สวัสดีครับ

ถ้าเปรียบเทียบการมาฝึกอบรมต่อเนื่องถึง 5 วันเป็นเกมส์การแข่งขันกีฬา ณ บัดนี้ เราก็ย่างกรายเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังเรียบร้อยแล้ว มีเหตุการณ์ให้ต้องเปลี่ยนตัวสำรองมาลงสนามกันบ้าง แต่ก็นับว่าค่อนข้างน้อย กว่า 90% ยังเป็นตัวจริงกันอยู่ เหตุผลของการเปลี่ยนตัว 1-2 คนจาก 40 กว่าคน ได้ทราบจากใน Blog ของพวกเราว่า เป็นเพราะตัวจริงติดภารกิจของทางราชการ ไม่เป็นไรครับเพราะเราก็ยังมี Blog แห่งนี้ตามไปให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันถึงที่บ้าน ที่ทำงาน เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบใหม่ ๆ อย่าง Blog กันแล้วนะครับ

เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.48) ผมใส่เทคนิคส่วนตัว + ประสบการณ์ ทางด้านการทำสื่อเพื่อ Presentation กันอย่างเต็มที่ หวังว่าคงจะนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์กันให้เยอะ ๆ นะครับ

แต่มีข้อมูลความจริงกันอยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับการเรียนรู้ทางด้าน IT ของผู้ใหญ่วัยขนาดเรา (ขอย้ำคำว่า...“วัยขนาดเรา”...) มีการวิจัยสำรวจจากทางเมืองนอกพบว่า ผู้ใหญ่วัยขนาดเรามาเข้ารับการฝึกอบรมเรียนรู้ทางด้าน IT ต่อให้ตั้งใจฟัง ติดตามรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว และฝึกปฏิบัติอย่างไม่คลาดสายตา ประสิทธิผลของการเรียนรู้รับได้อย่างมากก็ไม่เกิน 60%

และถ้ามานั่งเรียนแบบ 2 คนต่อ 1 เครื่อง "เอ้า..น้องทำไปเถอะไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่นั่งดู" ต่อให้พี่ไม่นั่งตาปรือเลยสักวินาทีเดียว รับได้อย่างมากไม่เกิน 30% ครับ

แล้วเรียนแบบไหนกันที่จะเพิ่มประสิทธิผลได้มาก ๆ ถึง 80 – 90% คำตอบคือ ต้องเป็นผู้เรียนประเภท “ซน” ครับ คือ อยากรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้ สนใจซักถาม ทดลองของใหม่ เปิดกว้างกับการรับความรู้ใหม่ไปเรื่อย ๆ เรียกว่าเป็นคนประเภท รักในความรู้ ครับ

เดี๋ยวก่อน ๆ อย่าเข้าใจผิดคิดเอาเองว่า ตัวเราเอง “ซน” ใช้ได้แล้ว “ซน” กับ “มั่ว” นี่มันต่างกันนะครับ คนที่เรียนรู้แบบ “ซน” ต้องสนใจไขว่คว้าหาความรู้ ชนกับปัญหา (Hit the wall) แก้ไขจนสำเร็จก็จะเกิดเป็นความรู้ใหม่ติดตัวเราไป คน “ซน” จะต้องอ่านให้มากทั้งข้อความที่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ  เรียกว่า ต้องพยายามเข้าใจกันให้ถึงแก่นกันไปเลย

แต่ถ้าประเภทที่ชอบใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Click ไปเรื่อย ๆ เจอข้อความคำถามโต้ตอบออกมาเป็นภาษาอังกฤษ ถ้ามี “Yes” กับ “No” หรือ “OK” โผล่ขึ้นมาให้เลือก คำตอบของเขาคือ “Yes” และ “OK” เท่านั้น ไม่มีเหตุผลเป็นอย่างอื่น แบบนี้ไม่เรียกว่า “ซน” หรอกครับ แน่นอนเลยว่า จะต้องเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “มั่ว”

เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเรียกรอยยิ้มในยามเช้าครับ

ขอให้มีความสุขกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
            อ.ไอศูรย์  ภาษยะวรรณ์