ประเทศไทยเป็นเมืองยิ้ม (เพราะคนไทยมีความสุข เป็นคนสนุก และมีความสบาย)
ยังมักกล่าวเสมอว่า คนไทยมี 3ส เป็นพื้นสังคมที่แน่นแฟ้มอยู่แล้ว 3ส ที่ว่านี้เป็นวัฒนธรรมไทย ที่เป็นพื้นฐานของการคิด การดำรงชีวิต และการประกอบกิจการงาน คือ ความสนุก ความสะดวก ความสบาย ดังนั้น จึงคิดว่า ถ้าหากเราใช้ 3ส พื้นฐานของสังคม เป็นฐานที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อให้การบริหารแบบ ไทย ๆ มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความเจริญ ความเข้มแข็งในการแข่งขันกับต่างประเทศยุคโลกาภวัฒน์ได้เป็นอย่างดี ก็น่าจะเพิ่มอีก 2ส เข้าไป 2ส ที่ว่านี้ก็คือ ความสร้างสรรค์ และความสัมฤทธิ์ผลในการทำงาน ดังนั้น หลักของ 5ส ที่เป็นพื้นฐานวัฒนธรรม การบริหารแบบไทย ๆ ในยุคปัจจุบัน ที่จำเป็นต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นทั้งภาคราชการและภาคเอกชน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ก็คือ ความสนุก ความสะดวก ความสบาย ความสร้างสรรค์ และความสัมฤทธิ์ผล
1. ความสนุก เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ หากต้องการให้ชีวิตในที่ทำงาน ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีความสนุก เข้าช่วย เพื่อเป็นแรงกระตุ้นและจูงใจให้คนมีความตั้งใจและรักที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จ ในหน่วยงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ คนทำงานมักจะเกิดอาการเบื่อ เซ็ง ความสนุกนั้น ต้องอาศัยปัจจัยหรือองค์ประกอบสำคัญ ๆ มาช่วยเสริมคือ ความไว้วางใจ ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ความเคารพในความเป็นบุคคล ของแต่ละบุคคล ที่มีความแตกต่างกัน
2. ความสะดวก เป็นระบบเป็นวิธีการ เป็นความง่าย ในการปฏิบัติแก่ผู้ปฏิบัติงาน ในการเก็บ ข้อมูล เก็บเอกสาร ระบบการจัดเก็บต้องเป็นระเบียบ เรียบร้อย สะดวกในการค้นหา สะดวกในการ
ติดตาม สะดวกในการติดต่อ สะดวกในการตรวจสอบ แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ว่ามีปัญหา มีอุปสรรคที่ใด ตรงไหน ที่ทำให้งานนั้นล่าช้า การใช้ทรัพยากร อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเทคโนโลยีก็เป็นสิ่งที่เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน นั่นเป็นหลักการของการใช้เทคโนโลยี
3. ความสบาย เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ในที่ทำงานบรรยากาศที่เร่งรีบ เร่งรัด บีบคั้น ทำให้คนรู้สึกอึดอัด ไม่สบายอกไม่สบายใจ บรรยากาศในเรื่องเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม อากาศ ความเย็นสบายของห้องทำงาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งเอื้ออำนวยต่อบุคคลผู้ปฏิบัติงานที่จะใช้ความคิด ความอ่านได้อย่างสบายใจ ความสบายเป็นความสบายทั้งกายภาพ และเป็นความสบายทั้งด้านจิตใจ ผู้บริหารส่วนมาก จะคำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการปฏิบัติงานของหน่วยงาน แต่มักจะลืมสิ่งที่จะเอื้ออำนวย ต่อการสร้างความสบายให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของความสบายใจผู้บริหารส่วนมากเก่ง มีความคิดความอ่าน และการกระทำที่มักจะทำลายความสบายใจให้แก่คนอื่นเป้นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะว่าบางครั้งความต้องการของคนอื่น ต่างไปจากการกระทำของเรา ทำให้ยากต่อการที่จะปรับความแตกต่างนั้นได้ และการที่จะทำให้คนหนึ่งสร้างความสบายใจของผู้ปฏิบัติงาน การสร้างความสบายใจให้แก่คนอื่นได้นั้น คงไม่ใช่เป็นเรื่องของการยอมให้อย่างเดียว หรือการปล่อยปละละเลยให้ทำอะไรก็ได้ ตามอำเภอใจ แต่ในขณะเดียวกัน งานไม่สำเร็จ ถ้าเป็นเช่นนี้ ผู้ที่ปล่อยให้เขาสบายใจ ก็คือผู้บริหารจะอึดอัดและเป็นกังวลใจอย่างมาก เพราะจะต้องรับผิดชอบในการกระทำและผลที่เกิดขึ้น คืองานไม่สำเร็จ ผู้ปฏิบัติงานมีความสบายอกสบายใจ แต่ผู้ที่เป็นหัวหน้าจะไม่สบายใจอย่างยิ่ง ในทางปฏิบัติทางการบริหาร ผู้บริหารจะต้องทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ปฏิบัติปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จแล้ว ผู้ปฏิบัติงานนั้นมีความสบายใจ เช่นเดียวกับผู้บริหารด้วย ถ้าผู้ปฏิบัติงานทำงานได้สำเร็จและมีความสบายใจ ก็นับได้ว่า เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าเป็นความสำเร็จของผู้บริหาร ซึ่งจะมีทั้งความสบายใจ และความพึงพอใจในบทบาท ภารกิจของตนและทีมงานที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จ ความสบายทางกายภาพ คือบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ความร้อน ความหนาว ความเย็นในที่ทำงานรวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีความสบายได้ด้วย ในทางตรงข้าม สภาพแวดล้อมที่ร้อนอบอ้าว อุปกรณ์ต่าง ๆ มักเสียหรือใช้ไม่ได้อย่างเต็มที่ ไม่สะดวก จะสร้างความอึดอัดใจ ความไม่สบายใจให้เกิดขึ้นได้ ผู้ปฏิบัติงานจะมีการบ่นรู้สึกเบื่อหน่าย มีความกังวล และจะไม่สนใจที่จะปฏิบัติงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือผลที่เกิดขึ้นจากความไม่สบายทางกายในที่ทำงาน
4. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ค้นหาวิธีการใหม่ ๆ ในการปฏิบัติงาน ความสร้างสรรค์ ต้องเป็นความสร้างสรรค์ ที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ จากความคิด
ปฏิบัติงาน ผู้บริหารทุกคนจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฉลียวฉลาด มีความเป็นผู้นำ มีความเชื่อม มีความฝัน และมีความกล้า ความสัมฤทธิ์ผล เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคิดอ่านร่วมกัน ใช้ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถที่ต่างกัน เข้ามาช่วยกัน คิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการทำงาน
5. ความสัมฤทธิ์ผล เป็นความมุ่งมั่น ที่ลงมือปฏิบัติงานแล้ว ต้องก่อให้เกิดผลลัพธ์ (Results) ผลผลิต (Productivity) และผลกระทบ (Impact) ที่ดีต่อสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างเรา รอบ ๆ หน่วยงาน ในสภาวะแวดล้อมที่เป็นบวก ที่เอื้อต่อความสัมฤทธิ์ผล จะก่อให้เกิดผลกระทบที่ดีต่อหน่วยงาน ต่อสังคม ต่อชุมชน ความสัมฤทธิ์ผลนั้น จะมากน้อยหรือไม่เพียงใด อย่างไรก็ตาม ก็ถือเสมือนเป็นเป้าหมายเป็นวัตถุประสงค์ เป็นความคาดหวังของผู้ปฏิบัติงานทุกคน การปฏิบัติงานที่จะประสบความสำเร็จนั้น คือการทำงานให้สัมฤทธิ์ผล ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติงานตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ โดยไม่ได้นึกถึงว่า ผลงานและผลกระทบที่จะได้นั้น เป็นอย่างไร
กล่าวโดยสรุป หลักการ 5ส ของการบริหารงานยุคใหม่ ของสังคมไทย เรียกได้ว่า เป็นหลักการบริหาร 5ส ยุคโลกาภิวัฒน์ เพื่อการสร้างการทำงาน และการพัฒนาแบบไทย ๆ ซึ่งต้องทำด้วยความสนุก ด้วยความสะดวก ด้วยความสบาย มีความคิดอ่านเป็นตัวของตัวเอง บนพื้นฐาน หลักการแบบไทย ๆ และในขณะเดียวกัน ก็มุ่งให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ ตามที่คาดหวัง เพื่อช่วยยกระดับสมรรถนะ ความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศชาติ ในยุคโลกภิวัฒน์ได้เป็นอย่างดี
เห็นที ต้องนำมาปรับใช้กับองค์กรบ้างแล้ว
มาให้กำลังใจ สู้ๆๆๆๆ