Best practice in clinical teaching


ประสบการณ์ครูพยาบาลที่มีคุณค่ายิ่ง

KM: Best practice in clinical teaching

ประสบการณ์ครูพยาบาลที่มีคุณค่ายิ่ง

…………………….

 

                เนื่องจากคณะทำงานพัฒนาระบบการจัดการความรู้ของคณะพยาบาลศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล ตระหนักดีถึงคุณค่าของ tacit knowledge ของอาจารย์พยาบาลที่สั่งสมมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี   ในโอกาสที่อาจารย์อาวุโสของคณะฯ จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2551  คณะทำงานจึงได้เรียนเชิญ รศ. พรศรี  ศรีอัษฎาพร  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ และ ผศ. ทัศนีย์ ตั้งตรงจิตต์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ มาเล่าประสบการณ์การสอนในคลินิกและเกร็ดความรู้ต่างๆ  เพื่อให้อาจารย์รุ่นใหม่ได้ทราบว่าการเป็นอาจารย์พยาบาลที่ประสบความสำเร็จนั้นควรปฏิบัติอย่างไร

                เวลาเที่ยงของวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2551  ทั้งอาจารย์เก่าและอาจารย์ใหม่มานั่งล้อมวงกันในห้อง 602  แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความกระหายที่อยากจะฟังเรื่องเล่าจากอาจารย์อาวุโสทั้งสองคน  รศ. วิไลวรรณ  ทองเจริญ เป็นผู้นำการสนทนา  ส่วนอาจารย์ ดร. อาภา ยังประดิษฐ ทำหน้าที่เป็นคุณลิขิต  สาระที่ได้จากการสนทนามีดังต่อไปนี้

                รศ. พรศรี เล่าว่ารุ่นอาจารย์เป็น clinical instructor รุ่นแรกของคณะพยาบาลศาสตร์  ซึ่งอาจารย์ทุกคนได้รับการเตรียมการเป็นอย่างดี    ด้วยความที่เป็นคนชอบสอนอยู่แล้วประกอบกับได้มีอาจารย์ต้นแบบที่ดี (เช่นผู้ตรวจการพยาบาล)  อาจารย์จึงมีต้นทุนที่ดีอยู่ในตัว

                เส้นทางของอาจารย์ ที่ทำให้เป็น รศ.พรศรี ในวันนี้คือ  อาจารย์ทำให้นศ.เห็นว่าท่านไม่ใช่เป็นแค่ครู  แต่เป็นพยาบาลด้วย  อาจารย์เน้นถึงการแสดงบทบาทของอาจารย์พยาบาลที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมการรักษา   ท่านนำนศ. ตาม round ของแพทย์ โดยท่านจะไม่ยืนเฉยๆ  แต่ท่านจะเตรียมข้อมูลของคนไข้เป็นอย่างดีเพื่อ share ข้อมูลกับแพทย์  ทำให้ทีมแพทย์เห็นความสำคัญของเรา 

                รศ.พรศรี เล่าต่อไปว่า ด้วยความที่แสดงให้แพทย์เห็นความสามารถในการสอนและการมีความรู้จริง    ศ. พญ.ชนิกา  ตู้จินดา  จึงชวนร่วมทำวิจัยเป็นครั้งแรก  และยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรในค่าย  อาจารย์ก็ทำแผนการสอนแล้วติดตามผล  ทำให้ได้ package แผนการสอน 

                ความภูมิใจของรศ.พรศรี  คือการที่อาจารย์อยู่ในทีมเบาหวาน  และ care team  อาจารย์ใช้หลักการกลมกลืนการสอน บริการและวิจัยเข้าด้วยกัน  ซึ่งนอกจากการรักษาแล้วอาจารย์ยังให้ความสนใจในการป้องกัน โดยเข้าไปดำเนินการในโรงเรียนด้วย  ทำให้อาจารย์มีผลงานทางวิชาการมากมาย   และอาจารย์ภูมิใจที่ถูกเลือกเป็น speaker ใน symposium  การประชุมนานาชาติร่วมกับแพทย์ชื่อดังของโลก    หลักในการสอนของอาจารย์คือทำให้นศ. ภูมิใจในตัวของนศ.เอง   ไม่ทำให้นศ.ขึ้น ward อย่างไม่มั่นใจ  เราต้องเดินขึ้นไปอย่างสง่างาม  แสดงตนเป็นส่วนหนึ่งของทีมการรักษา 

อาจารย์ให้ข้อคิดว่าเราต้องมีจุดเด่นในตัวที่เหนือกว่าพยาบาลบน ward  เพื่อให้เขายอมรับเรา   สำหรับอาจารย์พยาบาลที่จบปริญญาโท   อาจมีประสบการณ์น้อยกว่าพยาบาลบน ward  เพราะเสียเวลาไปเรียนและปัจจุบันพยาบาลบน ward  ก็จบปริญญาโทหลายคน   ดังนั้น อาจารย์ใหม่ต้องพยายามทำตัวให้โดดเด่นในด้านความรู้       ส่วนอาจารย์ที่ไม่ใช่ศิษย์เก่าของศิริราช  จะต้องเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นี่ให้เร็วที่สุด   ต้องสร้างบารมีคือ วิทยาทาน  หาความรู้ใส่ตัวให้มากๆ    ต้องหา area ความเชี่ยวชาญของตัวเอง  โดยเป็น major  หนึ่งอย่าง เช่นรศ.พรศรี มีความเชี่ยวชาญหลักคือ เบาหวานในเด็ก  และยังต้องมี minor อีกอย่าง  ซึ่ง รศ.พรศรี เชี่ยวชาญ โรคหอบหืดด้วย 

ส่วนผศ.ทัศนีย์ นั้น รศ.พรศรี ให้คำจำกัดความว่าเป็น ครูคลินิกในอุดมการณ์  ตัวจริง   ผศ. ทัศนีย์  มีหลักการทำงานว่า  เราต้องรักษามาตรฐานการสอนที่ดี   อาจารย์กล่าวว่าบางครั้งเราไปเสียเวลากับ non nursing  เนื่องจากพยาบาลอยู่ใกล้ชิดแพทย์มากกว่าเรา  จึงได้รับความรู้ประสบการณ์มากกว่า   ครูพยาบาล   ต้องเก่งเรื่อง patho – physio  เพราะเป็นหัวใจ   ต้องสอนให้นศ.รู้ว่าเหตุผลของการปฏิบัติการพยาบาลนั้นๆ  คืออะไร  ไม่เช่นนั้นก็จะเป้นการทำงานแบบ PN      อาจารย์ไม่ชอบการlecture บน ward  เพราะเสียเวลา  แต่ชอบเดินไป conference ไปตามเตียง  เมื่อนศ.ทำอะไรไปก็ให้วิเคราะห์ สังเคราะห์ออกมาแล้วเล่าให้เพื่อนฟัง   เพราะเด็กชอบฟังเพื่อนมากกว่าฟังเรา   

เทคนิคการทำงานของผศ.ทัศนีย์ คือ การมีทั้งพระเดชและพระคุณ  ต้องสร้างบารมีโดยต้องใจกว้าง     มีสัมพันธภาพที่ดีกับพยาบาล  ใครชวนไปไหนก็ไป   ทำตัวเป็นกันเอง พยาบาลมีอะไรก็จะเล่าให้ฟัง   ขณะเดียวกันเรามีปัญหาอะไรก็ใช้วิธี sit & talk กับพยาบาล   บางทีก็กระซิบพยาบาลให้ช่วยจับตาดูนศ.บางคนที่มีปัญหา   อาจารย์เล่าว่าอาจารย์ชอบ human to human service  ชอบรู้จักคน   และใช้อารมณ์ขันเป็นตัวผ่อนคลายสถานการณ์   อาจารย์ชอบทำให้บรรยากาศใน ward สนุก 

รศ.พรศรี แนะนำว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้อมี CoP  ของครูคลินิก (Community of Practice of clinical instructor)  เพราะมีอาจารย์ใหม่ๆ เข้ามามาก  การมี CoP จะช่วยป้องกัน mal practice โดยอาจารย์ทุกๆ ภาคควรมาร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์   แลกเปลี่ยนปัญหาการเรียนการสอน   เช่นวันนี้มีการเขียนรายงาน  หรือการสอนมีปัญหา   คนนี้สอนสนุก   วันนี้มี case น่าสนใจ    หรือไปอ่านarticle แล้วมาเล่าให้ฟัง   โดยอาจจัดเดือนละ 2 ครั้ง  หมุนเวียนกันรับผิดชอบ  ทำเป็นตาราง   ซึ่งรศ.พรศรี  แนะนำว่าในการแลกเปลี่ยนแต่ละครั้ง ควรมีอาจารย์ที่อยู่ใน 4 กลุ่มต่อไปนี้เข้าร่วมด้วย  คือ

กลุ่มอาจารย์อาวุโส  ทำงานมากกว่า 10  ปี

กลุ่มอาจารย์ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติด้านการสอน

กลุ่มอาจารย์มีประสบการณ์  5-10 ปี  และ

กลุ่มอาจารย์ใหม่ ประสบการณ์ต่ำกว่า 5 ปี

รศ.พรศรี ย้ำว่าการประชุมแต่ละครั้งต้องมีคุณลิขิต  บันทึกไปเรื่อยๆ ต่อไปอาจเป็น guideline ก็ได้  

ข้อสรุปจากอาจารย์ทั้งสองท่านคืออาจารย์พยาบาลจะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี  มีความรู้ลึก รู้จริง  ต้องแสดงความสามารถให้พยาบาลและแพทย์ยอมรับ   มีสัมพันธภาพที่ดีกับทีม  และเพื่อความก้าวหน้าอย่าปล่อยให้โอกาสดีๆหลุดลอยไป   โดยรศ. พรศรีกล่าวว่า  โอกาส คือราชรถ...    เมื่อรู้ว่าราชรถอยู่ตรงไหน ให้ไปรอ....และให้เสนอตัวขอขึ้นราชรถนั้น    จึงจะทำให้ชีวิตการทำงานเจริญก้าวหน้า

เวลาหนึ่งชั่วโมง  น้อยไปสำหรับประสบการณ์ที่มีอย่างมากมายของท่านอาจารย์ทั้งสอง   ถึงอย่างไรก็ตาม    เพียงแค่นี้หากพวกเราทุกคนนำประสบการณ์และคำแนะนำของท่านไปปฏิบัติ อาจจะทำให้กลายเป็นอาจารย์คลินิกดีเด่นได้  และหวังว่าเราจะมี CoP ด้านclinical teaching ในไม่ช้านี้    โปรดติดตามต่อไป    

 

หมายเลขบันทึก: 203539เขียนเมื่อ 26 สิงหาคม 2008 11:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 01:45 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี