ผลการศึกษาข้อมูลรายบุคคลในฐานข้อมูลหมวดความรู้ทั่วไป (muc)
1. เนื้อหาที่สนใจ การบริหารการเปลี่ยนแปลงควรจะเป็นอย่างไร
2. สาระสำคัญของเนื้อหาโดยสรุป
การบริหารการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
การเปลี่ยนแปลงการบริหาร Management Change คือ วิวัฒนาการของแนวคิดทางการบริหารตามภาวการณ์ต่างๆ อาทิการบริหารแนววิทยาศาสตร์ มนุษยสัมพันธ์ เชิงระบบและตามถานการณ์ภาวการณ์ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามบริบท (Context) ของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองสังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี ฯลฯ เป็นการเปลี่ยนแปลงซึ่งต้องบริหารแบบรู้เท่าทันทันการณ์ มีวิสัยทัศน์ โดยใช้พื้นฐานความรู้เดิมเป็นตัวตั้งแล้วนำมาวิเคราะห์เรียบเรียง เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจ แล้วจัดการกำจัดจุดอ่อนและเพิ่มจุดแข็ง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย “การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)”
รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลง ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงต้องมีการพัฒนาองค์กร ซึ่งมีรูปแบบวิธีการที่ดีอย่างน้อย 3 รูปแบบดังนี้
รูปแบบ 3 ขั้นตอน ตามแนวคิดของ Kurt Lewin ประกอบด้วย การคลายตัว (unfreezing) เนื่องจากเกิดปัญหาจึงต้องเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง (changing) คือการเปลี่ยนจากพฤติกรรมเก่า ไปสู่พฤติกรรมใหม่ และการกลับคงตัวอย่างเดิม (refreezing) เพื่อหล่อหลอมพฤติกรรมใหม่ให้มั่นคงถาวร
รูปแบบ 2 ปัจจัย ตามแนวคิดของ Larry Greiner ที่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากแรงบีบภายนอกกับการกระตุ้นผลักดันภายใน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงมีอยู่ตลอดเวลาปัจจัยทั้งสองเกิดขึ้นตลอดเวลา จึงต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงโดย ศึกษาการเปลี่ยนแปลงค้นหาวิธีการที่ดีกว่า ทดลองวิธีใหม่ หล่อหลอมข้อดีเข้าด้วยกัน เพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ
รูปแบบ 3 ผลกระทบของปัจจัย ตามแนวคิดของ Harold J. Leavitt ที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดเวลาของ งาน โครงสร้างเทคนิควิทยาการ และคน ทั้ง 4 ประการนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลกระทบเกี่ยวพันกันและการเปลี่ยนแปลงบางเรื่องอยู่เหนือการควบคุม
ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องสนใจสิ่งที่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิด หรือจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของแต่ละปัจจัยแนวโน้มของกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับองค์การ ด้านโครงสร้าง (Structure) องค์ประกอบของประชากร (Demographic) เกิดจริยธรรมใหม่ของการทำงาน (New work ethic) การเรียนรู้และองค์ความรู้ (Learning and knowledge) เทคโนโลยีและการเข้าถึงสารสนเทศ (Technology and access to information) เน้นเรื่องความยืดหยุ่น (Emphasis on flexibility) ต้องพร้อมเผชิญต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (Fast-paced change) สิ่งที่ต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงในองค์การเป้าหมายและกลยุทธ์เทคโนโลยี (Technology) การออกแบบงานใหม่ (Job redesign) โครงสร้าง (Structure) กระบวนการ (Process) คน (People) ผู้บริหารที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพการศึกษาเป็นผู้นำวิสัยทัศน์( visionary Leadership ) และสามารถกระจายวิสัยทัศน์ไปยังบุคคล ต่าง ๆ ได้ใช้หลักการกระจายอำนาจ ( Empowerment ) และการมีส่วนร่วม ( Participation ) เป็นผู้มีความสัมพันธ์กับบุคลากร ทั้งภายในและนอกองค์กรมีความมุ่งมั่นในการทำงานผู้นำคุณภาพจะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีและใช้ข้อมูลสถิติในการวิเคราะห์และตัดสินใจให้การสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้องความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการใช้แรงจูงใจเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( Chang Leadership ) ความท้าทายการเปลี่ยนแปลง(Challenges of Change)องค์การที่มีโครงสร้างองค์การชนิดที่มีสายการบริหารหลายขั้นตอนหรือสั่งการหลายชั้นภูมิจะอยู่รอดได้ยากในอนาคตองค์การต่าง ๆ ต้องประสานความร่วมมือกันโยงใยเป็นเครือข่ายในขณะเดียวกันโครงสร้างภายในองค์การก็จะต้องกระจายความสามารถในการตัดสินใจให้กับกลุ่มงานต่างๆ ให้มากที่สุด และมีลำดับชั้นการบริหารน้อยที่สุดและต้องเปลี่ยนแปลงองค์การเพื่อรองรับและก้าวให้ทันความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้
3. แง่คิดที่ได้จากเนื้อหา การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารมืออาชีพ การบริหารการเปลี่ยนแปลงก็จะขึ้นอยู่กับการสร้างบรรยากาศความพร้อมขององค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น การยอมรับร่วมกันในกลยุทธ์ เป้าหมาย วิสัยทัศน์ การมีทีมผู้นำระดับสูงที่กระตือรือร้น และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล รวมทั้งดำเนินการตามแผนการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่วางไว้ให้เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์
ลงชื่อ มยุรฉัตร ธรรมวิเศษ ผู้บันทึก
"การเปลี่ยนแปลงที่มาจากแรงบีบภายนอก มักจะประสบความสำเร็จมากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่มาจากความต้องการภายในองค์กร" อาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรก้บคำกล่าวนี้คะ
เห็นด้วยนะคะแต่ถึงอย่างไรก็ตาม แรงบีบภายนอกเป็นตัวกระต้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็จริง หากความต้องการของคนภายในองค์กรไม่สอดคล้องกับแรงบีบนั้นก็มักจะเกิดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง นะคะ
ผู้บริหารจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีการวางแผนการเปลี่ยนแปลงภายในองค์การ ซึ่งสามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1.สร้างความรู้สึกและความเห็นพ้องต้องกันในความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเปลี่ยนแปลงองค์การ
2.รวบรวมแนวทางและสร้างพลังร่วมในความคิดเห็นที่สอดคล้องกันในการเปลี่ยนแปลง
3.พัฒนาและสร้างศรัทธาในวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์การในการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคต
4.พัฒนาความเข้าใจในวิสัยทัศน์อย่างกว้างขวางด้วยกระบวนการสื่อสารสู่ทุกระดับและทุกภาคส่วน
5.ให้อำนาจถ่ายโอนอำนาจให้บุคลากรขององค์การในการปฏิบัติและการดำเนินการตามวิสัยทัศน์
6.กำหนดเป้าหมายแห่งความสำเร็จในเบื้องต้นหรือในระยะแรกเริ่ม
7.รวบรวมพลังทั้งหมดในองค์การ เพื่อสร้างและพัฒนาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งองค์การ
8.จัดตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงตามวัฒนธรรมองค์การ
น่าจะนำไปประยุกต์ใช่ได้ในการรองรับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์การ นะคะ
อ.เจตนาเรียนเอกนี้มา ช่วยต่อหน่อย