อำนาจแห่งการต่อสู้กับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประชาชน

อำนาจแห่งการต่อสู้กับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประชาชน

โดย ส.ศรัณ

       มูลนิธิภูมิพลังชุมชนไทย ภาคใต้ตอนล่าง

 

กงล้อ...ชีวิต (การต่อสู้ของชาวบ้าน)

คำบอกเล่าที่ว่า หากคนเลหาปลาไม่ได้ คนเมืองก็ลำบากจะกินอะไรกัน เป็นสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงสุภาษิตที่ว่า น้ำต้องพึ่งเรือ เสือต้องพึ่งป่า เพราะการต่อสู้ของเครือข่ายคนเลแห่งบ้านแหลมมะขามนำโดยปะบูบอกว่า การต่อสู้ของปะเป็นเหมือนการต่อสู้ของคนทั้งเมืองตรัง หากแหลมมะขามไม่สามารถหาปลาส่งเข้าตลาดได้ คนในเมืองก็คงต้องหากินยากด้วย หรือก็ต้องซื้อของที่แพงขึ้น มันก็เหมือนโดมิโนที่หากล้มก็คงต้องล้มทั้งแผง เช่นเดียวกันหากคนสวนทำสวนไม่ได้ คนในเมืองหรือคนที่บริโภคก็ต้องซื้อของที่แพงขึ้นหรือหากินยากขึ้นฉันใดฉันนั้น

สิ่งนี้เป็นเรื่องการต่อสู้ของคนอาชีพประมงที่บ้านแหลมมะขาม อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง คนที่นำกลุ่มชาวบ้านเข้ามาในเมืองครั้งแรกคือ นายบู นวลศรี ผู้เฒ่านักต่อสู้ที่ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2536 สภาพโดยทั่วไปของทะเลที่แหลมมะขามถึงจุดที่เลวร้ายที่สุดนั้นคือ พวกเขาไม่สามารถทำมาหากินกับทะเลได้เลย เพราะว่าการลำเลียงของน้ำเสียที่ส่งไปยังแหลมมะขาม ก็เป็นโดยสภาพทั่วไปของการพัฒนาที่มีอะไรก็ส่งลงทะเล น้ำเน่าเสียต่าง ๆ ส่งผ่านไป เมื่อนานเข้ามันทำให้ระบบนิเวศน์ของป่าชายเลนเสีย การอนุบาลสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็พลอยหล่มสลายไปด้วย มันไม่ได้แค่ส่งผลเสียแค่คนเลอย่างปะหรือคนในหมู่บ้านแหลมมะขามเท่านั้น ปะบูบอก

กลุ่มชาวบ้านและปะบูได้เข้ามาในตัวเมืองเพื่อบอกกล่าวให้คนในตลาดได้รับรู้ถึงปัญหาของพวกเขาที่จะส่งผลถึงพวกคนเมืองทั้งหลาย กลับได้ยินคำพูดที่ว่าเป็นเรื่องของคนเลไม่เกี่ยวกับคนเมือง ปะได้บอกกลับไปว่า หากคนเลไม่สามารถหาปลาได้ แล้วคนเมืองจะกินอะไร หากมีก็คงแพงขึ้น มันไม่ใช้ปัญหาของคนเล แต่มันเป็นปัญหาของคนทั้งหมด มันเหมือนโซ่ที่คล้องคอเราทั้งหลายเข้าด้วยกัน ไม่ใช้ปัญหาของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากคนเมืองไม่รักษาสภาพแวดล้อมทำน้ำเสียมากเข้า ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมาส่งผ่านไปยังทะเลที่เป็นแหล่งทำกินของเราทำให้เราไม่สามารถหากินได้แล้วตอนนี้ ท่านจะว่าอย่างไร นี่คือการบอกเล่าของปะบู

การต่อสู้ครั้งนั้นปะบอกว่ามันถึงจุดแล้วที่ต้องออกมาบอกกล่าวให้คนได้รับรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราชาวเลจะแก้ไขได้โดยลำพังเพราะต้นเหตุมันไม่ได้เริ่มที่ทะเล เพราะพวกเขาทำกินแค่พอเลี้ยงปากท้องได้เท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อการค้าที่ใหญ่โต ไม่มีอวนรุน อวนลาก เพราะสิ่งเหล่านี้ปะบูต่อต้านมาตลอดเช่นกัน ปัญหานี้ปะบอกว่าเหมือนลูบหน้าปะจมูก เหมือนกงล้อที่เวียนมาบรรจบที่เดิมเหมือนกันหมด วนอยู่อย่างนั้น และเมื่อเป็นอย่างนี้เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันทั้งหมด ชาวเลต้องรู้จักรักษาที่ทำกินคือทะเล ไม่หากินแบบฉาบฉวย ชาวเมืองก็ต้องรักษาสภาพแวดล้อมเพื่อว่ามันจะไม่ส่งผลเสียลงสู่ทะเลมากนัก เมื่อต่างฝ่ายต่างช่วยสิ่งดี ๆ ก็ตามมาเอง

การต่อสู้ของเครือข่ายแหลมมะขามเป็นการต่อสู้เพื่อปากท้องที่เป็นเรื่องสำคัญของการดำรงชีวิตของพี่น้องในหมู่บ้าน แต่ผลที่ได้รับมันไม่ใช่แค่มีที่ทำกินตลอดลูกหลานเท่านั้น แต่การต่อสู้ครั้งนั้นทำให้เกิดการรวมตัวกันเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เข้าสู่หมู่บ้านแหลมมะขามรวมถึงปัญหายาเสพติดด้วย  ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ได้ถูกแก้ไขด้วยการจัดการของชาวบ้านเอง ที่มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีแกนหลักที่เกิดจากความศรัทธาในตัวบุคคลนั่นคือ ปะบู ที่เป็นคนคอยเป็นแกนให้กับชาวบ้านในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาอีก แต่ชุมชนนี้พร้อมเสมอหากมีปัญหาเข้ามา ตัวอย่างนี้น่าจะเป็นเหมือนกระจกส่องให้หลายชุมชนได้เห็นถึงความสำคัญของความสมานสามัคคีของคนในหมู่บ้านที่จะตั้งรับกับปัญหาได้เป็นอย่างดี....

และแล้ว ติดตามตอนที่ 2 อาทิตย์หน้าค่ะ