ติดต่อ

  ติดต่อ

เด็กไทย ภาคไหนฉลาดที่สุด (2)

  เราๆ ท่านๆ คงจะสงสัยว่า เรื่อง IQ เด็กไทยยุคอินเทอร์เน็ต คลิกไม่กี่ทีก็ได้ข้อมูลจากทั่วโลก(ทั้งดีและร้าย)ไปถึงไหนแล้ว วันนี้เรามีข่าวคืบหน้ามาเล่าต่อครับ...  

เราๆ ท่านๆ คงจะสงสัยว่า เรื่อง IQ เด็กไทยในยุคอินเทอร์เน็ต คลิกไม่กี่ทีก็ได้ข้อมูลจากทั่วโลก(ทั้งดีและร้าย)ไปถึงไหนแล้ว วันนี้เรามีข่าวคืบหน้ามาเล่าต่อครับ...

พณฯ พินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ผลการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ ซึ่งสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเป็นองค์ประธานว่า สถานการณ์ไอโอดีนในประเทศไทยมีแนวโน้มจะแย่ลง

เด็กไทยขาดไอโอดีนมากขึ้นจาก 35 % ในปี 2543 เป็น 49 % ในปี 2547 ความครอบคลุมในการบริโภคเกลือไอโอดีนลดลงจาก 65 % ในปี 2543 เป็น 56 % ในปี 2547 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้ความครอบคลุมในการบริโภคเกลือไอโอดีนอย่างต่ำ 90 %

อาจารย์ นพ.ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถิติการใช้เกลือได้มาตรฐาน(เติมไอโอดีน)เป็นรายภาคว่า

ภาคเหนือมีการใช้เกลือไอโอดีนมากที่สุด 76% รองลงไปเป็นภาคใต้ 75 % ภาคกลาง 55 % ภาคอีสานเป็นภาคที่มีการใช้เกลือไอโอดีนน้อยที่สุด 24 %

การขาดไอโอดีนมีส่วนทำให้ IQ ของเด็กไทยต่ำกว่าชาติอื่นๆ ดังสถิติว่า เด็กตะวันออกไกลมีค่า 104 เด็กยุโรปและอเมริกาเหนือมีค่า 98 ส่วนเด็กไทยมี IQ ต่ำลงเรื่อยๆ จาก 91 ในปี 2540 เป็น 88 ในปี 2545

ผลการศึกษาของอาจารย์นิชรา เรืองดารกานนท์ในปี 2547 พบว่า เด็กไทยทั่วประเทศมีระดับ IQ เฉลี่ยรวมทั้งประเทศ 88 จุด ถ้าใช้วิธีคำนวณพิเศษ โดยถ่วงน้ำหนักประชากรจะได้ระดับ IQ เฉลี่ยทั้งประเทศ 91.1 จุด

เมื่อแบ่งเป็นรายภาคพบค่าเฉลี่ยดังต่อไปนี้ กรุงเทพฯ 94.6 จุด ภาคกลาง 88.8 จุด ภาคเหนือ 84.2 จุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 85.9 จุด ภาคใต้ 88.1 จุด

สรุปคือ เด็กไทยอายุ 6 ปีถึงเกือบ 13 ปีทุกภาคของประเทศไทยมีระดับ IQ ต่ำกว่า 100 ถ้วนหน้า ระดับ IQ เท่านี้ไม่มีทางแข่งขันกับนานาชาติได้เลย

อาจารย์ท่านสันนิษฐานว่า สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการขาดไอโอดีน สถิติจากการตรวจระดับไอโอดีนในปัสสาวะปี 2547 พบว่า คนไทยประมาณครึ่งหนึ่งขาดไอโอดีน (ที่ระดับ <100 มคก./ล.)

สถิติภาวะขาดไอโอดีน (ที่ระดับ <100 มคก./ล.) แยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ 50.1 % ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 58.0 % ภาคกลาง 51.7 % ภาคใต้ 29.4 % รวม 49.4 %

ภาคเหนือมีความครอบคลุมในการบริโภคเกลือไอโอดีนมากกว่าภาคอื่นๆ (76 %) แต่กลับมีภาวะขาดไอโอดีนมากกว่าภาคอื่นๆ (50.1 %)

เกลือที่ว่าได้มาตรฐานอาจจะเสื่อมสภาพไปในกระบวนการผลิต ขนส่ง หรือการเก็บรักษา นอกจากนั้นไอโอดีนจากเกลืออย่างเดียวอาจจะไม่พอ เรื่องนี้คงจะต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญท่านศึกษาค้นคว้ากันต่อไป

เรื่องนี้คงคล้ายข้อคิดจากจดหมายข่าวทางอีเมล์ของฮาร์วาร์ดที่กล่าวถึงเรื่องสุขภาพว่า “สุขภาพเป็นเรื่องที่ซับซ้อน (complex) การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมักจะแก้ด้วยวิธีการเดียว (simple) ไม่ได้”

เรื่องซับซ้อนส่วนใหญ่มักจะต้องแก้ไขด้วยมาตรการที่ซับซ้อน (complex) และใช้วิธีการหลายวิธี (multimodal) ผสมผสานกัน จึงจะแก้ไขปัญหาได้

ถึงตอนนี้คงจะต้องหาอาหารทะเล เช่น ปลาทะเล ฯลฯ มากินกันก่อนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งจะได้ไม่เซ่อ ไม่เอ๋อจากการขาดไอโอดีน และสารอาหารอื่นๆ ไปพลางก่อน...

แหล่งข้อมูล:

  • ขอขอบคุณ > (ข่าว) พระเทพฯ ทรงห่วงเด็กไทย “ไอคิว” ต่ำ: พินิจ” ดันไอโอดีนเป็นวาระชาติ ส่งเสริมครัวไทยใช้เกลือมาตรฐาน. ไทยรัฐ. 23 มีนาคม 2549. หน้า 15.
  • ขอขอบคุณ > อาจารย์แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร. เด็กจะฉลาดต้องไม่ขาดไอโอดีน. คลินิก. มีนาคม 2549 (ปี 22 ฉบับ 3). หน้า 273-276.
  • ขอขอบคุณ > Zinc and prostate cancer. Harward Health E-newsletter. March 15, 2006. (source: Harward Men’s Health Watch. Vol.10 No.8 March 2006. www.health.harward.edu/men)
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๙ >

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 20419, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก

ความเห็น (6)

mom
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณอาจารย์หมอมากค่ะ  ที่นำสาระน่ารู้มาให้อ่านกันค่ะ ถึงตอนนี้ต้องหาปลาทะเล มาเสริม ไอคิว ให้กับลูก เพื่อเป็นเด็กไทยที่ฉลาดสุด สุด  อาจารย์ค่ะ เด็กยุคใหม่ต้องสร้าง อีคิว ไปพร้อม ๆ กันด้วยก็คงดี มาก ๆ ใช่รึเปล่าค่ะ  ถ้าต้องการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีอีคิว รากฐานสำคัญก็คือครอบครัวใช่รึเปล่าค่ะ   พ่อแม่ทันสมัยต้องใส่ใจ อีคิว

mom
IP: xxx.155.14.4
เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณอาจารย์หมอมากค่ะ  ที่นำสาระน่ารู้มาให้อ่านกันค่ะ ถึงตอนนี้ต้องหาปลาทะเล มาเสริม ไอคิว ให้กับลูก เพื่อเป็นเด็กไทยที่ฉลาดสุด สุด  อาจารย์ค่ะ เด็กยุคใหม่ต้องสร้าง อีคิว ไปพร้อม ๆ กันด้วยก็คงดี มาก ๆ ใช่รึเปล่าค่ะ  ถ้าต้องการสร้างเด็กยุคใหม่ให้มีอีคิว รากฐานสำคัญก็คือครอบครัวใช่รึเปล่าค่ะ   พ่อแม่ทันสมัยต้องใส่ใจ อีคิว

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
IP: xxx.136.134.13
เขียนเมื่อ 
  • ขอขอบคุณอาจารย์ mom และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
  • การเสริมสร้าง EQ ให้เด็กเล็กมีหลายวิธี เช่น การสัมผัส
    (กอด จูบ หอมแก้ม) เล่านิทานให้ฟัง ถ้าเป็นเรื่องที่ส่งเสริมคุณธรรมยิ่งดี การสอนให้เด็กรู้จักรับผิดชอบ เช่น ช่วยงานบ้าน ทำความสะอาดห้อง การไม่ปล่อยให้เด็ก
    ชมโทรทัศน์คนเดียว การหลีกเลี่ยงไม่ชมรายการดุร้าย รายการน้ำเน่า รายการอิจฉาริษยา ฯลฯ
  • มีวิธีที่น่าสนใจมากในการส่งเสริมให้เด็กฉลาดคือ ให้เด็กมีโอกาสฝึกภาษาตั้งแต่ 2 ภาษาขึ้นไป โดยเฉพาะภาษาถิ่น(ภาคเหนือ อีสาน ใต้) ไทย อังกฤษ และจีน ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เด็กที่พูดได้หลายภาษาฉลาดกว่าเด็กที่พูดภาษาเดียว... และควรฝึกภาษาหรือดนตรีในวัยเด็ก
  • เวลาเล่นกับเด็ก ควรส่งเสริมให้เล่นเกมส์ที่พัฒนาความคิด เช่น หมากรุก หมากฮอส ฯลฯ ร่วมกับการพัฒนาทักษะทางกาย เช่น กีฬา(ควรฝึก 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะหลากหลาย) ดนตรี ฯลฯ
  • ที่สำคัญมากคือ หาโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้อะไรจากความพ่ายแพ้บ้าง ไม่อย่างนั้นเด็กจะ "แพ้ไม่เป็น" หรือ "เห็นแก่ตัว ไม่รู้จักพอ"
  • การศึกษาพบว่า เพลงคลาสสิคมีส่วนพัฒนา IQ, EQ ได้ โดยเฉพาะเพลงของโมซาร์ต (Mozart)
  • น่าเสียดายที่ไม่มีการศึกษาเพลงไทย แต่ผมเข้าใจว่า เพลงอีสาน(ถ้าทำเป็นเพลงบรรเลง)น่าจะพัฒนา IQ, EQ ได้ดี
  • เพลงที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กจะมีลักษณะเป็นเพลงลำนำ (theme) ที่ซ้ำกัน เสียงไม่ดังเกินหรือค่อยเกิน
  • เรื่อง iQ, EQ นี่น่าสนใจมาก ขอให้อาจารย์ mom และท่านผู้อ่านทุกท่านมีลูกมีหลานที่มี IQ & EQ ดี เป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองต่อไปครับ...
ศุภางค์
IP: xxx.28.21.4
เขียนเมื่อ 

มีสาระมาก ๆ ขอขอบพระคุณอย่างยิ่ง

 

ไร้นาม
IP: xxx.28.27.3
เขียนเมื่อ 

ข้อสอบไอคิวมีความเป็นกลาง และมี cultural sensitivty อย่างไรบ้างอาจารย์ ดูเหมือนว่าตอนนี้ การวัดไอคิวต่างพื้นที่และเชื้อชาติ กำลังเป็นที่ถกเถียงแม้แต่ในสหรัฐเอง เพราะบางคำ so discriminate and do not accept diversity of human being

 

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
IP: xxx.136.141.249
เขียนเมื่อ 
  • ขอขอบคุณอาจารย์ศุภางค์ อาจารย์ "ไร้นาม" ท่านผู้ให้ข้อคิดเห็น และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
  • ข้อคิดของอาจารย์ "ไร้นาม" น่าสนใจมากครับ ผมไม่มีองค์ความรู้ในเรื่องวิธีการวัด IQ มากพอที่จะตอบปัญหาของอาจารย์(ความแปรปรวนของเชื้อชาติ และพื้นที่)ได้
  • เท่าที่ทราบ... ข้อสอบ IQ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นแบบทดสอบเชิงคณิตศาสตร์ สัญลักษณ์ และภาพซึ่งมีความเป็นสากลในระดับหนึ่ง
  • เรียนเสนอให้อาจารย์อ่านเรื่อง "คนชาติไหน IQ สูง" เพิ่มเติมครับ >>> http://www.gotoknow.org/archive/2006/03/29/11/05/55/e21504
  • ขอขอบคุณท่านผู้ให้ข้อคิดเห็นทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพดี และมีโอกาสทำอะไรดีๆ ได้นานๆ...