สนุกคิดกับคณิตศาสตร์

               

"ครูครับ ครูครับ ครูมาแข่งทายปัญหากับผมไหมครับ  เด็กชายเฉลียว เข้าเดินคลอเคลีย และชักชวนครู

เพียงใจให้แข่งทายปัญหากันในเย็นวันหนึ่ง เมื่อต้นปีการศึกษา 2545  โรงเรียนเลิกแล้ว และครูกำลังเดินมาที่โรงรถเพื่อกลับบ้าน  เด็กชายเฉลียวคนนี้เพิ่งเข้ามาเรียนชั้น ม. 1 ได้ประมาณ 2 3 เดือน และจากที่ได้สอนคณิตศาสตร์เขาในห้องเรียน พบว่าชอบเรียนคณิตศาสตร์  แต่ไม่ชอบเขียน  ถ้าเป็นโจทย์ที่ต้องให้แสดงวิธีทำยาวๆ จะไม่ค่อยชอบ และลายมืออ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำงานไม่เรียบร้อย แต่พูดเก่งเอาซิ ไหนปัญหาเธอว่าอย่างไร  ครูเพียงใจถาม    

......................................... เด็กชายเฉลียวให้ปัญหามา   ซึ่งในครั้งนั้นครูเพียงใจก็ตอบปัญหาของเด็กชายเฉลียวไม่ได้เพราะเป็นปัญหาเชาว์อะไรก็ไม่รู้  เอาล่ะงั้นครูขอท้าเธอบ้าง ครูเพียงใจนึกสนุก เมื่อเห็นว่าเด็กชายเฉลียวมีความสนใจ และกล้าพูด กล้าคุยกับครูแม้จะเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน     เรามาแข่งกันนับจำนวน โดยจะผลัดกันนับ 1 20 ถ้าใครนับลงท้าย 20  จะเป็นคนแพ้  แต่มีกติกาว่าให้นับได้ทีละ 1 หรือ 2  จำนวนติดกันเท่านั้น ตกลงไหม    

ตกลงครับแต่ผมขอเริ่มคนแรกได้ไหม    เด็กชายเฉลียวตอบ

                จากนั้นครูเพียงใจและเด็กชายเฉลียวก็ผลัดกันนับตามกติกา  ปรากฏว่า เด็กชายเฉลียวนับลงท้าย 20 ซึ่งก็เป็นฝ่ายแพ้   ผมขอแก้มือใหม่โดยให้ครูเริ่มนับก่อนได้ไหมครับ เด็กชายเฉลียวขอต่อรอง  ได้ซิ  ให้ครูนับ  ก่อนก็ได้  ซึ่งครูเพียงใจและเด็กชายเฉลียวก็ผลัดกันนับตามกติกาอีก  แต่เด็กชายเฉลียวนับลงท้าย 20 เป็นผู้แพ้อีก   จากนั้นทั้งครูและเด็กก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

                เช้าวันใหม่  เด็กชายเฉลียวมาดักรอพบครูเพียงใจที่โรงเรียนตั้งแต่เช้า  มาขอแข่งกันนับใหม่ บอกว่าคราวนี้จะไม่ให้แพ้ครูอีก  แต่ขอเป็นผู้เริ่มนับคนแรกนะ  ซึ่งครูเพียงใจก็ยอมให้แข่ง   และครั้งนี้เด็กชายเฉลียวก็เป็นผู้ชนะทุกครั้ง     ครูเพียงใจจึงซักถามเด็กชายเฉลียวว่าทำอย่างไรเขาจึงชนะได้ทุกครั้ง

                เด็กชายเฉลียวเล่าว่าจากการที่เขาแข่งนับจำนวนแล้วแพ้ครู  พอกลับบ้านเขาไปก็คิดหาวิธีการว่าจะต้องนับให้ลงจำนวนใดบ้าง ถึงจะเป็นผู้ชนะทุกครั้ง ถ้าได้เลือกนับก่อนเป็นคนแรก  แล้วเขาก็ค้นพบวิธีการนับที่ถูกต้อง  ซึ่งครูเพียงใจได้แสดงความชื่นชม ในความมานะและพยายามคิดแก้ปัญหาของเด็กชายเฉลียว  และเขาก็จะมีความภาคภูมิใจในตนเองมากที่สามารถค้นหาวิธีการคิดที่ จะเป็นผู้ชนะได้ทุกครั้ง   ถ้าได้นับก่อนเป็นคนแรก 

                เหตุการณ์ครั้งนั้น  ครูเพียงใจจึงได้ลองนำเกมแข่งขันนับ มาให้นักเรียนอื่นๆ ได้แข่งขันกัน   เพื่อพัฒนาการคิดบ้าง  ซึ่งผลการแข่งขัน มีแพ้ชนะนั้นเป็นไปโดยบังเอิญไม่มีหลักการ  แม้ว่าใครจะเป็นผู้นับก่อนหรือนับหลังก็ตาม  จากนั้นครูจะกำหนดว่าถ้านักเรียนได้เป็นผู้เล่นคนแรก แล้วต้องการเอาชนะทุกครั้ง  จะมีวิธีการนับอย่างไร   ซึ่งนักเรียนทุกคนก็จะพยายามหาวิธีการคิดวิธีเล่นได้ถูกต้องเมื่อมีการให้แข่งขันซ้ำๆ  บางคนก็ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็ค้นพบคำตอบ  บางคนก็อาจต้องให้เวลาคิดนานหน่อย  และต้องให้แข่งขันหลายๆรอบจึงจะได้

                จากนั้นเป็นต้นมาครูเพียงใจจึงได้หาเกมคณิตศาสตร์ต่างๆมาเป็นสิ่งเร้า  ดึงดูดใจให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียน  และช่วยพัฒนาการคิดคณิตศาสตร์ให้กับนักเรียนได้อย่างมากมาย   และทำให้เกิดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ใหม่ๆที่ไม่น่าเบื่อหน่าย   เพราะการคิดจะเกิดขึ้นในตัวนักเรียนหรือไม่  คิดแล้วได้ผลอย่างไร  มีคุณภาพหรือเกิดประโยชน์มากน้อยเพียงใดนั้น  ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบในการคิดแต่ละครั้ง  คือสิ่งเร้า  การรับรู้ จุดมุ่งหมายในการคิด วิธีการคิด และการกระตุ้นให้นักเรียนพัฒนาการคิดมากยิ่งขึ้น