เบื้องหลัง... ผมแหย่เรื่องกลุ่มออมทรัพย์ในที่ทำงานไว้ ว่าน่าสนใจนะ มีประโยชน์นะ ไว้ในอนุทิน น้องหมอเจ๊บอกว่าสนใจ จึงเอาเรื่องนี้มาขยายความให้ชัดเจนครับ

 

ที่ทำงานของผมนั้นเป็นโครงการพิเศษ จึงมีช่วงเวลาที่จำกัด เมื่อหมดโครงการต่างก็แยกย้ายกันไป แม้ว่าพนักงานจะมีค่าตอบแทนที่สูงกว่าปกติบ้างแต่ก็ไม่ได้สูงมากจนสบายไปแปดชาติ ไม่ใช่ครับ เรามีเจ้าหน้าที่และพนักงานเพียง 7 คนเท่านั้นเอง

 

เกริ่น.... ผมมีประสบการณ์มาจากการสนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ให้กับชาวบ้านทั้งในภาคเหนือและอีสานมานานพอสมควร จนปัจจุบันกลุ่มเหล่านั้นมีเงินหมุนเวียนนับสิบล้าน.. ผมแอบอมยิ้มเล็กๆ และนี่คือความสุขภายในของคนทำงานพัฒนา ที่เห็นการเติบโตในชนบท มิใช่เพียงแค่ตัวเลขเท่านั้น สาระภายในกลุ่มระหว่างคนยังน่าสนใจยิ่งนัก เราผ่านการฝึกอบรมในหลักการออมทรัพย์ในยุคแรกที่เรียกว่ากลุ่มเครดิตยูเนี่ยน ซึ่งมีประวัติความเป็นมา และพัฒนาการที่ ผมศรัทธายิ่ง จึงคิดว่า กลุ่มคนทำงานเล็กๆแบบสำนักงานของเรานี้ก็น่าที่จะจัดทำกลุ่มออมทรัพย์ได้ แบบเล็กๆ เพราะ การสะสมเงินคือการสะสมใจ

 

เริ่ม.... จากการที่สังเกต เห็นว่าพนักงานขับรถของผมไปขอยืมเงินเพื่อนร่วมงานไปแก้ปัญหาในครอบครัวเขา?? เมื่อผมทราบจึงคิดหาทางออกเรื่องนี้  ผมเชื่อว่าวันข้างหน้า ก็จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก และพนักงานคนอื่นๆก็อาจจะเกิดเรื่องเดือดร้อนเช่นแบบนี้อีกเช่นกัน ผมเชิญเจ้าหน้าที่และพนักงานทั้ง 7 คนมานั่งคุยกัน อาจจะเรียกว่า Semi-Training and Dialogue 

 

สาระหลักๆคือ คุยกันถึงประวัติพัฒนาการแนวคิดการออมทรัพย์ที่เรียก เครดิคยูเนี่ยน ที่นายเฟรดริช วิลเลี่ยม ไรฟ์ไฟเซ่น (เยอรมัน) คิดแก้ปัญหาหมู่บ้านของเขาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยการชุมนุมเพื่อนบ้านที่ประสบปัญหาสงครามเหมือนกันมาหาทางแก้ปัญหาด้วยกัน โดยการให้แต่ละคนสำรวจว่าครอบครัวของใครมีอะไรที่มากพอกว่าจะกิน จะใช้ ให้เอามารวมกัน แล้วแบ่งไปให้เพื่อนบ้านที่ขาดแคลนสิ่งนั้นๆ เดือนละครั้ง

 

 

 

จากวันเป็นเดือน เป็นปี หลายๆปี แนวความคิดนี้พัฒนาไปจากสิ่งของกลายเป็นเงินเอามารวมกันแล้วก็จัดระบบขึ้นเป็นคณะกรรมการ แล้วทำระเบียบขึ้น แล้วให้ผู้เดือดร้อนมากู้เอาเงินทุนนั้นไปแก้ปัญหาต่างๆ.... เรื่องประสบการณ์การจัดทำกลุ่มออมทรัพย์ที่ภาคเหนือและอีสาน แล้วขอความเห็นว่าเราจะจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ของเราหรือไม่  ในที่สุดก็เห็นพ้องกันว่าให้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์กัน

 

 

จัดตั้ง…. ก็ง่ายๆ เรามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีก็ให้เป็นเหรัญญิก ทำสมุดบัญชีการออมทรัพย์ขึ้นมา ทำระเบียบการออม ระเบียบการกู้ขึ้นมา ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเงินกู้ กำหนดวันออมขึ้นมา ฯลฯ แล้วก็ปฏิบัติกันไป

 

เมื่อถึงต้นเดือนก็ออมทรัพย์กันตามอัธยาศัย พนักงานก็ออมน้อย หัวหน้าก็ออมมากหน่อย ออมเสร็จ เหรัญญิกกลุ่มก็ทำรายงานบัญชีขึ้นมาแล้วเอาไปปิดที่บอร์ดประกาศภายในของสำนักงานเรา เพื่อให้ทราบ ทำเช่นนี้ทุกเดือน เมื่อใครเดือดร้อนก็กู้เงินโดยการยื่นเอกสารการกู้เงิน มาคณะกรรมการก็พิจารณาอนุมัติ

เผลอแพลบเดียวสิ้นปี...เหรัญญิกก็สรุปสถานการเงิน การออม การกู้เงินมาให้สมาชิกทุกคนทราบ  แล้วก็ปฏิบัติกันไปตามปกติ

 

 

ปันผล... เมื่อจัดทำหลายปีเข้า เงินก็มากขึ้น ดอกผลก็มากขึ้น เราก็พิจารณาจัดเอาดอกผลนั้นมาปันให้สมาชิกกัน โดยใครสะสมมาก กู้เงินมาก ก็จะได้เงินปันผลมาก ส่วนหัวหน้าจะเอาเงินปันผลนั้นหรือไม่ก็แล้วแต่ หัวหน้าบางคนก็อาจจะเอาส่วนปันผลของตนเองไปแบ่งให้พนักงาน  แค่เอาเงินต้นที่สะสมคืนเท่านั้น เพื่อช่วยเหลือพนักงานชั้นผู้น้อยของเรา

 

การทำงานของกลุ่มออมทรัพย์เป็นที่สนใจของเพื่อนร่วมงาน ในสำนักงานอื่นๆใกล้เคียงกัน ต่างสนใจขอมาเป็นสมาชิก  อันนี้ต้องระวัง เพราะหลายคนคิดว่านี่คือแหล่งเงินกู้  บางคนคิดว่านี่คือแชร์เงินรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ เราต้องศึกษาประวัติแต่ละคนที่จะเข้ามาว่าเป็นแบบไหน หากเอาเงินไปซื้อหวย  เราก็ไม่เอามาเป็นสมาชิก หากเขาเป็นคนดี เราก็อบรมหลักการซะก่อน ……

 

สรุป.....

  • เป็นหลักการเพื่อนช่วยเพื่อน โดยใช้ใจและเงิน
  • เป็นการสร้างนิสัยการออมเงิน
  • เป็นสวัสดิการที่เราสร้างขึ้นมาเองในสำนักงานเล็กๆ
  • ได้แก้ปัญหาให้แก่พนักงานของเราได้จริงๆ
  • เป็นการสะสมเงินปันผลให้พนักงานผู้น้อยของเราเมื่อสิ้นปี หรือสิ้นโครงการ
  • เป็นการสะสมฐานทุนทางสังคม อันเป็นแรงเกาะเกี่ยวในสังคมที่ดี

 

 

(ค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cultthai.coop/main.php?language=thai)