สนุกกับการอ่านพระมะเหลเถไถ
ยังจำบทละครเรื่องพระมะเหลเถไถของคุณสุวรรณ  กวีสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
กันได้ไหมคะ แม้ท่านจะแต่งด้วยสติที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่ก็ใช้ถ้อยคำที่มีเสียง
และจังหวะสนุกสนาน สื่อสารได้รู้เรื่อง และที่สำคัญเอามาให้เด็ก ๆ ฝึกอ่านออกเสียง
ได้เป็นอย่างดีทีเดียว เพราะเด็กจะมุ่งฝึกสะกดและผันเสียงวรรณยุกต์จากคำที่เขียน
อย่างแท้จริง ไม่คำนึงถึงความหมายโดยใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ซึ่งอาจผิดพลาดได้ง่าย
จากความเคยชินที่ผิด ๆ ที่สำคัญครูต้องสอนหลักและวิธีการสะกดมาแล้ว ลองดูนะคะ
          * เมื่อนั้น                                       พระมะเหลเถไถมะไหลถา
สถิตย์ยังแท่นทองกะโปลา                  ศุขาปาลากะเปเล
วันหนึ่งพระจึงมะหลึกตึก                   มะเหลไถไพรพรึกมะรึกเข
แล้วจะไปเที่ยวชมมะลมเต                  มะโลโตโปเปมะลูตู
ตริแล้วพระมะเหลจึงเป๋ปะ                  มะเลไตไคลคละมะหรูจู๋
จรจรัลตันตัดพลัดพลู                          ไปสู่ปราสาทท้าวโปลา
      ครั้นถึงจึงเข้าตะหลุดตุด            ก้มเกล้าเค้าคุดกะหลาต๋า
มะเหลไถกราบไหว้ทั้งสองรา             จึงแจ้งกิจจามะเลาเตา
ด้วยบัดนี้ตัวข้ามะเหลเถ                      ไม่สบายถ่ายเทกะเหงาเก๋า
จะขอลาสองราหน้าเง้าเค้า                   เที่ยวมะไลไปเป่าพนาวัน
     ๏ เมื่อนั้น                                       ท่านท้าวโปลากะปาหงัน
กับนางตาลากะปาลัน                         ได้สดุบตรุบหันมะเลเท
มะลอกทอกบอกว่าจะลาไป               พนาปำทำไมจะไพล่เผล
มะเลอเตอเป๋อเปื้อนเที่ยวเชือนเช      จึงตรัสห้ามมะเหลเถมะเลทา
เจ้าอย่าไปไชเชกะเปลู                        จงเอ็นดูพ่อเถิดมะไหลถา
พระมะเหลไถเฝ้ามะเลาชา                 ก็จำให้ลูกยามะลาปอง ฯ๖คำฯ
     ๏ เมื่อนั้น                                      มะเหลไถทูลลามาหงองก๋อง
จึงตรัสสั่งเสนากะจารอง                   ให้ผูกม้าปาป๋องกะงึงกึง ฯ๒คำฯ
     ๏ บัดนั้น                                       เสนารับสั่งกะงังกึ่ง
ไม่นั่งนิ่งวิ่งไปมะลึงตึง                      มะลันตันครั้นถึงจึงบอกกัน
ว่าบัดนี้มีรับสั่งมะเหลเถ                    ให้ผูกม้าปาเปกะหงันกั๋น
จะเสด็จเตร็จเตร่มะเลตัน                    ว่าแล้วชวนกันมะแลงแตง
     ๏ ผูกเบาะอานพานหน้ามะเหลาะเตาะ  เข็มสลักปักเปาะกะแง๋งแก๋ง
เตรียมทั้งพหลพลแปงแมง                 แล้วไปทูลแถลงมะแรงตา ฯ๒คำฯ
     ๏ เมื่อนั้น                                      พระมเหลเถไถมะไหลถา
ได้ฟังเสนาทะเลาปา                          เสด็จมาที่สรงมะลงโช ฯ๒คำฯ เสมอ
     ๏ สระสรงทรงสุคนธ์ปนตลึก      ลูบไล้ไป่ปึกกะโง๋โก๋
สนับเพลาเชิงไชกะไรโจ                   ภูษาสีสะโรกะโปลัน
เจียรบาดปักทองกะลองเต็ด               ปั้นเหน่งเพชรสายสอดจรอดฉัน
ฉลององค์อย่างน้อยกะปอยลัน          มะลวงชวงปวงปันคั่นทองกร
มงกุฎแก้วแวววาบมาราบรับ             กรรเจียกจันปันกับมะหลอนฉอน
ธำมรงค์จินดากะราชอน                    ตลุดฉุดอรชรมะลอนชัน
ดูเลือบเชือบเหลือบแลกะโปงโลง     งามดังปังโปงกำงั๋นกั๋น
กะงวยกวยฉวยพระแสงมะแรงตัน    มอระตอก็รันขึ้นอาชา ฯ๘คำฯ เชิดฉิ่ง
     ๏ พร้อมหมู่โยธาพะลาแหน   พลาหับนับแสนแน่นหนา
ได้ฤกษ์เลิกพหลมะลนทา                   ออกจากภารากะปาโล ฯ๒คำฯ กราว
      พระชมเขาเนาเนินกะหรกกก  รุกขชาติดาษดกมะโหลโต๋
มะลาตันสาระพันกะลันโป                กะลาปียี่โถมะโยตัน
มะโยติงปริงปรางลางสาบ                  ลางสาดหาดหาบมะหลันปั๋น
มะลันปีสีเสียดประเหยียดกัน             ประยงคุ์แก้วแถวพันมะลันดา
มาลีดวงพวงช่อมะลอชร                     มาลีชาดมาดซ้อมมะรอนฉา
มะรินชิงจิงจ้อมะยอตา                        มะยมเต็มเข็มลามะกาโล
มะกาลิงปิงปุ่มกะทุ่มท้อน                   กะทิงถินกลิ่นขจรมะลอนโหว
มลิวันมันโมกกะโหลกโก                   กุหลาบแกมแนมโยทกาลี
กาหลงชงโคมะโยแป๋ว                        มะโยปมนมแมวมะแลวฉี
มะไลยฉาวสาวหยุดมะลุดลี                 มลิลาสารภีมะลีโช
พระชมปักษากาลาชอน                       กะลาฉินบินว่อนกะล่อนโฉ
กะลิงเฉียบเหยียบแต้วเค้าแมวโม         เค้าเมงหมิ่นผินโผพะโวตา
พะวาติบจิบจาบคาบไข่                        ขาบเคียงเขาไฟไถลถา
ถลาโถมโจมจับมารับกา                       รับกันจำพันจากะสาลม
กะสาเล่นเบญจวันมะลันปี                    มะลันโปโนรีมะลีสม
มะลาโสนโกญจากะทาทม                    กะทาเทืองเงื่องงมมะลมปา
มะลาปิงคลิ้งโคลงอีโลงแล่น                 อีลุ้มลี้อีแอ่นกะแรนฉา
กะเรียนฉาบคาบคั้นมะรันบา                มาร่อนบินกินหว้ามะลาแชง
มะลาชัดสัตวากระสาสูง                       กระแสเสียงเถียงยูงกะรูงแฉ่ง
กะรอกฉวยกล้วยไม้ดูไวแวง                ดุเหว่าหวานขานแข่งระแวงวัง
ระเวงแว่วแจ้วเจื้อยระเรื่อยร้อง             ระเรื่อยรี่มี่ก้องมะลองกั๋ง
มะเลียบกิ่งทิ้งถ่อนมะลอนกัง               มะเล่นกิ่งชิงรังมะลังโต
มาโลดเต้นเม่นหมีชะนีบ่าง                  ชะนีแบดแรดช้างกะงางโก๋
กะแหงนเกยเสยแทงทะโยงโย             ทยานโยกโศกโสทะโลเป
ทลายป่นกล่นเกลื่อนทะเลือนเท่า         ถลาโถมถล่มเท้าทะเลาเส
ถลันสำถลำสวบระยวบเย                     ระยำทับเทมะเลทอน
มะไลโทโคถึกมรึกคี                            มรึกคาพาชีมะหลอนฉอน
มาลบเชือเสือสิงห์มะหิงษ์จร                มหาใจไกรสรมะลอนชา                                         
     ๏ เมื่อนั้น                                         พระมะเหลเถไถมะไหลถา
เพลิดเพลินฤทัยมะไลทา                       ลืมทุกข์ศุขามะลาจี
ละเลิงจนสนธยาหัศดง                         หัสดับลับลงคิรีศรี
พระจึงมีสิงหนาทประภาษพี                สั่งพวกเสนีมะลีทา
ให้ยับยั้งพหลกะรนจง                           กะร้อมชอมล้อมวงมะรงฉา
แล้วให้ช่วยกันมะรันทา                        มะเรทับพลับพลาพนาลี
      บัดนั้น                                         เสนารับสั่งมาลังปี๋
มะลุกปุกคุกเข่ามะเลาตี                         มะรันทังดังมีมะลีทา
เกณฑ์กันฟันแฝกมะแลกแจง                คัดขุดลุดแชงมาแลงฉา
กะรับชับสรรพเสร็จมะเร็จตา                สำเร็จตามบัญชามะลาเท
     ๏ เมื่อนั้น                                          พระมเหลเถไถมะไหลเถ
เสด็จขึ้นพลับพลามะลาเท                     มะไหลถอนนอนเอ้ทะเวกา
     ๏ ทะเวศกายคายคันรัญจวน             ร้อนใจใคร่ครวญหวนหา
หวนโหยโดยดิ้นในวิญญา                     วิญญากจากปรามะราโท
มาแรมทางกลางป่าพนาดอน                 พนาแดนศิงขรมะยอนโฉ
มาเย็นเฉื่อยเรื่อยร้างน้ำค้างโพร             น้ำค้างพรมลมโวมะโรตอน
มารื่นต่างนางในรำไพพัด                     รำเพยเพียงเคียงรัตน์ปัจฐรณ์
ปธมที่ศรีใสจะไลชอน                         จนหลับชิดสนิทนอนมะลอนชา
     ๏ มาจะกล่าวบทไป                         ถึงท้าวหัสไนยมะไหลถา
สถิตย์ที่วิมานมะลานชา                        กายารุ่มร้อนมะลอนจี
จึงเล็งทิพเนตรมะเลดป่า                       ในชมพูแผ่นหล้ามะลาถี
เห็นพระมะเหลเถทะเวที                       มาแรมร้างค้างที่มะลีไช
เพราะไม่มีคู่จรูสม                                 เสวยรมย์ราชามะลาไส
ผู้เดียวเปลี่ยวองค์มะลงไต                    จำเราจะให้มะไลทา
อันลูกท้าวไทมะไลที                            เลิศล้ำนารีมะลีถา
ชื่อนางตะแลงแกงมะแลงกา                วาสนาควรคู่มะลูตอง
อัมรินทร์จินตนาแล้วลาเชด                  เหาะระเห็จจากวิมานมะลานถอง
มายังกรุงไกรมะไลทอง                        โดยจิตคิดปองมะรองแทง
     ๏ ครั้นถึงซึ่งภารามะลาตั๋ง                โกสีย์ลงยังมะลังแต๋ง
เข้าไปในปรางค์มะรางแชง                    อุ้มองค์ตะแลงแกงตะแลงมา
     ๏ เหาะลิ่วปลิวฟ้ามาฉับพลัน           ถึงพลับพลาสุวรรณมะลันถา
วางองค์ลงใกล้มะไลชา                        อัมราพินิจมะลิดจู
     ๏ งามดังสุริยันมะลันตอน               เคียงดวงศศิธรมะลอนฉู
จะดูไหนวิไลกะไรตู                             สมสองครองคู่จะลูเจ
ดูโฉมตะแลงแกงแมลงกัด                    งามดังเพชรรัตน์มะลัดเถ
งามพระมเหลไถมะไลเท                      ดังสุวรรณอันเอละเลทา
สมวงศ์ทรงศักดิ์จักรพรรดิ                    สมเชื้อเนื้อกษัตริย์มะลัดถา
สมทรงคงครองกะรองปา                     เป็นมหาจรรโลงมะโรงกี
แล้วท้าวหัสไนยมะไลถา                      ก็ออกจากพลับพลาพนาศรี
สำแดงแผลงอิทธิ์ฤทธี                          ไปสู่ที่วิมานมะลานทา
     ๏ เมื่อนั้น                                         พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ผวาตื่นฟื้นจากมะรากปา                       เห็นนางกัลยามะลาที
     ๏ พระเพ่งพินิจมะลิดตัก  ประไพพักตร์เพียงจันทร์มะลันถี
อรชรอ้อนแอ้นมะแรนจี                       เลิศล้ำนารีมะลีทา
ฤาหนึ่งนางในมะไลจึก                        พระไพรพฤกษ์พระไทรมะไลต๋า
แกล้งจำแลงแปลงกายมะไลทา            มาหลอกเล่นเห็นมามะลาตม
ฤาหนึ่งยักษ์ขินีผีไพร                           มาคิดปองลองใจมะไลถม
จึงทรงโฉมโสภามะลางม                    จำจะปลุกชวนชมขึ้นลมปู ฯ๖คำฯ
     ๏ ร่าย คิดพลางทางอิงมะลิงออง     ค่อยประคองปลุกนางมะลางฉู
เจ้างามชื่นตื่นเถิดมะเลิศตู                    แล้วเล้าโลมโฉมตรูมะลูเตา ฯ๒คำฯ
     ๏ เมื่อนั้น                                        โฉมนางตะแลงแกงมะแลงเก๋า
ลืมเนตรเห็นองค์มะลงเทา                   นงเยาว์เคืองขัดปัดกร
เออไฉนไยทำกะลำกัก                         มาหาญหักไม่เกรงมะเลงฉอน
ข้าอยู่ถึงภารากะลาตอน                       ไปลักพามาชอนมะลอนไชย
     ๏ เมื่อนั้น                                         พระมะไหลไถเถมะเหลไถ
ได้ฟังพจนามะลาไท                             ภูวไนยจึงมีมะลีทา
     ๏ โอ้โลม โฉมเฉลา                         พี่จะเล่าให้แจ้งมะแลงก๋า
เดิมทีพี่จากมะรากกา                            มาเที่ยวเล่นป่ามะลาไช
พอค่ำย่ำแสงมะแลงชอน                       พี่ดะหลุดหยุดนอนมะลอนไฉ
เป็นกุศลดลจิตมะลิดไท                        เคียงได้เคียงคู่มะลูทอง
ชรอยว่าเทวัญมะลันที                           อุ้มองค์มารศรีมาสมสอง
จึงได้ประสบมะลบออง                        นวลน้องเจ้าอย่าเขินมะเลินใจ
ฉบับเต็มอยู่ในไฟล์อัลบั้มค่ะ