การบริโภคน้ำตาลอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ เนื่องจากในช่องปากหรือช่องว่างระหว่างฟัน อาจมีโพรงเล็กๆซึ่งชิ้นเศษของน้ำตาลที่รับประทานไปเกาะติดอยู่ตามโพรงนั้นๆ เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่องปากจะมี Bacteria ที่ชื่อว่า Plaque ซึ่งสามารถเจาะผิวหน้าฟันเป็นรูเล็กๆได้ Bacteria เหล่านี้ทำการผลิตกรดซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาทีหลังจากรับประทานอาหารหวาน กรดที่ผลิตออกมานี้จะไปทำลายผิวหน้าของฟันซึ่งทำให้เป็นโพรงได้ ดังนั้นวิธีป้องกันได้คือจะทำการบ้วนปากหรือแปรงฟันหลังจากรับประทานอาหารหวานเพื่อช่วยลดฟันผุได้
ถ้าเปรียบเทียบน้ำตาลที่บริโภคอยู่ทุกวันคือน้ำตาลสีขาว (White Sugar) และน้ำผึ้ง (Honey) ซึ่งบางคนเชื่อว่าน้ำผึ้งมีคุณค่าทางสุขภาพมากกว่าน้ำตาลสีขาว โดยปกติทางโครงสร้างทางเคมีนั้นน้ำผึ้งประกอบด้วย 2 Monosachride Glucose และ Fructose ในจำนวนที่เหมาะสมเท่ากัน แต่น้ำตาลสีขาวนั้นจะประกอบด้วย 2 Monosachride เหมือนกันซึ่งเชื่อมต่อกันเป็น Disaccharide Sucrose ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบน้ำตาล 2 ชนิดในปริมาณที่เท่ากันหลังการย่อยสลายจะพบว่าน้ำตาลสีขาวและน้ำผึ้งพบว่าน้ำผึ้งจะให้พลังงานเป็น 2 เท่าของน้ำตาลสีขาว แต่ปริมาณสารอาหารทั้ง 2 ชนิดไม่มีความแตกต่างกัน ฉะนั้นการบริโภคสารอาหารควรจะทานพอควรแก่ความต้องการของร่างกาย สารอาหารบางอย่างอาจเป็นทั้งคุณและโทษต่อร่างกาย ถ้าสะสมเกินความต้องการอาจมีอันตรายหรือเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ