ปฐมภูมิก้าวลำสู่อนาคต

PCU beyond tomorrow  (บริการปฐมภูมิก้าวล้ำสู่อนาคต)

   แนวคิดการพัฒนาระบบริการปฐมภูมิ ในทัศนะของผม ต้องมุ่งเน้นงานในเชิงคุณภาพจึงจะสามารถยกระดับสุขภาพของประชาชนได้อย่างจริงจังยั่งยืนตลอดไป  โดยผมคิดว่าเราน่าจะพัฒนาและสามารถทำมันได้สำเร็จในเชิงการบริหารจัดการระบบสุขภาพ  ในส่วนบุคคล(personallity)   ไปสู่ ระดับครอบครัว  (family)  และ ระดับชุมชน  (community)   จากขอ้มูลและการสัมผัส  สอบถาม ตัวผู้ป่วยและวิถีชีวิตของชุมชนทำให้ผมได้ข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นว่า ประชาชนยังคงขาดจิตสำนึก (จิตวิญญาณ หรือ ปัญญาในปัจจุบันเป็นอย่างมาก )วึ่งเหตุผลนี้นี่เองทำให้งานขององค์กรขาดความมั่นคง ยั่งยืนเมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานปีต่อปี  ดังนั้นเราจึงต้องกั้นที่ต้นเหตุแห่งปัญหา คืองานต้องมุ่งเน้นในการสร้างปัญญาให้กับประชาชนหาใช่มุ่งเน้นแต่เพียงปริมาณตัวเลขเพียงอย่างเดียว  ดังนั้นรูปแบบการให้บริการของหน่วยงานจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมโดยใน ระยะที1ต้องมีการสำรวจภาวะสุขภาพ และประเมินภาวะสุขภาพเป็นรายบุคคล ระบุปัจจัยเสียงต่างๆ และที่สำคัญให้พยากรณ์โรคในอนาคตไว้ และมุ้งเน้นการส่งเสริมและป้องกันโรคไว้ในระยะที่เหมาะสม  

ระยะที่    2 ต้องเพิ่มองค์ความรู้เป็นรายบุคคลให้สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล   และเพื่มองค์ความรู้ในระดับครอบครัว และชุมชน  ระยะที่ 3ต้องส่งเสริมคุณค่า การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อให้ก่อเกิดเป็นค่านิยม  และวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีของครอบครัวที่ดีต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดในการแก้ไขปัญหาในเชิงคุณภาพที่ยั่งยืน ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมสุขภาพที่ดีต่อไปให้กับลูกหลานในอนาคตโดยอัญเชิญ รหัสในการพัฒนาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ซึ่งมีด้วยกันสามตัว คือ KGC  โดย มี

k (knowledge)    คือมุ่งให้ประชาชนมีความรู้ด้านสุขภาพตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง 

G (Goods) คือส่งเสริมให้ทุกคนเป็นคนดีสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้ และแนะนำบุคคล

อื่นได้ และ C (Culture) คือการมีค่านิยม วัฒนธรรมที่ดีในการดูแลสุขภาพที่ดีของชุมชนและสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความสุข

     

 การลงมือปฏิบัติจริง

     หลายหน่วยงานคงประสบปัญหาการดำเนินงานด้านสุขภาพคล้ายๆของผม คืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร  ผู้นำชุมชนอ่อนแอ ไม่โปร่งใสด้านการเงินของชุมชน ไม่ใส่ใจด้านการปกครองและพัฒนาชุมชนทำให้ไม่เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน ครั้นผมจะขอความร่วมมือในการดำเนินงานคงจะไม่ได้การ

กระมัง อย่ากระนั้นเลยเราจึงต้องอาศัยจุดแข็งของชุมชมคนหา และคบหา ผู้ทรงอิทธิพลด้านความคิดของชุมชน (ทางพุทธศาสนา สอนว่า ให้คบหาบัณฑิต) ก็เริ่มเห็นช่องทางในการดำเนินงาน ตรงนี้ จนท. ต้องมีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ชัดเจนและมีเหตุมีผลในการพัฒนาด้านสุขภาพทีสามารถได้อย่างงายดาย  โดยต้องอาศัยการทำการตลาดที่ดี คือนำเสนอสินค้าที่ดี แก่ลูกค้าชั้นดี  (โดยอาศัยหลักธรรม ทฤษฎี 3 ดี  (ขอบคุณข้อมูลจากมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ )  อันประกอบด้วย มโนกรรม (คิดดี)  วจีกรรม (พูดดี)  และกายกรรม  (ทำดี) หลังจากนั้นการงานก็จะก่อเกิดจากการแนะนำของบัณฑิตผู้ทรงอิทธิพลกลุ่มนี้การงานก็เริ่มขับเคลื่อนโดยมุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม โดยใช้หลักธรรมมะในการบริหารจัดการมุ่งสู่การดำเนินงานที่จีรังยั่งยืนตลอดไป เทอญ........