พัฒนาผู้นำให้ก้าวหน้าเพื่อนำพาอาชีวศึกษาของไทยให้ก้าวไกล
สวัสดีครับชาว Blog และลูกศิษย์ ที่รักทุกท่าน
ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสจัดโครงการ "พัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารของอาชีวศึกษา" ให้แก่บุคลากรระดับหัวหน้าฝ่ายและหัวหน้าแผนกท่สังกัดอยู่ในกรมอาชีวศึกษาทั่วประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ
ผมขอถือโอกาสใช้ Blog นี้เป็นแลกเปลี่ยนความรู้ของทุกๆท่าน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ปฐมนิเทศ
Work shop ที่ 1
ความคาดหวังหลังจากผ่านการอบรมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ
กลุ่มที่ 1
1. มีการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด, มีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์กร
เพื่อเป็น Brand ของ สอศ.ได้
2. แนวคิดนวัตกรรม
3. พัฒนาแกนและเปลือกของอาชีวะ
· แนวคิดเชิงพัฒนา
· แนวคิดเชิงนวัตกรรมโดยยึดแกนของอาชีวะ
· พัฒนาเป็นทีม
· พัฒนางาน
4. การ Coaching
กลุ่มที่ 3
1. นำศักยภาพไปพัฒนาและบริหารจัดการในอาชีวะ
2. นำหลักการ Coaching ไปปฏิบัติได้จริงกับบุคลากรในหน่วยงาน
3. สร้างแบรนด์และพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงาน
กลุ่มที่ 4
1. แนวคิดในการวางแผนการบริหารงานในวิทยาลัย
2. ได้รับแนวคิดและเทคนิคการควบคุมอารมณ์
3. ได้ปรับพฤติกรรมของตนเองเพื่อสร้างมูลค่า
4. แนวทางพัฒนาอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
กลุ่มที่ 5
1. อยากทราบ Positioning ของ สอศ. ในการศึกษาของไทย
2. อยากทราบทิศทางการพัฒนาของ สอศ. ควรเป็นอย่างไรในอนาคต
3. การสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทีมงานในองค์การ
4. เทคนิคการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน
กลุ่มที่ 7
1. แนวคิดในการพัฒนาองค์กรและกลยุทธ์สู่ความเป็นเลิศ
2. การสร้าง Brand เพื่อการศึกษา
3. การเพิ่มมูลค่าให้กับการบริหารพัฒนาอาชีวศึกษา
กลุ่มที่ 8
1. การสร้างบริหารจัดการมีความคิดสร้างสรรค์สู่ความเป็นเลิศ
2. การสร้างทีมที่มีความสามัคคีเพื่อความเข้มแข็งในการจัดการบริหารเพราะวิธีการดึงศักยภาพที่มีอยู่ในแต่ละบุคคลให้มาทำงานที่มีประสิทธิผลแต่ในการดำเนินงานต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพด้วย
3. การบริหารจัดการที่เป็นเทคนิคสร้างกระบวนการคิดในเชิงบวกและมีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศและได้รับการยอมรับจากสังคม
Workshop ที่ 2
จากแนวคิดเพื่อการเรียนรู้ของอาจารย์จีระ และ Peter Senge ท่านจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงานของอาชีวะอย่างไร?
กลุ่มที่ 1
1. ต้องรู้ตนเอง
§ ความต้องการ
§ สภาพแวดล้อม
§ ศักยภาพ
2. หาวิธีการ / การจัดการ
3. นำไปใช้ – ดูจากความจริง
§ กับตนเอง
§ องค์กร
§ ผู้เรียน
กลุ่มที่ 2
1. สร้างโอกาสในการเรียนรู้
2. สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
กลุ่มที่ 3
1. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ ตามสภาพความเป็นจริงเน้น 4 L
2. สร้างกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยใช้ทฤษฎี 2 R และ Peter Senge
กลุ่มที่ 4
1. วัฒนธรรมการเรียนรู้
§ การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนรู้จักคิดเป็น ทำเป็น วิเคราะห์เป็นและสังเคราะห์ รู้จักการทำงานเป็นทีม
2. การสร้างองค์กรในการเรียนรู้
§ การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการเรียน เช่น หน่วยงานราชการ อบต. เอกชน บริษัท ต่างประเทศ
กลุ่มที่ 5
1. วิธีการเรียนรู้ที่ดี รู้ทุกสิ่งในเรื่องที่เป็นจริง นำไปใช้ให้ตรงประเด็น
2. สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้โดยมีเป้าหมายร่วมกันให้กลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
กลุ่มที่ 6
§ ใช้ทฤษฎี 2 R’s โดยเริ่มจากค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้น มองสภาพความเป็นจริง เปลี่ยนแนวคิดของบุคลากรให้อยู่กับความจริง มองสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่
§ ระดมความคิดเห็น สร้างความร่วมมือ สร้างทีมงานจากบุคลากรภายในและประสานความร่วมมือกับสังคมในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สู่เป้าหมายโดยใช้กระบวนการทฤษฎี 4 L’s และกฎของ Peter Senge
กลุ่มที่ 7
1. กระบวนการเรียนรู้เชิงระบบโดยมีการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นจริงและมีการถ่ายทอดโดยการใช้ทีม
2. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี
กลุ่มที่ 8
1. เน้นการสร้างการเรียนรู้ให้เกิดกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างให้เกิดทักษะการตัดสินใจอย่างมีเป้าหมาย
2. เน้นการปฏิบัติโดยมีการจัดเครือข่ายความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม มีทักษะการคิด การตัดสินใจให้ไปสู่การทำงาน สู่เป้าหมายร่วมกัน
การทำงานกลุ่มวันพุธที่ 2 กรกฎาคม 51
Workshop 1
1. คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
2. ปัญหาของการเป็น Coach ( Coaching Trap)
กลุ่มที่ 1
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· สร้างความศรัทธา
· มีพรหมวิหาร 4
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· มีความเป็นกันเองมากเกินไป
· มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์น้อยกว่าลูกน้อง
กลุ่มที่ 2
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· การเป็นผู้ให้ความบริสุทธิ์ใจ
· รู้จักการใช้การเสริมแรง
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· การสร้างความศัทธา
· ไม่มียุทธศาสตร์ในการ Coaching
กลุ่มที่ 3
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· มองทุอย่างให้เป็นในทางบวก
· มีวิสัยทัศน์กว้างไกล รอบรู้
· สร้างความศรัทธา เชื่อถือไว้ใจ
· แก้ไขและบริหารงานในความขัดแย้งได้
· มีคุณธรรม จริยธรรม
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· ไม่มีศาสตร์และศิลปะในการบริหารงาน
· ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น
· วุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำ
· ไม่มีการวางแผนงานในการทำงาน
· ไม่รู้จักให้อภัย
· ไม่มีการวิเคราะห์ SWOT ของงาน
กลุ่มที่ 4
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· การมีทักษะในการแก้ไขปัญหาและให้ข้อเสนอ
· การมีคุณธรรมต่อเพื่อร่วมงาน
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· ขาดการสื่อสารที่ดี
· ภาระงานในสภาพปัจจุบันมากมายมหาศาล
กลุ่มที่ 5
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· มีภาวะผู้นำ จริงใจ น่าเชื่อถือ เป็นแบบอย่าง
· มีความคิดสร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์ของตนเอง
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· อคติ ผู้ปฎิบัติมองคุณวุฒิมากกว่าประสบการณ์ที่ดี
· เชื่อมั่นตัวเองสู่
กลุ่มที่ 6
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· เป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง อยากรู้ อยากเห็น มีแนวคิริเริ่มสร้างสรรค์ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีวุฒิทางอารมณ์
· ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
· มีคุณธรรมเดินสายกลางมองปัญหาเป็นความสำเร็จ
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· การยอมรับในการพัฒนาให้ยั่งยืนยังมีน้อย
· ไม่มีแรงจูงใจ ที่ต่อเนื่อง ไม่เชื่อมั่นในตัวเองและชอบต่อรอง
· มีงานนโยบายมากเกินไป
กลุ่มที่ 7
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· วุฒิภาวะทางอารมณ์/ความมั่นคงทางอารมณ์
· อุทิศตน/เสียสละ
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· ไม่มีอำนาจที่แท้จริง
· ไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา
กลุ่มที่ 8
คุณลักษณะของ Coach ที่ดี
· ต้องมีเวลาให้ลูกน้อง
· ไม่ทอดทิ้งลูกน้อง
· เป็นผู้ฟังที่ดี
· มีมนุษย์สัมพันธ์
· ยอมรับวัฒนธรรม
· ยอมรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กร
· มีคุณธรรมเป็นตัวอย่างที่ดี
· สร้างความเชื่อถือสร้างศรัทราให้ตัวเอง เช่นความสามารถประสบการณ์
· เป็นที่พึ่งได้ทุกเรื่องเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี
· อุทิศตน/เสียสละ
ปัญหาของการเป็น Coach (Coaching Trap)
· ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
· กลัวเสียผลประโยชน์
ประทับใจ
1. แนวคิดวิธีการ แนะนำเทคนิคการเรียนรู้ โดยไม่เน้นความรู้วิชาการ ซึ่งศึกษาได้ด้วยตนเอง แต่นำประสบการณ์มาเล่า พูดคุย เพื่อให้ความรู้ที่ไม่มีในตำรา และสร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงาน ตามบทบาทของผู้นำ และผู้ตามที่เหมาะสม
2. ทราบวิธีการ แนวทางการสร้างผู้นำ ก่อนขึ้นมาเป็นผู้นำ คือ การสร้างความเจ็บปวด หรือผ่านความเจ็บปวดจากการทำงาน (ไม่เคยเข้าใจวิธีการนี้มาก่อน แต่หลงเข้าใจว่า คือความไม่เมตตา กลั่นแกล้ง)
3. ทราบแนวคิดการพัฒนาผู้นำแนวใหม่ เปรียบเทียบ กับการพัฒนาผู้นำแบบเก่า ทำให้เกิดความอุ่นใจว่า ผู้นำในอนาคตจะมีคุณภาพและคุณธรรม
ประโยชน์ที่ได้รับจากการพัฒนาผู้นำในวันนี้
1. ได้แนวคิดว่าการพัฒนางาน พัฒนาองค์กร และพัฒนาคน จะต้องทำร่วมกันเป็นทีม ทุกคนมีศักยภาพที่หลากหลายแตกต่างกัน แต่ถ้าเอามาร่วมกัน จะเกิดประโยชน์มากมายต่อการพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร เกิดแรงบันดาลใจว่า การทำงานให้สำเร็จ คนสำคัญที่สุด
2. ฟังบรรยายแล้ว รู้ว่าที่ผ่านมา เราเป็นได้แค่ผู้บริหาร (ระดับกลาง) ยังไม่ใช่ผู้นำที่แท้จริง มาพัฒนาในครั้งนี้ แล้วต้องพัฒนาตนเองในหลายด้าน เพื่อเป็นผู้นำที่ดีต่อไป ขอบคุณค่ะที่ให้แนวทาง
จุดแข็ง ได้ทราบแนวคิด ประสบการณ์ของนักวิชาการ ระดับประเทศที่เป็นคำตอบว่าการพัฒนาคน (Manpower Development) ของไทย ที่เป็นลักษณะ X-man ไม่ประสบความสำเร็จเพราะความสำเร็จ (goal) ต้องบริหารปัจจัยได้
จุดอ่อน เข้าใจวัฒนธรรมองค์กร แต่ละสถานศึกษา ไม่ชัดเจน
ทำให้เสนอแนวคิดในการบริหารไม่ตรงประเด็น
1. ได้เทคนิควิธีการทำงานแบบใหม่คือ
- การไม่ลอกเลียน คือ ไม่คัดลอกผลงานของผู้อื่น
- ใช้วิธีการสร้างความเข้าใจ ศึกษาให้เข้าใจ และทำความเข้าใจร่วมกับผู้อื่น
- การสร้างมูลค่าเพิ่ม ปรับพฤติกรรมตนเอง และองค์กร ทำอย่างไรให้ลูกศิษย์มีความฉลาดออกไปทำงานได้ และเกิดความภาคภูมิใจ
2. การเป็นผู้นำ ต้องเป็นผู้ที่มีพลัง ซึ่งพลังที่เป็นเลิศที่สุดคือ “พลังแห่งความคิด” ผู้นำองค์กรที่ดี ต้องติดอาวุธทางปัญญา
3. การพัฒนาหรือการแก้ปัญหา จะต้องมองในภาพใหญ่ก่อนแล้วค่อยเจาะลึกลงไปหาจุดเล็ก
ประโยชน์ที่ได้จากการฟังบรรยายในวันนี้ กระผมจะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเอง เพื่อการเป็นผู้นำสมัยใหม่ จะช่วยพัฒนาสาขาอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพ และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในสังคมต่อไป
สิ่งที่ได้สำรับวันนี้
1. ฟังอาจารย์จีระสอน ทำให้เกิดการกระตุ้นในด้านการเรียนรู้มากขึ้นกว่าเดิม
2. ถ้าได้รู้ว่าการเป็นผู้นำที่ดีต้องทำอย่างไร และอย่ารู้แต่ทฤษฎีต้องฝึกปฏิบัติ มีประสบการณ์และยอมรับการเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
3. จากการฟังบรรยายทำให้มีประโยชน์อย่างมากที่จะมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาตนเองต่อไป
ขอแสดงความคิดเห็นในการสอนของอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์
อาจารย์เป็นบุคคลที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง ในวันนี้ ดิฉันได้รับความรู้อย่างมาก ขอบอกตามตรงว่า ดิฉันไม่เคยอ่านหนังสือ เกี่ยวกับหลักวิชาการอย่างจริงจัง ทำให้รู้ตัวเองว่า ความรู้ทักษะ การคิดวิเคราะห์ ดิฉันมีน้อยมาก ขอเป็นผู้ปฏิบัติที่ดีค่ะ
สิ่งที่ได้รับความรู้ ช่วงบ่าย
1. การเป็นผู้นำ ใช้ในการเพิ่มมูลค่าเพิ่ม กับองค์กรอาชีวะอย่างไร เช่น กระตุ้นคนทำงาน วางเป้าหมายการไกล การศึกษา คน การเงิน ควรสมดุล (Blance)
2. การใช้หลักการ 5 E’s ในการนำมาใช้ในสภาวะการเป็นผู้นำการดำเนินการ วิธี 5 E’s ตามลักษณะต่าง ๆ ของงานของการบริหารงาน
3. ผู้นำต้องมีพลัง Energy ของตนเอง พลังที่สำคัญคือ พลังความคิดของคนที่เกิดขึ้นของคนที่เกิดขึ้นขององค์กรจะเกิดพลัง Energize พลังนี้ จะเกิดขบวนการตัดสินใจ Edge ด้วยความรวดเร็ว และสามารถตัดสินใจงานได้ Execution สู่เป้าหมาย
4. ข้อปฏิบัติของผู้นำที่ดี
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จาก ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ในภาคเช้า และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการนำไปพัฒนาสถานศึกษาคือ การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ (Learning Culture) โดยการใช้ทฤษฎี 4 L’s เพื่อการเรียนรู้ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ได้แก่ Learning Environment,Learning Opportunities และ Learning Communities รวมทั้งกฎของ Peter Senge และทฤษฎี 2 R’s ซึ่ง ศ.ดร.จีระ ได้ให้โอกาสแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนมุมมองแล้วสรุปเป็นความคิดเห็นของกลุ่มเพื่อนำเสนอทำให้ข้าพเจ้าได้รับฟังทัศนะที่หลากหลาย แต่เสียดายที่ศ.ดร.จีระ ให้เวลานำเสนอน้อย
ในภาคบ่าย ข้าพเจ้าได้รับรู้ความแตกต่างระหว่างความเป็นผู้นำและผู้บริหารได้ชัดเจนกว่าความรู้เดิมของข้าพเจ้า องค์ความรู้ใหม่ที่ทำให้ข้าพเจ้าสนใจมากจริง ๆ คือ ทฤษฎี 5 E’s จากการวิจัยของ Center for Creative Leadership เพราะเป็นวิธีการที่สรุปให้เรารู้ว่า ทุกคนสามารถเป็นผู้นำได้อย่างไร สามารถนำมาประยุกต์การใช้กับตัวเองได้โดยตรง และสามารถถ่ายทอดให้แก่ทีมงานในสถานศึกษาได้
สุดท้ายข้าพเจ้าขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่นำเอาความรู้ใหม่ ๆ มาฝากพวกเรา และเปิดโอกาสให้หัวหน้าแผนก หัวหน้างานได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ร่วมกัน
ความรู้และประโยชน์ที่ได้จากการอบรม
1. วิธีการเรียนรู้ ที่จะนำความรู้จากสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวทั้งลุกน้อง เจ้านาย นโยบาย โลกาภิวัตน์ ที่เป็นความจริง และกระจายความจริงที่ถูกต้อง ให้ทุกคนได้มีบรรยากาศการมีส่วนร่วมในการทำงาน ที่เป็นพลวัตร (หมุนเปลี่ยนตามความจริง) เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายหลักขององค์กรที่ทุกคนชนะ
2. การค้นพบตนเองที่จะเน้นศูนย์รวมของความจริง และสร้างพลังในการขับเคลื่อนกระจายรอบทิศทาง ทั้งลูกน้อง เจ้านาย นักเรียน ชุมชน โดยสร้างบรรยากาศ วัฒนธรรมอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง มองภาพใหญ่ คิดหาวิธีการใหม่ที่ถูกต้องและมีส่วนร่วม
สิ่งที่ประทับใจ
วิทยากรได้จุดประกายความคิด ในสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ว่า
- สิ่งที่เราทำเป็นความจริง หรือความจริงแท้
- สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา คือความรู้ จะสร้างโอกาสให้เรา ลูกน้อง
1. การนำทฤษฎี 4 L’s มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนและยังสามารถนำไปเป็นแนวทางการบริหารงานในหน้าที่ได้
2. ความแตกต่างระหว่างผู้นำและผู้บริหารในยุคโลกาภิวัตน์ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสุภาษิตจีน ที่ว่า “ปลูกพืชล้มลุก 3-4 เดือน ปลูกพืชยืนต้น 3-4 ปี ปลูกพืชคน ทั้งชีวิต”
ซึ่งหมายความว่า การที่จะสร้างและพัฒนาคนให้มีชีวิตที่ดีได้นั้น ต้องมีการเรียนรู้ ปรับปรุงตลอดเวลา จนสิ้นอายุขัย”
สิ่งที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับการเข้ารับการอบรมพัฒนาภาวะผู้นำ และผู้บริหารมืออาชีพ
1. ทฤษฎีการเรียนรู้ 4 L’s, 2 R’s และกฎของ Peter Senge
2. ทฤษฎีการสร้างภาวะผู้นำ 5 E’s , 4E’s
3. วิธีการพัฒนาผู้นำแบบใหม่
ข้อเสนอแนะ
อาจารย์ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ควรชี้แนะจุดสำคัญในการสร้างผู้นำอาชีวะ แบบ Ram Charan เมื่อที่ผู้เข้ารับการอบรมจะได้เข้าใจ Concept หลักได้มากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ได้รับ
1. ได้รับทฤษฎี การเรียนรู้
2. จุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเอง
3. ผู้นำสำคัญอย่างไร
4. ผู้บริหารสำคัญอย่างไร
5. รู้จักวิเคราะห์ภาพ Macro ไปสู่ Micro
- ได้เรียนรู้หลักการในการสร้างภาวะผู้นำที่ดี และองค์ประกอบการเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถนำหลักการดังกล่าวไปใช้ในการแก้ปัญหาในองคืกร การนำพาองค์กรไปสู่ความก้าวหน้า และเตรียมความพร้อมได้กับผู้ร่วมงาน พัฒนาเตรียมเป็นผู้นำในอนาคต
- สร้างพลังให้กับผู้ร่วมสัมมนาเพื่อสร้างองค์กรการเรียนรู้ และพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อองค์กรสู่ความยั่งยืน
มีความยินดี และดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับการอบรมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์และคณะ
ประทับใจคำพูดดังต่อไปนี้
1.การทำงาน ต้องพร้อมที่จะเจ็บปวด
2. ต้องดีใจ และพร้อมที่จะรับงานที่ยาก
3. หาความรู้อยู่เสมอ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
4. อย่าใช้ลูกน้องอย่างเดียว ต้องดูแลด้วย
5. การใช้ทฤษฎีความเสมอภาคกับในหน่วยงาน
6. และอื่น ๆ อีกมากมาย
ความต้องการเพิ่มเติม
1.ขยายความให้มากกว่าเดิม เพราะแต่ละเนื้อหามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
2. ต้องการอบรมเพิ่มเติมอีก (ถ้ามีอีกครั้ง)
ข้าพเจ้ามีความประทับใจและได้รับประโยชน์ จากการอบรมโครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ
1. ทำให้รู้ทฤษฎีการเรียนรู้ สามารถนำไปปรับพฤติกรรม เพื่อสร้างภาวะผู้นำ
2. ทำให้เกิดวิสัยทัศน์ ในการจะนำบูรณาการ เพื่อนร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา
3. สามารถนำไปพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้า ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์
วันนี้ ได้รับความรู้จากท่าน อ.จีระ หงส์ลารมภ์ ในโครงการพัฒนาภาวะผู้นำฯ ท่านได้ให้ความสำคัญทรัพยากร คน ซึ่งต้องมีการพัฒนาถึงแม้จะรู้ผลช้า แต่ก็มีความสำคัญที่สุด และได้ให้ความรู้ ทฤษฎีที่สำคัญของการเรียนรู้ ให้หลักทฤษฎี 4 ศงห โดยคำนึง ถึงผู้เรียน มีสภาพแวดล้อม บรรยากาศที่พร้อมที่จะเรียนรู้ ครูต้องรู้อะไรรู้จริง สภาพจริง มองอะไร มองให้ตรงประเด็น บุคคลจะสำเร็จ ได้ต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความรู้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน เราสามารถหาความรู้ และประสบการณ์ได้ตลอดชีวิต
ท่านได้นำแนวคิดการเป็นผู้นำที่ดี โดยกระตุ้นให้เราแสวงหาความรู้ การเป็นผู้นำที่ดี ต้องให้โอกาสลูกต้องพัฒนา ควรเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ให้กับผู้เรียน ลูกน้อง ได้แสดงศักยภาพ โดยเราสนับสนุน
ผู้นำที่ดีควรมองการณ์ไกล มองกว้าง นำความล้มเหลวเป็นประสบการณ์ของชีวิต
วันนี้ผมได้รับประสบการณ์จากท่านอาจารย์จีระ หงส์ลดารมภ์
1. รู้เรื่องทฤษฎี 4 L’s กฎของ Peter Senge และทฤษฎี 2 R’s
2. เข้าใจภาวะผู้นำแบบเก่า และภาวะผู้นำรุ่นใหม่
3. มองภาพหน่วยงานของคนในภาพใหญ่ และภาพเล็กได้ดีและชัดเจนขึ้น
4. ทำให้เข้าใจว่าท่านอาจารย์จีระว่าเป็นอาจารย์ที่มีความตั้งใจสอนและต้องการพัฒนาผู้เข้ารับการอบรมอย่างจริงใจ ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมอย่างผมนั้นเกิดความเชื่อว่าอาจารย์เป็นบุคคลที่พูดตรงไปตรงมาจริงใจ มีความรู้จริง