ขนาดสูงๆสามารถป้องกันหนูเมาส์ตายจากการติดเชื้อไวรัสนี้ได้

        ปลายปีที่แล้ว (ธันวาคม 2550) หลายจังหวัดมีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้ผู้เกี่ยวข้องกับสัตว์ปีก ซึ่งรวมวัคซีนสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์ H1N1 และ H5N1 ด้วย

ตอนนี้มีเรื่องวัคซีนสำหรับ H1N1 มาฝาก

        เมื่อ 90 ปีก่อน (.. 2461) ไวรัสไข้ใหญ่สายพันธุ์ H1N1ซึ่งเชื่อว่าได้รับสารพันธุกรรมมาจากไวรัสไข้หวัดนก ได้ระบาดทั่วโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 ล้านคนภายในปีเดียว ไวรัสไข้หวัดใหญ่ส่วนมากจะโจมตีผู้ที่ร่างกายไม่แข็งแรง (เด็ก และผู้สูงอายุ) แต่สายพันธุ์ H1N1 ที่ระบาดนั้นกลับโจมตีคนที่มีอายุน้อยและร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงโดย 1 ในสามที่ติดเชื้อจะตายภายในไม่กี่วัน เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์นี้ทำให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและหลั่งสาร (cytokines) จำนวนมากที่ปอด ระดมเซลล์อักเสบจำนวนมากมาที่ปอด แล้วทำให้หายใจลำบาก

ภาพไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1, ภาพตำรวจต้องสวมผ้าปิดจมูกปากป้องกันการติดต่อ, ภาพเส้นทางการระบาดของไวรัสนี้ทั่วโลกเมื่อเก้าสิบปีที่แล้ว (ล่าง) ซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่ทางเรือ รถไฟ (นึกถึงว่าถ้าเกิดในช่วงปัจจุบันนี้ ซึ่งการเดินทางสะดวก การระบาดจะเกิดได้ฉับพลันทีเดียว)

         ความเกรงว่าไวรัสอาจจะกลับมา จึงมีการศึกษาภูมิคุ้มกันต่อไวรัสนี้ โดยทำการแยกไวรัสนี้จากร่างผู้เสียชีวิตหญิงที่ถูกแช่แข็งในอลาสกา (Alaskan permafrost ดูภาพ)

 

         ไวรัสที่แยกได้ยังไม่เป็นไวรัสมีชีวิต ทีมวิจัยนำไปใส่ในเซลล์ ทำให้ไวรัสประกอบตัวและเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกครั้ง เทคนิคที่เรียกว่า รีเวอร์สเจนีติกส์ (reverse genetics)

         แล้วไปขอตัวอย่างเลือดจาก ผู้ที่มีอายุระหว่าง 91-101 ปี (ผู้ที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสและรอดมาจากการคร่าชีวิตด้วยไวรัสนั้น ซึ่งในขณะนั้นคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายเหล่านี้ น่าจะเป็นเด็กมีอายุระหว่าง 1-11 ขวบ) จำนวน 32 ตัวอย่าง ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดปรากฏว่า มีแอนติบอดีต่อไวรัสที่แยกได้ และผู้วิจัยยังสามารถแยกเซลล์ที่สร้างแอนติบอดีได้จากแปดตัวอย่าง โดย 7 ตัวอย่างเป็นเซลล์ที่สร้างแอนติบอดีต่อโปรตีนของไวรัส

         จากนั้นจึงนำเซลล์นี้ไปหลอมรวมกับเซลล์มัยอีโลมาเพื่อผลิตแอนติบอดีชนิดโมโนโคลนอล แอนติที่ได้นำไปทดสอบประสิทธิภาพ พบว่าในขนาดสูงๆสามารถป้องกันหนูเมาส์ตายจากการติดเชื้อไวรัสนี้ได้ ดังนั้นแอนติบอดีที่ผลิตได้นี้อาจเป็นประโยชน์ ถ้าเกิดมีการระบาดของสายพันธุ์นี้อีกครั้ง

 

อ้างอิง

  1. http://www.eurekalert.org/pub_releases/2008-08/vumc-1fa081508.php

  2. www.yannone.org/BlogPics/FluVictim.jpg (or http://www.ontariogenomics.ca/education/regenesis_images/GEN6_037.jpg)
  3. http://www.guardian.co.uk/society/2005/oct/06/health.medicineandhealth2