ผู้ใดทรงความข่มความโกรธที่พรุ่งขึ้นได้เหมือนสารถีที่ห้ามรถที่แล่นให้หยุดได้  เราเรียกเขาผู้นั้นว่าสารถี
คนที่ไม่สามารถห้ามรถใด หาเรียกว่าสารถีไม่ เขาเป็นเพียงผู้ถือเชือกเท่านั้น
(พุทธวัจนะ)

อนึ่ง... อันความโกรธบุคคลที่มิได้ฝึกตนควบคุมได้โดยยาก ครั้นเมื่อมีความโกรธเกิดขึ้นมาแล้ว มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ของเขาจะแสดงออกมาในทางอกุศล คือ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนทั้งกับผู้อื่น ผู้ที่อยู่รอบข้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสร้างความลำบากซึ่งเป็นการเบียดเบียนตนเอง

อันความโกรธที่บุคคลควบคุมไม่ได้นั้น รังแต่จะสร้างปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมามากมาย ทั้งการทะเลาะ วิวาท ความโกรธเคือง ความลำบากใจ ความคับแค้นใจ

 


ความโกรธนั้นรังแต่จะทำให้เราเสียเพื่อนที่ดี ๆ ไป คนแล้ว คนเล่า

 


พื้นที่ในโลกที่แคบอยู่แล้วนั้น ก็จะยิ่งแคบลงหากเรามีคนที่เราโกรธและเขาโกรธเรา แค้นเรา
อันความโกรธนั้นมีมูลเหตุมาจากการขาดซึ่งความอดทน ความอดทนต่อคำล่วงเกิน จ้วงจาบ ทั้งจากผู้คนที่อยู่สูงกว่า ทั้งในด้านอายุ ตำแหน่ง หน้าที่การงาน อาทิเช่น ญาติผู้ใหญ่ หัวหน้างาน เจ้านาย ผู้จัดการ
หรือจะมาจากบุคคลที่เสมอกัน อาทิ เพื่อน พี่น้อง ที่บางครั้งพูดเล่นสวนเสเฮฮากัน แต่ก็ล่วงเกินพลาดไปจนกลายเป็นการพูดแทงใจดำซึ่งกันและกัน ความโกรธ ความแค้นเคืองนั้นย่อมเกิดขึ้นมา จากเพื่อน พี่น้องจึงกลายศัตรูคู่อาฆาตกันไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำล่วงเกิน จ้วงจาบ คำนินทา ว่าร้าย จนบุคคลที่ต่ำกว่า ทั้งด้านอายุ เกียรติทางสังคม หน้าที่การงาน ความโกรธที่เกิดจากบุคคลที่สังคมสมมติว่าต่ำกว่าเรานี้ เป็นอารมณ์โกรธที่ร้ายแรงและนำมาซึ่งความเสียหายได้โดยยิ่ง

การตอบโต้ด้วยอารมณ์ก็ดี ด้วยคำพูดก็ดี ด้วยกายก็ดี รังแต่จะทำความเสียหายให้ทั้งสองฝ่าย นั่นก็คือ รังแต่จะทำให้เราและเขาต่างบอบช้ำ เจ็บเนื้อ เจ็บตัว หรือแตกหักจนกระทั่งตายไป

ความโกรธนี้เอง เป็นจุดมุ่งหมายของการปฏิบัติธรรมที่จะนำผลอันนั้นมาควบคุมได้
คนที่ควบคุมความโกรธของตนเองได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อดทนต่อคำล่วงเกินจ้วงจาบของคนอื่นได้นั้นเป็นความอดทนที่สูงสุด

คนเราทุกวันนี้ที่ทะเลาะกัน ฆ่ากัน ทำลายกัน มิใช่ด้วยเหตุจากการเจ็บตัวเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่มีเหตุจากความ “เจ็บใจ”

เจ็บใจจากคำพูด เก็บความเจ็บนั้นไว้อันมีสาเหตุเพียงแค่จากลมปาก
ลูกน้องที่ทำร้ายเจ้านาย ฆ่าเจ้านาย ก็เพราะด้วยการถูกดุด่า ว่ากล่าว เป็นสาเหตุสำคัญ

ท่านทั้งหลาย “สติ” เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มีความอดทน จะเป็นเครื่องมือให้เราสามารถก้าวพ้นมหานาทีวิกฤตแห่งความโกรธนั้น ซึ่งจะทำให้ชีวิตพลิกผันไปในทางต่ำ ทั้งติดคุกก็ดี เจ็บเนื้อ เจ็บตัว สูญเสียทรัพย์สิน

สตินั้นจะช่วยให้เรามีปัญญาที่จะก้าวผ่านนาทีนั้นไปได้ ท่านทั้งหลายได้โปรดฝึกสติ ดำรงสติไว้ให้มั่นเถิด

การอยู่กับลมหายใจในขณะนั้น วินาทีนั้น จะช่วยให้ท่านดำรงสติไว้ได้

การเฝ้ามองลมหายใจในเวลาโกรธนั้น จะช่วยท่านผ่านนาทีวิกฤตไปได้

การมีสติด้วยการอยู่กับลมหายในนั้น จะต้องอาศัยการฝึกมาในระดับหนึ่ง
ผู้ที่หมั่นนั่งสมาธิ เข้าวัด รักษาศีล เวลาที่ความโกรธเข้ามากระทบนี้ ถือว่าเป็นเวลา “สอบไล่” ครั้งใหญ่ ว่าสิ่งที่ท่านลงทุนไปฝึก ไปเข้าคอร์สมานั้นคุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไปหรือไม่

 

การฝึกสตินั้น อาศัยเพียงแค่ “ความเพียร” ตราบใดที่เรามีลมหายใจ ตราบนั้นเราก็ย่อมมีเวลาที่จะฝึกสติ 

 

คนในสังคมนี้เดินทางบ่อย เวลาเดินทางจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการฝึกสติ
การนั่งรถก็ดี ลงเรือก็ดี เวลานี้แทนที่เราจะปล่อยจิตปล่อยใจให้ไหลเลื่อนไปตามอารมณ์ เราก็นำสติไว้เก็บไว้อยู่กับลมหายใจ นั่งดูลมหายใจไป ตามดูลมหายใจไป ดูไปเรื่อย ๆ สั่งสมไว้เป็นเสบียงสัมภาระธรรม ครั้นเมื่อโลกธรรมคือคำสรรเสริฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้ามากระทบนั้น เราจะได้ใช้สติสู้มันได้ทันท่วงที

สตินั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะทำให้ชีวิตเรารุ่งโรจน์ เจริญ รุ่งเรืองก็ได้ หรือจะพาเราตกต่ำ ตกนรก หมกไหม้ ล่วงลงสู่หุบเหวก็ได้
สติจึงมีความสำคัญยิ่งกับการดำเนินชีวิตในสังคมที่อุดมไปด้วย “คนใหญ่ ๆ” ในปัจจุบัน

การที่มีคนใหญ่ ๆ เยอะก็ดีเหมือนกัน เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้เราเป็น “คนเล็ก” คนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ
คนตัวเล็กตัวน้อยนั้นสบาย ไม่โอ่อ่าใหญ่คับบ้าน คับซอย เข้าซอกเล็กซอกน้อยได้สบาย
คนตัวเล็ก กินใช้แบบเล็ก ๆ ชีวิตนี้ก็อยู่สบาย
คนตัวเล็ก มีความโกรธมากระทบจากคนตัวใหญ่ คนใหญ่ ๆ คนที่รู้สึกว่าตนตัวเล็กนั้นก็ใช้สติสู้ได้อย่างสบาย เพราะคนที่รู้สึกว่าตนตัวเล็ก อัตตาคือตัวตนก็จะเล็กตามลงไปด้วย

อัตตาหรือตัวตนนี้แลเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เราโกรธ
ความรู้สึกว่านี้ตัวเรา ชื่อเสียงของเรา ที่เขาว่านั้น “เขาว่าเรา” ว่าตัวเรานั้นและเป็นสาเหตุแห่งโกรธ
วางตัวตนเสียได้ความโกรธก็จะหายไปได้ในอีกทางหนึ่ง

สตินั้นแลเป็นเหตุและปัจจัยที่จำไปสู่สมาธิและปัญญา
โดยเฉพาะถ้าบุคคลใดมีศีลเป็นพื้นฐานแห่งจิตอยู่ด้วยแล้วนั้น สติอีกทั้งสมาธิจะมีผลมากมีอานิสงส์มากสำหรับข้ามพ้นกำแพงคืออัตตาหรือตัวตนไปได้

เมื่อไม่มีตัวตนความโกรธก็ย่อมไม่มี เพราะไม่มีใครให้โกรธ แม้แต่ตัวเราที่จะโกรธนั้นก็ไม่มี
สตินั้นแลจะเป็นเหตุให้เราลุล่วงพ้นบ่วงแห่งอัตตาคือตัวตนนั้นได้
ไม่มีตัวไม่มีตน ไม่มีคนไม่มีใคร ชีวิตนี้ย่อมอยู่สบาย ละเสียได้ซึ่งความโกรธแห่ง “ตัวตน”