วันสุดท้าย
เมื่อคืนฝนตกด้วยหรือ?…ม่ายรู้ แบบว่าหลับลึกสุดๆ วันนี้มีโปรแกรมพาไปดูโชว์การแสดง 4 ภาคและการแสดงของช้าง ตามพี่ๆ เขาไปด้วยแต่ไม่ได้เข้าไปดูเนื่องจากดูมาหลายรอบแล้ว เลยขอใช้ช่วงเวลานี้…กิน กิน แล้วก็กิน หิวข้าวอะ เมื่อเช้าตื่นสายมาไม่ทันทานข้าวเช้า จริงๆ ก็กินไปไม่กี่อย่างหรอกแค่ ขนมจีบ 1 ชุด ข้าวราดแกง 1 จาน ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม โค้ก 1 ขวด กาแฟสด 1 แก้ว ขนมเค้ก 1 ชิ้น หมูย่าง 4 ไม้ ข้าวเหนียว 2 ห่อ ไส้กรอกรมควัน 2 ไม้ ลูกชิ้นปิ้ง 4 ไม้ ไอศกรีม 1 แท่ง ครบทุกรายการก็โชว์จบ กลับไปก็เที่ยงพอดี กินข้าวเที่ยงต่อโล้ด บ่ายวันนั้นยอมรับว่าจุกมาก เนื่องจากความตะกละของตัวเองแต่ไม่กล้าบอกใคร กลัวโดนสมน้ำหน้า
วันนี้เราต้องทบทวนสิ่งที่จะนำกลับไปปรับกลยุทธ์เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 เดือน กลับไปทำอะไรมาค่อนข้างเยอะ ยกตัวอย่างกิจกรรมนึง ที่ถือว่าประสบความสำเร็จในความคิดผม คือโครงการ Maintenance Multimedia House (MM House) เป็นโครงการที่จะฉายหนังให้คนมาดูตอนช่วงพักเที่ยง ที่มาที่ไปของความคิดนี้ก็คือ สังเกตเห็นนิสัยของเพื่อนที่ทำงานจะปิดไฟนอนกลางวัน เพื่อหลับเอาแรงสำหรับทำงานในช่วงบ่าย บางคนที่ไม่อยากนอนก็ติดนิสัยนอนไปด้วย หรือไม่ก็นั่งเล่น Net Load ภาพบุคคลประทับใจทั้งหลาย (โดยเฉพาะภาพสาวญี่ปุ่น) เลยคิดว่าน่าจะหาทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่น่าได้ประโยชน์มากกว่า จึงคิดโครงการนี้ขึ้น ง่ายๆ ไม่ต้องเตรียมอะไรยุ่งยาก เพราะ
ห้องฉายภาพยนต์ => ห้องประชุม
เครื่องฉายภาพยนต์ => โปรเจ็คเตอร์ที่อยู่ในห้องประชุม
เครื่องเล่น DVD => Notebook ของผมเอง
เครื่องเล่นเสียง => ลำโพงที่ไปยืมมาจาก IT
หนังที่นำมาฉาย => ไปขนมาจากบ้านเพื่อน และของตัวเอง (ที่เอาเพื่อนขึ้นก่อน เพราะ 90% ไปยกเค้ามาจากบ้านมัน โดนด่านิดหน่อย แต่ชิน หึ แค่นี้ไม่ซึมเข้ารูขนหรอก
เก้าอี้ชมภาพยนต์ => เก้าอี้ในห้องประชุม ถ้าไม่พอก็ให้ไปลากเก้าอี้ตัวเองมา
มีขนมมาล่อให้อยากเข้ามาดูเล็กน้อยงบ 500 บาทเลี้ยงคน 20-30 ชีวิต สามารถนะครับ ขอบอก เนื่องจากได้พี่ธุรการที่มีฝีมือในการจ่ายตลาดมาช่วย เคยเลี้ยงพิซซ่าด้วย พอดีช่วงนั้นซื้อ 1 แถม 1 และเราก็ใช้วิธีตัดเป็นชิ้นพอคำเหมือน Cocktail เห็นไหมแค่นี้ก็ได้กินกันทุกคนแล้ว (ช่วงหลังประทับใจมาก เพราะหลายคนขนขนม ผลไม้จากบ้านมาแบ่งกันกินด้วย) หนังที่ผมฉายจะมีหลายรูปแบบสับเปลี่ยนหมุนเวียนไม่ให้คนเบื่อ เช่น เทศนาของพระมหาสมปอง สารคดี BBC สารคดี National Geographic เป็นต้น
ผมได้เห็นบรรยากาศดีๆ ของเพื่อนร่วมงานที่มานั่งดูหนังด้วยกัน รวมถึงช่างหลายๆ คนซึ่งปกติอยู่ต่อหน้าวิศวกร จะไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะกลัวผิด โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ Technical แต่งานนี้ผมได้เรียนรู้อะไรจากพวกเขาเยอะ ครั้งนึงผมเคยเปิดหนังเกี่ยวกับนักเดินเรือที่ต้องไปติดอยู่ท่วมกลางภูเขาน้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือเป็นปีๆ ตอนนั้นดูไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไรเพลินดี ช่างคนนึงก็หันมาถามว่า “พี่เขาเอาน้ำจืดที่ไหนกิน” “น้ำแข็งที่อยู่บนภูเขาน้ำแข็งในทะเลเค็มหรือจืด” “ภูเขามันน่าจะเคลื่อนที่ได้แล้วคนที่มารับจะหาพวกเขาเจอได้อย่างไร” อึ้งครับ เพราะตอนนั้นผมเองก็ตอบไม่ได้ และไม่คิดไม่ถึงกับคำถามพวกนี้ด้วย อื่ม ช่างของผมก็เก่งเหมือนกันนะเนี้ย
เล่าเสียยาวกลับมาเรื่องการปรับกลยุทธ ที่ผ่านมาพวกเราเจอปัญหาซึ่งผมคิดว่าปัญหานี้ Classic ทุกคนที่ทำกิจกรรมน่าจะเคยเจอปัญหานี้ คือองค์กรจะมีคนอยู่ 2-3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ความร่วมมือเวลามีกิจกรรมดี กลุ่มที่สองไม่ร่วมไม่ต่อต้านเสมือนไม่มีตัวตนอยู่ในองค์กร กลุ่มที่สามทำแต่งานไม่แตะกิจกรรมแถมยังต่อต้านอีกต่างหาก (แต่ก่อนเคยอยู่ในกลุ่มนี้แหละเลยเข้าใจดี) คนกลุ่มนี้คิดว่ากิจกรรมที่มี Play & Learn นั้นมีแค่ Play อย่างเดียวไม่ได้มีสาระอะไร และไม่ได้ช่วยให้งานของพวกเขาดีขึ้น ทางกลุ่มจึงเห็นเป้าหมายต่อไปที่จะเข้าไปเจาะกลุ่มคนกลุ่มนี้โดยวางกิจกรรมให้สอดคล้องกับงานที่ทำไปด้วย… ตอนนี้ในหัวมี Idea ดีๆ ที่จะนำกลับไปทำแล้ว แต่ยังไม่เล่าให้ฟังตอนนี้ ขอเก็บไว้เล่าในคราวหน้าละกัน
จะต้องแยกย้ายกันกลับแล้ว คิดถึงพี่ๆ เพื่อนๆ มากเลย อดใจรออีกสองเดือน โชคดีครับทุกคน
สิ่งที่ท้าท้ายทำกลุ่มที่อยู่เฉยๆให้เป็นกลุ่มแรกและทำกลุ่มที่ต่อต้านให้อยู่เฉยๆได้ทีละขั้นก็จะได้กำลังใจขึ้นนะค่ะ พี่เอาใจช่วยนะค่ะ