กิจกรรม "โลจิสติกส์"
ในการกระจายสินค้า
คอลัมน์ L&S Hub หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
โดย องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศ ของญี่ปุ่น (เจโทร)
การ ส่งมอบสินค้า ถือเป็นงาน
โลจิสติกส์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของธุรกิจการกระจายสินค้า
หากการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าไม่ตรงตามจำนวนความต้องการ
รวมถึงสถานที่ ในการจัดส่งสินค้าไม่ถูกต้อง ไม่อาจสรุปได้ว่า
การขายสินค้าชนิดนั้นๆ ให้แก่ลูกค้าได้จบสิ้นไป หรืออาจกล่าวได้ว่า
การขายสินค้าชนิดนั้นๆ
ยังไม่จบสิ้นกระบวนการจนกว่าการส่งมอบสินค้าจะตรงตามจำนวนความต้องการและ
ความถูกต้องของสถานที่ส่งมอบ
หลักการพิจารณากิจกรรมส่งมอบสินค้า
1. การพิจารณาถึงปริมาณการส่งมอบสินค้าให้ตรงตามคำสั่งซื้อ
ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในกระบวนการส่งมอบสินค้า
หากมีการส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้า
อาจทำให้การส่งมอบสินค้านั้นๆ ไม่มีประสิทธิภาพ
อาจจะมีสาเหตุมาจากเกิดความผิดพลาดขณะขนถ่ายสินค้า ทำให้สินค้าสูญหาย
เช่น มีการตกหล่นของสินค้าในขณะขนถ่าย การขนถ่ายสินค้าขึ้นรถ ผิดคัน,
เกิดการสูญหายขณะขนส่งสินค้า อันเนื่องจากการขโมยสินค้า เป็นต้น
2. ส่งมอบสินค้าตรงตามสถานที่และเวลา (right place and right time)
กรณีของความผิดพลาดในด้านสถานที่และเวลาการส่งมอบ อาจมีสาเหตุหลัก คือ
ลูกค้ามีสถานประกอบการหลายแห่ง
ทำให้อาจเกิดความผิดพลาดในการยืนยันสถานที่ส่งมอบสินค้า
เนื่องจากผู้ส่งมอบต้องเสียเวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของสถานที่ส่งมอบ,
ความล่าช้าจากปัญหาจราจร เช่น อาจเกิดอุบัติเหตุกับรถบรรทุกสินค้า
หรืออุบัติเหตุมาจากรถยนต์คันอื่น
3.การรักษาสภาพและคุณลักษณะของ ผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
แม้ว่าโรงงานจะมีการควบคุมคุณภาพของสินค้าตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการส่ง
มอบสินค้า แต่ขณะมีการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้า
สภาพและคุณลักษณะสำคัญของผลิตภัณฑ์อาจไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะภายนอกหรือลักษณะภายใน
ซึ่งสาเหตุของความไม่สมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ เช่น
การสั่นสะเทือนหรือการโคลงเคลงของรถขนส่งสินค้า
ทำให้สินค้ามีลักษณะบุบ เสียรูป หรือไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
หรือความเสื่อมสภาพทางเคมีอันเป็นผลสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิ
ขณะมีการขนส่ง
ประเด็นพึงระวังในการจัดส่งสินค้า
1.การส่ง สินค้าได้อย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการของลูกค้า
แม้ว่าบริษัทจะสามารถส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาถูกต้อง
หากต้องเสียเวลาในการรอการจัดส่งสินค้าที่นาน
ย่อมทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น
ดังนั้นการจัดส่งสินค้าจึงควรจัดส่งด้วยความรวดเร็ว
2.ระวังมิให้ เกิดค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์
ในการพยายามที่จะป้องกันความผิดพลาดในการขนส่งสินค้า
ด้วยการนำระบบตรวจสอบสินค้าก่อนมีการส่งมอบสินค้านั้นๆ
ให้แก่ลูกค้าเข้ามาใช้ในกิจกรรมการจัดส่งสินค้านับว่าเป็นสิ่งที่ดี
แต่ย่อมก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายตามมา
ดังนั้นธุรกิจจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่า
ทำอย่างไรจะสามารถปรับปรุงเพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำสุด
3. ระวังมิให้เกิดอุบัติเหตุในการขนส่งสินค้า
เพราะหากเกิดอุบัติเหตุการส่งมอบสินค้าไม่สามารถกระทำได้
จึงควรระมัดระวังด้วยการควบคุมในเรื่องสุขภาพของพนักงานขับรถและตรวจสภาพของ
รถขนส่งให้มีสภาพที่ดีอยู่เสมอ
ตลอดจนการกำหนดแผนการเดินรถที่ยากต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย
ความรับผิดชอบของการจัดส่งสินค้า
ภาระหน้าที่หลักของกิจกรรม
โลจิสติกส์ด้านการกระจายสินค้ามีขอบเขตหน้าที่ครอบคลุม ได้แก่
1. การขนสินค้าขึ้นรถ ในทางปฏิบัติผู้ที่มีหน้าที่ขนถ่ายสินค้าขึ้นรถ
คือ พนักงานขับรถ หลักการง่ายๆ
ในการจัดการสินค้าควรจัดลำดับของการส่งมอบสินค้า
นั่นคือขนสินค้าที่ต้องส่งไปยังลูกค้ารายสุดท้ายขึ้นรถก่อน
และขนสินค้าที่ต้องส่งมอบไปยังลูกค้ารายแรกขึ้นรถเป็นชิ้นสุดท้าย
เพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าลงจากรถ
2.การตรวจสอบสภาพรถยนต์ ภายหลังจากการขนสินค้าขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
ควรต้องมีการตรวจสภาพรถยนต์อีกครั้งก่อนการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นล้อ
เครื่องยนต์ หรืออื่นๆ
เพราะหากเครื่องยนต์มีสภาพไม่สมบูรณ์และเกิดเสียระหว่างการขนส่งสินค้าไปยัง
ลูกค้า อาจทำให้การส่งมอบสินค้าล่าช้า
ส่งมอบได้ไม่ตรงตามเวลาที่นัดหมาย
3. กิจกรรมการขนส่งสินค้า
ต้องอาศัยความระมัดระวังจากพนักงานขับรถเป็นอย่างมาก
เพื่อมิให้เกิดความเสียหายกับตัวสินค้า
ดังนั้นพนักงานขับรถจึงต้องคำนึงถึงหลักของการขนส่งอย่างรวดเร็ว
ต้นทุนต่ำ และมีความปลอดภัยด้วย
4.การขนถ่ายสินค้าลงจากรถ เมื่อถึงสถานที่ส่งมอบแล้ว
ควรมีการตรวจสอบยืนยันสินค้ากับเอกสารการจัดส่งสินค้าก่อน
ทำการขนถ่ายสินค้าลงจากรถด้วยความระมัดระวังอย่างสูง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิ
5.การส่งมอบ สินค้า เมื่อขนถ่ายสินค้าลงจากรถเรียบร้อยแล้ว
ควรตรวจเช็กจำนวนสินค้าให้ตรงกับเอกสารการจัดส่งสินค้า
แล้วจึงทำการส่งมอบให้แก่ลูกค้า
ซึ่งควรรอการตรวจรับงานจากผู้รับสินค้า
พร้อมทั้งการลงนามรับสินค้าในเอกสาร
จึงจะถือว่าการส่งมอบสินค้าชิ้นนี้เสร็จสมบูรณ์
สำหรับกรณีที่มีการนำอุปกรณ์อ่านรหัสสินค้ามาใช้
พนักงานขับรถจำเป็นต้องมีการป้อนข้อมูลการส่งมอบโดยการใช้รหัสสินค้า
ก่อนการเดินทางไปยังสถานที่ส่งมอบแห่งต่อไป
6.การเดินทางกลับบริษัท
เมื่อเสร็จสิ้นการส่งมอบสินค้าตามที่กำหนดไว้แล้วในแต่ละวัน
รถขนส่งสินค้าจะมุ่งหน้ากลับโรงงานโดยวิ่งเที่ยวเปล่า
ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าให้ดียิ่งขึ้น
ควรวางแผนเส้นทางการขนส่งสินค้าให้สถานที่ส่งมอบแห่งสุดท้ายอยู่ใกล้กับโรง
งานมากที่สุด
7.การประมวลผลข้อมูลการจัดส่งสินค้า
เมื่อกลับถึงบริษัทจำเป็นต้องมีการจัดทำ บันทึกผลการจัดส่งสินค้า
หากรถคันใดมีการติดตั้งเครื่องบันทึกการเดินทาง (tachograph)
ต้องมีการปรับบันทึกการเดินรถให้ตรงกับรายงานประจำวันการระบุเวลาในการจัด
ส่งสินค้าที่ชัดเจนจะทำให้เห็นช่องทางในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้ง่าย
ต้นทุนการจัดส่งสินค้า
การวิเคราะห์ต้นทุนการจัดส่งสินค้า
เป้า
หมายสูงสุดในการพัฒนาประสิทธิภาพกิจกรรมโลจิสติกส์ด้านการจัดส่งสินค้า
คือ การกำหนดเงื่อนไขที่จะสามารถลดต้นทุนให้ต่ำสุดได้
ฉะนั้นในการหาต้นทุนจึงต้องมีการคำนวณหาออกมาให้ชัดเจน
ในการจำแนกต้นทุนโลจิสติกส์ในการกระจายสินค้าสามารถแบ่งได้เป็น 2
แนวทางหลัก คือ
1.จำแนกต้นทุนตามหน้าที่ในการจัดส่ง
กระบวนการภายในงานด้านการจัดส่งสินค้า ประกอบด้วย การขนถ่ายสินค้า
การเคลื่อนย้าย การขนถ่ายสินค้าลง การส่งมอบ เดินทางกลับบริษัท
ประมวลข้อมูลในการจัดส่ง
ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ฉะนั้นหากจะคำนวณหาต้นทุนในการจัดส่งสินค้า
โดยนำเอาหน่วยกิจกรรมเหล่านั้นมาคิด
จะทำให้ทราบได้ว่าเกิดค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองขึ้นตรงจุดไหนบ้าง
2.การ จำแนกต้นทุนตามผู้ให้บริการในกิจกรรมการจัดส่ง ได้แก่
การจัดส่งโดยการว่าจ้างตัวแทนขนส่ง การจัดส่งโดยบริษัทดำเนินการเอง
และบริษัทควบคุมการจัดส่งเอง ซึ่งทั้ง 3
ประเภทนี้ต่างก่อให้เกิดต้นทุนโลจิสติกส์ทั้งสิ้น
อ้างอิง