เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินสามารถพัฒนาการได้เท่ากับเด็กทั่วไป

       การจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน มีหลายวิธีได้แก่

        1. การสอนพูด เป็นวิธีการสอนภาษาให้แก่นักเรียนที่มีการสูญเสียการได้ยิน น้อยกว่า 90 เดซิเบล ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้

        1.1 การฝึกฟัง การรับรู้เกี่ยวกับเสียง การจำแนกเสียง ความเข้าใจเกี่ยวกับเสียงที่ได้ยิน

        1.2 การฝึกพูด การเตรียมความพร้อมในการพูด เช่นการบริหารปาก การบริหารลิ้น / การสอนเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ / การสอนคำ วลีและประโยค

        1.3 การฝึกอ่านริมฝีปาก เป็นการฝึกการสังเกตุการเคลื่อนไหวของริมฝีปาก สีหน้าท่าทางของผู้พูดแล้วแปลความหมายจากการสังเกตุนั้น

        1.4 การฝึกการใช้ภาษา เป็นการนำกระบวนการฝึกพุดทั้งหมดมาใช้ในการพูดเพื่อการสื่อสารโดยการฝึกให้เด็กเลียนแบบการพูดจากครู และเด็กสามารถพูดสื่อสารด้วนตนเองในที่สุด

        2. ภาษามือ (Sign Language ) เป็นระบบการสื่อสารของเด็กที่มีการสูญเสรียการได้ยินในระดับมากตั้งแต่ 90 เดซิเบล ขึ้นไป หรือหูหนวก ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยการพูดได้ จึงใช้ภาษามือในการติดต่อสื่อสาร

        3. การสะกดนิ้วมือ ( Finger Spelling ) เป็นระบบการสื่อสารอย่างหนึ่งของคนหูหนวก โดยการทำท่าด้วยนิ้วมือเป็นรูปต่างๆแทนตัวพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์

        4. ท่าแนะนำคำพูด ( Cued Speech) เป็นวิธีการสื่อสารชนิดหนึ่งที่ประดิษฐขึ้นมาใช้ ในการสื่อสารประกอบด้วยท่ามือ 8 ท่าแทนเสียงพยัญชนะ ตำแน่งของมือ 4 ตำแหน่งคือบริเวณข้างใบหน้า คอ คาง และปากแทนเสียงสระ เพื่อให้ผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินสังเกตท่ามือเหล่านั้นประกอบกับการอ่านริมฝีปากของผู้พูดไปพร้อมๆกัน

        5. การสื่อสารแบบรวม ( Total Communication ) เป็นระบบการสื่อสารอย่างหนึ่งของคนหูหนวกโดยใช้วิธีสื่อสารหลายวิธีวรมกันกับการพูด เช่น ภาษามือ ภาษาพูด การสะกดนิ้วมือ การอ่านริมฝีปาก ท่าแนะนำคำพูด รวมทั้งการอ่านการเขียน