ต่อจากครั้งที่แล้ว ผู้เขียนพาไปเที่ยวชมมุมมอง (ท่องเที่ยว ) ใหม่ในเขมร ซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคเหนือ ที่นี้มาลองเปิดมุมมองใหม่ทางภาคใต้ของเขมรกันบ้างค่ะ
- เริ่มจากอุทยานแห่งชาติคีรีรมย์ ฟังชื่อแล้วเหมือนอยู่เมืองไทยนะ อุทยานแห่งชาตินี้อยู่ทางตอนใต้ ห่างจากกรุงพนมเปญมาประมาณ 250 กิโลเมตร แต่ขออภัยที่จำไม่ได้จริงๆ ว่าอยู่ในจังหวัดอะไร รู้แต่ว่าเป็นเส้นทางผ่านระหว่างการเดินทางจากกรุงพนมเปญไปจังหวัดเกาะกง ที่มีชายแดนติดกับจังหวัดตราดของไทย ความโดดเด่นของอุทยานแห่งนี้คือ เป็นพื้นที่ป่าสนสามใบ มีความชุมชื้นและอากาศเย็นตลอดปี และมีธารน้ำตกที่สวยงาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ สถานที่แห่งนี้คือสถานที่ฮันนีมูนของอดีตกษัตริย์แห่งกัมพูชา คือ สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ พระราชบิดาของสมเด็จเจ้านโรดม สีหมุนี กษัตริย์องค์ปัจจุบันของกัมพูชา และน่าเสียดายที่มีร่องรอยสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนอาคารหรือจะเป็นที่ประทับของสมเด็จเจ้านโรดมสีหนุ ก็ไม่ทราบ อยู่ในลักษณะที่ก่อสร้างยังไม่เสร็จและถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างน่าเสียดาย

ป่าสนสามใบ กับทุ่งหญ้าเขียวขจี ให้ความรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่เห็น

จุดชมวิวของคีรีรมย์

บริเวณธาน้ำตก จะมีชาวบ้านปลูกเพิงขายสินค้าให้นักท่องเที่ยวเช่น อาหารการกินที่คล้ายๆ กับบ้านเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือ การนำดอกไม้ในท้องถิ่นมาร้อยเป็นมงกุฏดอกไม้จำหน่ายให้นักท่องเที่ยว ซึ่งชาวบ้านที่นี่มีความชำนาญและทำได้สวยมาก คณะของพวกเราก็ได้อุดหนุนกันไป 3 พวงๆ ละ 25 บาท

นั่งพักผ่อนหย่อนใจกันที่ศาลาพักริมธารน้ำตก สำหรับนักท่องเที่ยว ทายได้ไม๊ ว่าคนไหนสาวไทยหรือสาวเขมร เฉลยเลยแล้วกัน สาวผมสั้นคือสาวไทย เพราะสาวชาวเขมรจะไว้ผมยาวกันทุกคน

สะพานไม้ข้ามธารน้ำตก

ธารน้ำตกใสแจ๋วน่าเล่น
- พอออกจากอุทยานแห่งชาติคีรีรมย์ ก็เดินทางต่อไปยัง สีหนุห์วิลล์ สถานตากอากาศชายทะเลที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขมร อยู่ติดกับเกาะกง และใกล้กับจังหวัดตราดของเรา สำหรับชายหาดที่นี่ ถ้าเทียบกับชายหาดบ้านเรา ก็ถือว่ายังธรรมดา แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ (ชาวยุโรป) มาเที่ยวที่นี่กันเยอะมาก พวกคณะเราคุยกันว่าที่นี่คงจะเหมือนกับพัทยาเมื่อ 20 ปีก่อน

ระหว่างทาง ก็จะได้เห็นน้ำตกแบบนี้ เป็นระยะๆ

มุมนี้มองเห็นทะเลฝั่งไทยอยู่ลิบๆ ข้างหน้า

มุมนี้ถ่ายจากรีสอร์ท ที่พักของพวกเรา ทางด้านซ้ายจะเป็นทะเลที่ติดต่อกับฝั่งประเทศเวียดนาม

อีกมุมหนึ่งของรีสอร์ท สำหรับราคาที่พักต่อห้อง คืนละ 600 บาท (นอนได้ 2-4 คน)

ภายในห้องพัก โปรดสังเกตุมุ้งที่นี่น่ารักมาก แต่นอนไม่ถนัดเพราะแคบกว่าบ้านเรา
- และที่นี่ก็ยังเป็นแหล่งคาสิโน อีกแห่งของเขมรด้วย แต่ไม่ได้เก็บภาพมาให้ดูนะคะ
นี่ก็คืออีกมุมหนึ่งของเขมรที่ผู้เขียนเชื่อว่าหลายๆ คนยังไม่เคยรู้จัก สำหรับครั้งต่อไป ผู้เขียนจะนำภาพและเรื่องราวที่พบเจอระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในเขมรมาฝากนะคะ
ขอตามมาเที่ยวด้วยคน
ขอบคุณครับ
เห็นจากภาพแล้วต้องหาโอกาสไปเที่ยวบ้างแล้วสิ แต่คงต้องรอให้ผู้ติดตามตัวน้อยๆที่บ้านโตกว่านี้อีกสักหน่อย จะตะลุยบ้างแล้ว เห็นแล้วอิจฉาแฮะ