ความทะเยอทะยาน กระหายอำนาจ กระหายชัยชนะ นำแอน โบลีน ไปพบจุดจบที่น่าสยดสยองเร็วเกินคาด ล้วนเป็นผลจากกรรมที่เธอก่อไว้ นี่เป็นสัจธรรมอย่างจริงแท้

ใครที่สนใจประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ   จะต้องรู้จักพระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8 กับ แอน โบลีน ราชินีองค์ที่ 2 ของท่านอย่างแน่นอน   เรื่องราวของเฮ็นรี่ที่ 8  ที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์นั้นอื้อฉาวโด่งดังอย่างยิ่ง  นักประพันธ์หลายต่อหลายคนนำมาเขียนขยายความเป็นหนังสือขายดีเกือบทุกเล่ม  โดยเฉพาะเรื่องของท่านกับแอน โบลีน   

หนังสือ The Other Boleyn Girl  เขียนโดย Philippa Gregory  แปลเป็นไทยโดย มณฑารัตน์ ทรงเผ่า  ชื่อ  สงครามรัก อำนาจ ราชบัลลังก์  ผู้เขียนหยิบเอาเกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงที่สองสาวตระกูลโบลีน คือ แอน กับแมรี่  เข้าไปอยู่ในราชสำนักของพระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8 เป็นนางพระกำนัลของพระนางแคทเธอรีน แห่งอารากอน พระราชินีองค์แรก  เรื่องราวตลอดทั้งเล่มบอกเล่าถึงการชิงรัก หักสวาท เพื่อเป็นที่รักของพระเจ้าเฮ็นรี่ ผู้มักมากในกาม  ด้วยนิสัยใจคอที่แตกต่างกันคนละขั้วของสองพี่น้อง  แอน โบลีน เป็นหญิงสาวที่ฉลาดปราดเปรื่อง ทะเยอทะยาน  กระหายความสำเร็จและอำนาจ  เธอสามารถทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จและอำนาจ  ขณะที่แมรี่ โบลีน เป็นหญิงสาวที่อ่อนโยน ใสซื่อ  ทำให้เราต้องอดใจไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายเชียร์เธอ  ทั้งที่รู้ว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นอย่างไร

อ่านหนังสือเล่มนี้จบแบบไม่มีอะไรที่จะเล่าต่อได้  นอกจากแนะนำให้อ่าน รายละเอียดปลีกย่อยน่าติดตาม และกังขาอยู่ตลอดว่า มันเป็นเรื่องจริงหรือนี่  เหตุไฉนมันถึงได้โลดโผน เน่าเหม็นได้ขนาดนั้น  อรรถรสอยู่ในตัวหนังสือและบทสนทนาที่อ่านแบบไม่อยากวาง  คนแปลก็แปลได้ละเมียดละไม   จนเราสัมผัสได้ถึงชีวิตที่มีเลือดเนื้อโลดแล่นมีชีวิต  แบบที่เห็นภาพเคลื่อนไหวไปพร้อมกับตัวหนังสือ

ถ้าคุณเป็นเพศหญิง   คุณจะเกิดความเศร้าสะเทือนใจในชะตากรรมของมนุษย์เพศหญิงที่เกิดมาในยุคนั้น   ยุคที่ผู้หญิงเป็นเครื่องมือเพื่ออำนาจของครอบครัวอย่างไร้คุณธรรม

เกรเกรอรี่เล่าเรื่องจากมุมมองของแมรี่  โบลีน ซึ่งเป็นเพศหญิง      หลายๆ ตอนที่สื่อต่อผู้อ่านถึงสถานภาพของเพศหญิง  ได้ชัดเจน  ผ่านอารมณ์ ความรู้สึกของแมรี่ 

โลกที่สตรีถูกซื้อขาย ไม่ต่างจากม้า

ผู้หญิงมีหน้าที่ต่อครอบครัว วงศ์ตระกูล เท่านั้น

ชีวิตภายใต้อำนาจของกษัตริย์ ครอบครัว และผู้ชาย

ประโยคหนึ่งในจดหมายที่แอน เขียนถึง แมรี่ เล่าอย่างภาคภูมิถึงความสำเร็จที่เธอสามารถกำจัด พระราชินีแคทเธอรีน แห่งอารากอน และกำลังจะขึ้นไปนั่งตำแหน่งพระราชินีแห่งอังกฤษแทนที่

ข้าล้มล้างแบบแผนเดิมจนสิ้น  จะไม่มีสิ่งใดเหมือนเดิมอีกสำหรับสตรีในประเทศนี้

ความหมายของประโยคที่กินใจ  เชือดเฉือน  และก้าวร้าวยิ่งของแอน โบลีน  สะท้อนสถานภาพของผู้หญิงยุคนั้น แปลความผ่านความคิดของแมรี่ได้ว่า

จะไม่มีสิ่งใดเหมือนเดิมอีกสำหรับสตรีประเทศนี้  นับจากนี้ไปจะไม่มีภรรยาคนไหนปลอดภัยอีก  ไม่ว่านางจะเชื่อฟังและรักสามีมากเพียงใด  เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าหากภรรยาเช่นพระราชินีแคทเธอรีนแห่งอังกฤษยังถูกทอดทิ้งโดยไร้เหตุผลได้  ภรรยาคนไหนก็ถูกทอดทิ้งได้เช่นกัน

ความทะเยอทะยาน กระหายอำนาจ กระหายชัยชนะ นำแอน โบลีน ไปพบจุดจบที่น่าสยดสยองเร็วเกินคาด ล้วนเป็นผลจากกรรมที่เธอก่อไว้   นี่เป็นสัจธรรมอย่างจริงแท้

แอน โบลีน ถูกพระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8  พระสวามีอันเป็นที่รักของเธอสั่งประหารชีวิตด้วยการตัดคอ  ด้วยวัยเพียง 29 ปี  หลังจากได้นั่งในตำแหน่งพระราชินีแห่งอังกฤษ 3 ปี   เปิดทางให้พระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8 เสกสมรสใหม่กับพระนางเจน ซีมอร์

แมรี่ โบลีน  หญิงสาวที่ ไม่ทะเยอทะยาน ไม่กระหายอำนาจ บริสุทธิ์ ใสซื่อ  ได้เลือกที่จะมีชีวิตเรียบง่ายแบบหญิงชนบท ไร้บรรดาศักดิ์ ไร้ทรัพย์สินเงินทอง  แต่มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง

แมรี่ โบลีนมีลูกชายหญิงอย่างละ 1 คน ประวัติศาสตร์ไม่ได้ฟันธงว่า  ลูกชายลูกสาวของเธอเป็นโอรส ธิดา นอกสมรสของเธอกับพระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8  แต่เกรเกอรี่ชี้ชัดในหนังสือเล่มนี้  แมรี่สมรสครั้งที่ 2 กับ วิลเลี่ยม สแตฟฟอร์ด  หัวหน้าคนเลี้ยงม้าของลุง  มีชีวิตบั้นปลายที่สงบสุขเยี่ยงคนสามัญกับสามีที่รักเธออย่างแท้จริง

แม้หนังสือจะจบลงด้วยความเศร้าสะเทือนใจกับชะตากรรมของแอน โบลีน  แต่สำหรับชีวิตของ แมรี่  หญิงสาวโบลีนอีกคน ก็พอจะช่วยให้เรายิ้มได้กับชีวิตในบั้นปลายที่สงบสุขของเธอ

เป็นเพราะกรรมที่หญิงสาวทั้งสองคนกระทำมามีความแตกต่างกันนั่นเอง.

…………………….

 

เกี่ยวกับหนังสือ

  The Other Boleyn Girl  เขียนโดย  Philippa Gregory  แปลเป็นไทยโดย มณฑารัตน์ ทรงเผ่า  ชื่อ  สงครามรัก อำนาจ ราชบัลลังก์  สำนักพิมพ์มติชน  ราคา 420 บาท  หนามาก 760 หน้า  ขายดีในงานสัปดาห์หนังสือ  และ ยังมีขาย

หนังชื่อเดียวกัน    กำลังจะฉายในเมืองไทย 5 มิ.ย. นี้   นาตาลี พอร์ตแมน แสดงเป็น แอน โบลีน  สการ์เลต โจแฮนสัน แสดงเป็น แมรี่  นักวิจารณ์ไม่ชอบนัก  บอกว่าสู้หนังสือไม่ได้  ถ้าคุณเป็นแฟนคลับของดาราทั้งสองคนก็ต้องไปดู  (แล้วค่อยหาหนังสือมาอ่านก็ได้)

 

เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

 

          เรื่องของเฮ็นรี่ที่ 8  ถูกนำมาเขียนเป็นนวนิยายมากมาย  อ่านสนุกชวนติดตามทุกเรื่อง (และชวนเวียนหัวเพราะต้องลำดับญาติ เวลาอ่านเพื่ออรรถรสที่ครบถ้วน)    ถูกสร้างเป็นหนังหลายเรื่อง ดูสนุกไม่แพ้หนังสือ   ต่อไปนี้จะพยายามเล่าให้ฟัง  เฉพาะที่น่าสนใจ  (ไม่อยากทราบก็ข้ามไปได้ค่ะ - แต่ถ้าผิดพลาดก็ช่วยท้วงมาด้วยนะคะ)

พระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8   (28 มิ.ย. 1491-28 ม.ค. 1547 ) เป็นกษัตริย์อังกฤษที่โด่งดังที่สุด โลดโผน (ในทางไม่ค่อยดีนัก)  ครองราชย์นาน 38 ปี สวรรคตเมื่อพระชนม์ 56 ปี   ทรงแก้ไขจารีตเกี่ยวกับศาสนาโดยประกาศว่าอังกฤษไม่ขึ้นตรงกับสำนักวาติกัน ทรงเปลี่ยนการนับถือจากนิกายคาธอลิคเป็นโปรแตสแตนท์   เพื่อจะได้หย่าขาดจากพระชายาคนแรกไปเสกสมรสกันแอน โบลีน  และชายาองค์ต่อๆ มา  รวมทั้งสิ้น 6 คน  (ไม่นับรวมพระสนมอีกมากมาย  แมรี่ โบลีน เป็นหนึ่งในนั้น)  ต่อไปนี้คือบรรดาพระชายา

1.   พระนางแคทเธอรีน แห่งอารากอน  (ชายาหม้ายของเจ้าชายอาเธอร์ พระเชษฐา)  มีพระราชธิดา 1 องค์  คือ เจ้าหญิงแมรี่   ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระอนุชา (พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 5) เป็น  พระนางเจ้าแมรี่ที่ 1

2.  พระนางแอน โบลีน   พระราชธิดา คือ  เจ้าหญิงอลิซาเบธ  ขึ้นครองราชย์เป็น พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1

3.  พระนางเจน ซีมอร์  พระโอรส คือ  เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด  ขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6

4.  พระนางแอนน์แห่งคลีฟส์ 

5. พระนางแคทเธอรีน โฮเวิร์ด    (ถูกพระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8 สั่งประหารชีวิต)

6.  พระนางแคทเธอรีน พาร์

 

พระนางเจ้าแมรี่ที่ 1   พระธิดาองค์โตของพระเจ้าเฮ็นรี่กับแคอเธอรีน อารากอน  ทรงเป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษสืบต่อจากพระอนุชา (เอ็ดเวิร์ดที่ 5) ที่ไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อตามพระราชบิดา  ทรงเป็นคาธอลิคที่เคร่งครัด  ในสมัยของพระองค์ได้สั่งประหารชีวิตเจ้านายและข้าราชบริพารที่นับถือโปรแตสแตนท์ ที่พระองค์ทรงระแวงว่าเป็นปฏิปักษ์กับความเชื่อแบบคาธอลิคของพระองค์มากมาย  ทรงได้ฉายาว่า บลัดดี้ แมรี่  เป็นที่จดจำ (ในทางร้าย)

พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1   พระราชธิดาของแอน โบลีน ชันษา 3 ปี เมื่อพระราชมารดาถูกประหาร  ขึ้นครองราชย์เมื่อชันษา 25 ปี ครองราชย์นาน 45 ปี  เป็นกษัตรีย์ที่ทรงพระปรีชา มีชื่อเสียงมาก ทรงสร้างอาณาจักรอังกฤษให้รุ่งเรืองมาก  เป็นที่จดจำ (ในทางดี) 

ในสมัยพระนาง  มีความด่างพร้อยอยู่เรื่องเดียวคือ  การสั่งประหารพระนางแมรี่ สจ๊วต  พระราชินีแห่งสก๊อต  ซึ่งเป็นพระญาติสนิท (หลานปู่ของเฮ็นรี่ที่ 8  หลานป้าของอลิซาเบธที่ 1)    นวนิยายเกี่ยวกับแมรี่ สจ๊วต ก็อ่านสนุก  เป็นหนังก็น่าดู

หนังฮอลลีวูดเรื่อง   Alizabeth  และ Alizabeth : The Golden Age  เป็นเรื่องของกษัตริย์พระองค์นี้  แสดงโดย เคท บลันแชท  ได้รางวัลดารานำหญิง (จากภาคแรก)

 

พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6   โอรสของพระเจ้าเฮ็นรี่กับเจน ซีมอร์  เป็นเจ้าชายที่สุขภาพอ่อนแอมาแต่เล็ก  ครองราชย์ต่อจากเฮ็นรี่ที่ 8  เมื่ออายุ 11 ชันษา สิ้นพระชนม์เมื่อ 15 ชันษา 

ในรัชสมัยของพระองค์มีเกร็ดประวัติศาสตร์น่าสนใจที่ถูกนำมาเขียนเป็นนวนิยาย  ชื่อ Henry 8 Secret Daughter   แปลเป็นไทยโดย นิดา (ปี 2521)  ชื่อ  เจน เกรย์ ราชินีผู้ไร้มงกุฎ   เป็นเรื่องความสัมพันธ์ต้องห้ามน่ารักๆ ของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดกับเจ้าหญิงเจน เกรย์ พระญาติสนิท  ที่เอ็ดเวิร์ดทรงเขียนพินัยกรรมให้เป็นรัชทายาท   หลังเอ็ดเวิร์ดที่ 5 สวรรคต  เจน เกรย์  ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 11 วัน  ก็ถูกพระนางเจ้าแมรี่ที่ 1 แย่งบัลลังก์  และสั่งประหารชีวิตเธอด้วยวัยเพียง 15 ชันษา  

ในหนังสือเล่มนี้บอกว่า เจน เป็น พระราชธิดาของเฮ็นรี่ที่ 8 กับเจน ซีมอร์ ที่ถูกสับเปลี่ยนตัวกับเด็กชาย (ซึ่งก็เป็นลูกลับๆ ของเฮ็นรี่ที่ 8 กับนางข้าหลวงไร้ชื่อคนหนึ่งในวัง และ เด็กคนนี้จึงกลายเป็น เอ็ดเวิร์ดที่ 5  และ เจนก็ถูกส่งไปให้หลานสาวของเฮ็นรี่เลี้ยงแทนลูกสาวที่เพิ่งคลอดแล้วเสียชีวิต)

เรื่องของ เจน เกรย์  ถูกเขียนไว้ในประวัติศาสตร์นิดเดียว  แต่มีคนเอามาเขียนเป็นหนังสือที่อ่านสนุกอีกเล่ม 

 

บันทึกเมื่อ 17 พฤษภาคม 2551