดยกระจายอำนาจทั้ง 4 ด้าน  คือ  ทั้งด้านวิชาการ  งบประมาณ การบริหารงานบุคคล  และการบริหารทั่วไป    ให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาดำเนินการ  (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.  2550   : 151157)

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2550  : 158 – 171)   ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาของเลขาธิการให้คณะกรรมการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปยังคณะกรรมการ  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการกระจายอำนาจทั้ง 4 ด้านให้สถานศึกษาจัดบริหารและจัดการศึกษานั้น ด้านวิชาการนับเป็นด้านที่เป็นภาระที่สำคัญถือเป็นหัวใจของการจัดการศึกษา  ดังที่อุทัย  บุญประเสริฐ (2540 : 25) กล่าวไว้ว่างานวิชาการเป็นงานที่สำคัญ     เพราะถือว่าเป็นงานหลักในการบริหารสถานศึกษาและถือเป็นหัวใจของการจัดการศึกษา  รวมถึงเป็นด้านที่มีการประเมินมาตรฐานจากสำนักงานประเมินมาตรฐานการศึกษา

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการบริหารงานวิชาการถือเป็นภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา และจากรายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรอบแรก (พ.ศ. 2544-2548)  ของสำนักงานประเมินมาตรฐานการศึกษา (สมศ.)   พบว่าด้านผู้บริหาร     ข้อที่ยังไม่ได้มาตรฐาน  คือ การบริหารงานวิชาการ   โดยเฉพาะการมีหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถิ่น มีสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (สำนักงานประเมินมาตรฐานการศึกษา. 2549 : 1)

                 ตัวแปรที่ศึกษา  ได้แก่ ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียน ใน 7 ด้าน คือ ด้านหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ ด้านพัฒนากระบวนการเรียนการสอน   ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ด้านการพัฒนาสื่อและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้       ด้านการวัดผลและประเมินผล       ด้านนิเทศการศึกษา  และด้านส่งเสริมวิชาการแก่ครูและชุมชน

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม จำนวน 1 ฉบับ แบ่งออกเป็น 3 ตอน  ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป ได้แก่  เพศ  อายุ ประสบการณ์การทำงานของผู้ตอบแบบสอบถาม  ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน จำนวน 52 ข้อ   แบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบมาตรประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert) ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน แบบเลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ  และข้อเสนอแนะอื่น ๆ  คุณภาพของแบบสอบถามมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Objective Congruence : IOC) อยู่ระหว่าง 0.671.00    ค่าความเชื่อมั่น (Reliability)  ของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.99  ได้แบบสอบถามกลับคืน 83  ชุด คิดเป็นร้อยละ 100  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

 

แนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

                จากผลที่พบในการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ ครั้งนี้ มีแนวทางการบริหารงานวิชาการเพื่อเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

    1.  ด้านหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้  ผู้บริหารและครูควรมีการแนะนำให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรและการใช้หลักสูตร ควรมีการจัดเตรียม/จัดหาเอกสารประกอบหลักสูตร เช่น วิสัยทัศน์ ปรัชญา คติพจน์ จุดอ่อน  จุดแข็งของนักเรียน  หลักสูตรแกนกลางไว้เพียงพอต่อความต้องการของครู เพื่อส่งเสริมให้ครูในโรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตรงกับ             จุดมุ่งหมายของหลักสูตร  ควรมีการกำหนดนโยบายและแผนงานวิชาการของโรงเรียนไว้ตลอดปีการศึกษา

    2.  ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน ครูฝ่ายวิชาการควรมีการจัดครูเข้าสอนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้  โดยคำนึงถึงความรู้    ความสามารถและความถนัดของครูเป็นสำคัญ  ควรมีการจัดให้มีการปรึกษาหารือและประชุมร่วมกันในการวางแผนการจัดการเรียนการสอน และควรจัด              กิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

                  3.  ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา        ควรเชิญวิทยากรมาอบรมให้ความรู้เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนแก่ครู     ควรสนับสนุนให้ครูทำวิจัยในชั้นเรียน    เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอนและควรสนับสนุนให้ครูนำผลการวิจัยในชั้นเรียนมาใช้ในการพัฒนาการเรียน        การสอน

    4.  ด้านการพัฒนาสื่อและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้  ควรให้ครูและนักเรียนใช้สื่อเทคโนโลยี  นวัตกรรมทางการศึกษาในการเรียนการสอน         ควรให้โรงเรียนวางแผนจัดหา/จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้แก่ครูในการทำสื่อการเรียนการสอนอย่างเหมาะสมกับความต้องการ และควรจัดบรรยากาศในห้องสมุดให้จูงใจนักเรียนเข้าใช้บริการ

                    5.  ด้านวัดผลและประเมินผล ผู้บริหารและครูควรจัดให้มีเครื่องมือใช้ในการวัดผลและประเมินผลทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้/ทุกชั้น ควรจัดให้มีการอบรมหรือประชุมปฏิบัติการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดผล ประเมินผล ควรมีการจัดทำคลังข้อสอบและควรให้มีการวัดผลและประเมินผลตามสภาพจริง

                    6.  ด้านการนิเทศการศึกษา   ผู้บริหารควรกำหนดบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศไว้อย่างชัดเจน ถูกต้อง ควรจัดให้มีการสร้างเครื่องมือนิเทศสำหรับใช้ในการนิเทศภายในเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง และควรให้มีการกำหนด          เป้าหมายและแผนการนิเทศภายในโรงเรียนอย่างชัดเจนและถูกต้อง

                    7.  ด้านส่งเสริมวิชาการแก่ครูและชุมชน  ผู้บริหารควรจัดการเปิดโอกาสให้ครูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการเข้ารับการอบรม  ประชุม  สัมมนาทางวิชาการ. ควรจัดงบประมาณสนับสนุนแก่บุคลากรที่เข้ารับการอบรมทางวิชาการอย่างเพียงพอ และควรจัดให้มีการประชุมอบรมทางวิชาการอยู่เสมอ

                   8. ผู้บริหารควรมีการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในทุกด้าน

                นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะในการการวิจัยครั้งต่อไป เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ คือ  ควรมีการศึกษาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนตามขอบข่ายงานวิชาการที่กระทรวง ศึกษาธิการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาให้ครบทั้ง 17 ด้าน   ได้แก่    ด้านการพัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นหรือการดำเนินการให้ความเห็น  ด้านวางแผนงานวิชาการ  ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา  ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้  ด้านการวัดผล ประเมินผลและดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน   ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา  ด้านการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้    ด้านการนิเทศการศึกษา   ด้านการแนะแนว   ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา     ด้านการส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ  ด้านการประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่น  ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนทางวิชาการแก่บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถานศึกษาและสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา  ด้านการจัดทำระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ  ด้านการคัดเลือกหนังสือแบบเรียนเพื่อใช้ในสถานศึกษา และด้านการพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยี

 

เอกสารอ้างอิง

 

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน.กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). แนวทางการกระจาย

                อำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ

สถานศึกษา ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการ

จัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ :  โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ประเมินมาตรฐานการศึกษา, สำนักงาน. (2549). สรุปผลการสังเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพ

  ภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน(รอบแรก พ.ศ. 2544-2548) จำนวน

  30,010แห่ง. ม.ป.ท.  (ถ่ายสำเนา)

อุทัย  บุญประเสริฐ. (2540). หลักสูตรและการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน. กรุงเทพฯ :

  เอส ดี เพรส.

 

 

บทความปรับปรุงจากงานวิจัย เรื่องแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการโรงเรียนวัดไร่ขิง(สุนทรอุทิศ) อำเภอสามพราน   จังหวัดนครปฐม. 

ผู้วิจัย เนตรทราย  บัลลังก์ปัทมา  ภาคนิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต.   สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา