การพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทย

Jsm_thai

ชื่อเรื่อง  การดำเนินการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1    สาระการเรียน                รู้ภาษาไทย

ผู้วิจัย     นางจิตสมาน  คร้ามมี  โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี)

 

บทคัดย่อ    

                       การดำเนินการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ  สาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่    ครั้งนี้   มีวัตถุประสงค์เพื่อ    1)  พัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ    สาระการเรียนรู้ภาษาไทย      ชั้นประถมศึกษาปีที่  1   โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดพันปี)    สำนักการศึกษา    เทศบาลนครพิษณุโลก  2) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกการเขียนสะกดคำ  สาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1    จำนวน  9  ชุด    โดยการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกตามเกณฑ์มาตรฐาน  80/80   3)  ศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียน  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1   ที่ได้รับการฝึกโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ  สาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก

                       กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนาครั้งนี้  คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนเทศบาล5  (วัดพันปี)  สำนักการศึกษา   เทศบาลนครพิษณุโลก   ภาคเรียนที่  2    ปีการศึกษา  2550  จำนวนนักเรียน

23  คน   ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง

               เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการ คือ   1)  แผนการจัดการเรียนรู้    จำนวน  9  แผน   2)  แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำในภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1  จำนวน  9  ชุด   3)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเขียนสะกดคำ   จำนวน 40  ข้อ   มีค่าความยากง่าย  ระหว่าง  0.35-0.75   ค่าอำนาจจำแนก   ระหว่าง  0.25-0.75    สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ    ค่าเฉลี่ย  (X)) ,      ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D) ,   ค่าดัชนีความสอดคล้อง  (IOC) ,   เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน   โดยการทดสอบค่า  t (test  Dependent  Sample)

 

 

 

ผลการศึกษาพบว่า

 

                         1. แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำในภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนเทศบาล  5     (วัดพันปี)  ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  89.58/84.78  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้  คือ  80/80 

2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  2        ที่ได้รับการฝึก  โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำในภาษาไทย    ชั้นประถมศึกษาปีที่   2    หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 

            

              

 

 

    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผลงานทางวิชาการ

คำสำคัญ (Tags)#ภาษาไทย#ผลงานทางวิชาการ#การพัฒนาแบบฝึกทักษะ#การเขียนสะกดคำ#นางจิตสมาน คร้ามมี

หมายเลขบันทึก: 202893, เขียน: 23 Aug 2008 @ 12:00 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 22:13 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก


ความเห็น (8)

ไม่บอกว่าเขียนสะกดคำเรื่องอะไรเลยหรือคะ กรอบความรู้จะใหญ่ไปรึเปล่า พอดีสอน ภาษาไทย ป.1 เหมือนกัน แต่ทำเรื่องการอ่านคำที่มีตัวสะกด 9 เล่ม 9 มาตรา ใช้แผน 9 แผน ค่ะ

ถ้ามีข้อควรปรับปรุงใด ๆ จะแจ้งให้ผู้จัดทำทราบ ก็ยินดีและเต็มใจอย่างยิ่ง( ขอบคุณมากค่ะ )

เอ๋
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ไม่มีตัวอย่างในการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำ มาตราตัวสะกด บ้างหรือคะ พอดีสอน ภาษาไทย ป.1 เป็นปีการศึกษาแรก (พึ่งบรรจุคะ)

นายโชคลาภ สุวรรณเคหะ
IP: xxx.19.25.226
เขียนเมื่อ 

เธอยังเขียนบทคัดย่อไม่ถูกต้องตามรูปแบบนะ วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ไม่ควรจะมี คงมีวัตถุประสงค์ 2 ข้อก็เพียงพอแล้ว อย่าลืมโชว์ผลจาก spss ในการหานัยสำคัญทางสถิติไว้ในภาคผนวก ง.(ผลการวิเคราะห์ข้อมูล)

จาก ครูโชคลาภ สุวรรณเคหะ

ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

รง
เขียนเมื่อ 

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง  รายงานการใช้ชุดฝึกสมรรถภาพการอ่านเร็ว
ผู้ศึกษา  นายณรงค์  ไทยรัตน์ ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดศรีสาคร  อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี
     วัตถุประสงค์
1.เปรียบเทียบสมรรถภาพการอ่านเร็วก่อนและหลังเรียน
2.หาประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถภาพการอ่านเร็ว
3.หาความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดฝึก
     ประชากร
นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดศรีสาคร อ.เมืองฯ จ.สิงห์บุรี  จำนวน18 คน
     ผลการศึกษา
สมรรถภาพการอ่านเร็วหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญระดับ 0.01  อัตราเร็วในการอ่าน

ก่อนเรียน 199 คำ/นาที  หลังเรียน 120 คำ/นาที

ผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน ก่อนเรียนร้อยละ 65.42 หลังเรียนร้อยละ 75.28 

ค่าประสิทธิภาพของชุดฝึก E1/E2 เท่ากับ 81.67/81.11 

นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดฝึกระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.30 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.584)

รง
เขียนเมื่อ 

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง  รายงานการใช้ชุดฝึกสมรรถภาพการอ่านเร็ว
ผู้ศึกษา  นายณรงค์  ไทยรัตน์ ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดศรีสาคร  อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี
     วัตถุประสงค์
1.เปรียบเทียบสมรรถภาพการอ่านเร็วก่อนและหลังเรียน
2.หาประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถภาพการอ่านเร็ว
3.หาความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดฝึก
     ประชากร
นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดศรีสาคร อ.เมืองฯ จ.สิงห์บุรี  จำนวน18 คน
     ผลการศึกษา
สมรรถภาพการอ่านเร็วหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญระดับ 0.01  อัตราเร็วในการอ่าน

ก่อนเรียน 199 คำ/นาที  หลังเรียน 120 คำ/นาที

ผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน ก่อนเรียนร้อยละ 65.42 หลังเรียนร้อยละ 75.28 

ค่าประสิทธิภาพของชุดฝึก E1/E2 เท่ากับ 81.67/81.11 

นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดฝึกระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.30 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.584)

รง
เขียนเมื่อ 

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง  รายงานการใช้ชุดฝึกสมรรถภาพการอ่านเร็ว
ผู้ศึกษา  นายณรงค์  ไทยรัตน์ ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดศรีสาคร  อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี
     วัตถุประสงค์
1.เปรียบเทียบสมรรถภาพการอ่านเร็วก่อนและหลังเรียน
2.หาประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถภาพการอ่านเร็ว
3.หาความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดฝึก
     ประชากร
นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดศรีสาคร อ.เมืองฯ จ.สิงห์บุรี  จำนวน18 คน
     ผลการศึกษา
สมรรถภาพการอ่านเร็วหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญระดับ 0.01  อัตราเร็วในการอ่าน

ก่อนเรียน 199 คำ/นาที  หลังเรียน 120 คำ/นาที

ผลสัมฤทธิ์ในการอ่าน ก่อนเรียนร้อยละ 65.42 หลังเรียนร้อยละ 75.28 

ค่าประสิทธิภาพของชุดฝึก E1/E2 เท่ากับ 81.67/81.11 

นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดฝึกระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.30 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.584)

ขอบคุณมากค่ะ