ครู กับ การพัฒนาคน
(พิมพ์เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์รายวัน เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๒ หน้า ๑๐)
โดย รศ. ประวิตร ชูศิลป์
อธิการบดี สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม
จากการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารที่เกิดขึ้นในแต่ละวันภายในบ้านเมืองไทยของเราขณะนี้ ทำให้เรามองเห็นกระจ่างชัดขึ้นว่า บ้านเมืองของเรานั้น มิได้มี หรือประสบปัญหาแต่เฉพาะด้านเศรษฐกิจ เท่านั้น หากแต่ยังมีปัญหาด้านอื่น ๆ อีกด้วย
ด้านการเมือง แม้จะมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ก็ยังมีปัญหาอยู่ จะเห็นได้จากตัวอย่างการทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนคร จังหวัดใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครเมื่อเร็ว ๆ นี้ ด้านสังคม ก็มีปัญหามาก ทั้งเรื่องยาเสพย์ติด โรคเอดส์ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การใช้สิทธิของคนบางกลุ่มอย่างเกินสิทธิของตน ด้านการศึกษา ก็มีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพในการจัดการศึกษา จนต้องมีการปฏิรูป ซึ่งแม้จะดูว่าช้าไปแล้ว แต่ก็ยังดีกว่าไม่คิดทำ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ด้านการพระศาสนา ที่น่าจะสร้างความสุข สงบสันติให้เกิดขึ้นในศาสนิกชนได้ ก็ยังกลับมีปัญหา มิใช่แต่เฉพาะพระพุทธศาสนาเท่านั้น บางศาสนา ก็ถึงกับจะให้มีการถอดถอนประมุขของศาสนาเลยทีเดียว
จะเห็นและรู้สึกได้ว่า บ้านเมืองของเราในขณะนี้ มีปัญหาแทบจะทุกด้านที่ต้องการการแก้ไข ปรับปรุงโดยเร็ว เพราะไปเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ จึงอาจกล่าวได้ว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาของชาติก็คงไม่ผิด ปัญหาหนึ่งอาจเป็นต้นเหตุของอีกปัญหาหนึ่ง หรือไปเสริมให้ปัญหาอื่นรุนแรง หนัก และสาหัสขึ้นก็ได้
ถ้าหากวิเคราะห์ ต้นเหตุ แห่งปัญหาทั้งปวงเหล่านี้แล้ว พอจะแน่ชัดที่จะสรุปได้ว่า มาจาก "คุณภาพของคน" เป็นสำคัญ ที่สรุปเช่นนี้ มิใช่ว่า สติปัญญา ความเฉลียวฉลาด และความสามารถของคนไทยเราจะด้อยกว่ากว่าคนเชื้อชาติใดในโลกนี้ก็หาไม่ แต่เมื่อใดที่คนไทยเรา (คนเก่ง ๆ) มาทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นคณะ(กรรมการ) เป็นพรรค หรือจะต้องใช้การประสานสัมพันธ์ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน (ทั้งภายใน หรือภายนอกก็ตาม)แล้ว ก็มักจะมีปัญหา ขัดแย้ง ไม่ยอมลดรากัน เกิดขึ้นเสมอ ๆ อย่างผิดปกติ ไม่รู้รัก สามัคคี ไม่ยอมรู้แพ้ รู้ชนะ หรือแพ้ ชนะกันไม่เป็น ไม่แยกแยะว่าสิ่งใด คือประโยชน์สำคัญของชาติหรือส่วนรวม เช่นนี้เป็นต้น
เครื่องมือสำคัญที่จะใช้พัฒนาคนให้มีคุณภาพดี เพื่อคนที่มีคุณภาพดีจะได้ไปพัฒนาชาตินั้น ก็คือ การศึกษา การให้การศึกษาที่มีคุณภาพ จะช่วยพัฒนาคนให้มีคุณภาพดี คือเป็นทั้งคนเก่งและคนดี สมกับคำนิยามอย่างหนึ่งที่ว่า การศึกษา คือ การเจริญงอกงาม (Education is growth) ซึ่ง ครู จะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสำคัญยิ่งในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า การศึกษานี้ และโดยอาศัยแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ดังปรากฏในหนังสือ กินรี วารสารรายเดือนของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ฉบับประจำเดือนมกราคม ๒๕๔๒ หน้า ๑๗) ที่ได้ทรงชี้แนะไว้ว่า
" การพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญยิ่งขึ้นไปนั้น ย่อมต้องพัฒนาบุคคลก่อน เพราะถ้าบุคคลอันเป็นองค์ประกอบของส่วนรวม ไม่ได้รับการพัฒนาแล้ว ส่วนรวมจะเจริญและมั่นคงได้ยากยิ่ง การที่บุคคลจะพัฒนาได้ ก็ด้วยปัจจัยประการเดียวคือ การศึกษา การศึกษานั้นแบ่งเป็นสองส่วน คือ การศึกษาด้านวิชาการ(Academic learning) ส่วนหนึ่ง กับการอบรมบ่มนิสัย(Spiritual development) ให้เป็นผู้มีจิตใจใฝ่ดี ใฝ่เจริญ มีปกติละอายชั่วกลัวบาปส่วนหนึ่ง การพัฒนาบุคคลจะต้องพัฒนาให้ครบถ้วนทั้งสองส่วน เพื่อให้บุคคลได้มีความรู้ ไว้ใช้ประกอบการ และมีความดี ไว้เกื้อหนุนการประพฤติปฏิบัติทุกอย่างให้เป็นไปในทางที่ถูกที่ควร และอำนวยผลเป็นประโยชน์ที่พึงประสงค์ "
จากส่วนหนึ่งของแนวพระราชดำริที่ได้อัญเชิญมาไว้ดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่าสอดคล้องอย่างยิ่งกับหลักวิชาครูหรือวิชาการศึกษาที่ครูทุกคนควรตระหนักถึงการทำหน้าที่ของตน ที่จะต้องพัฒนาให้ผู้เรียนได้เจริญงอกงามครบทุกด้าน กล่าวคือ ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive domain) ด้านปฏิบัติพิสัย (Psychomotor domain) และด้านจิตพิสัย (Affective domain) เฉพาะด้านพุทธิพิสัย และปฏิบัติพิสัยนั้นป็นการสร้างความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการและวิชาชีพให้แก่ผู้เรียน หรือเป็นการศึกษาด้านวิชาการ(Academic learning) นั่นเอง ซึ่งจะมีรายวิชา หน่วยกิตกำหนดไว้ชัดเจน อีกส่วนคือ ด้านจิตพิสัยนั้น เป็นส่วนที่สร้างให้ผู้เรียนได้เจริญงอกงามทางด้านจิตใจ คุณธรรม ความดีงามต่าง ๆ หรือเป็นการอบรมบ่มนิสัย (Spiritual development) ซึ่งจะไม่มีรายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ที่จะสร้างความเจริญงอกงามส่วนนี้ให้สมบูรณ์ได้อย่างเอกเทศ แต่จะสอดแทรกอยู่ในกิจกรรม บรรยากาศสิ่งแวดล้อม การจัดกระบวนการเรียนการสอน รวมทั้งการมีแบบอย่างที่ดีงามไว้ให้ดู ครู จึงมีส่วนอย่างสำคัญในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพได้ โดยเฉพาะในด้านการสอนนั้น จะต้องเน้นที่การสอนคน ให้มากกว่าการสอนหนังสือ ต้องทำให้ผู้เรียนเจริญงอกงามครบสมบูรณ์ทุกด้าน เพื่อให้เขาเป็นทั้งคนเก่งและคนดี ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับสังคมส่วนรวม จึงจะได้ชื่อว่าเป็น ครู ที่แท้จริง การจัดการศึกษา ก็จะเป็นการให้การศึกษาที่มีคุณภาพ และสถาบันการศึกษานั้น ก็จะเป็นสถาบันที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงด้วย
-------------------------------------------------
27 พฤษภาคม 2542