นี่คือ เรื่องเล็ก ๆ ที่รอวันเติบใหญ่ เป็นเรื่องระดับชาติได้ถ้าเราช่วยกัน สนับสนุน ส่งเสริม

ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2551 วันที่ฟ้าฉ่ำฝนอันเป็นผลมาจากส่วนท้ายปลายหางของพายุไซโคลน นาร์กิสที่พุ่งเข้ากระหน่ำประเทศพม่า ครอบครัวของผมมีนัดกับ ว่าที่ ร.ต.ไสว แสงสว่าง ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาหลังสวน หนึ่งในผู้นำขบวนการธนาคารต้นไม้ : Tree Bankของ จ.ชุมพร เพื่อเดินทางไปเยี่ยมชม ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านทุ่งหงส์ หมู่ที่ 8 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร สาขาหนึ่งของธนาคารต้นไม้ประจำอำเภอเมือง จ.ชุมพร

เมื่อเราเดินทางไปถึงจึงได้ทราบว่ามีอีกหนึ่งคณะเข้ามาถ่ายทำรายการโทรทัศน์นำโดย คุณปั่นไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว นักร้องชื่อดังที่ผมชื่นชอบกำลังรับประทานอาหารเที่ยงฝีมือชาวบ้านกันอยู่ ขณะที่รอความพร้อมผมก็ทำหน้าที่คุณอำนวยจัดให้ทีมงานของผมอันประกอบด้วย ครอบครัวพี่อารีย์สมาชิกในสวนป่าที่ผมสร้างไว้ที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร และครอบครัวของผมเอง ได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านคุณกิจตัวจริงในการทำสวนเกษตรอินทรีย์ ซึ่งก็คือพ่อและแม่ของผู้การฯ ไสว แสงสว่าง นั่นเอง เมื่อต่อติดการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ เริ่มไหลลื่น ผมสังเกตด้วยความชื่นชมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งของผู้ให้และผู้รับดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ มีบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมิตรไมตรีดีมาก ผมเพียงแต่ฟังเงียบๆ และคอยกระตุ้นด้วยคำถามเพื่อสร้างสรรค์เรื่องใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้ทีมงานได้หยิบยกขึ้นมาถาม-ตอบกันเอง

ว่าที่ ร.ต.ไสว แสงสว่าง ผู้นำในขบวนการ ธนาคารต้นไม้ และคุณปั่น - ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว

ได้เวลาชมสวนแล้ว เราก็ออกเดินทั้งที่สายฝนยังตกพรำ ๆ ลุงไหว เริ่มด้วยการแนะนำตัวหน้ากล้องโทรทัศน์อย่างผู้มีประสบการณ์ พูดให้ฟังถึงความสำคัญของการสร้างสวนเกษตรผสมผสาน ที่มีต้นไม้เจริญเติบโตแบบหลากหลายเป็นธรรมชาติถึง 7-8 ชั้น เริ่มที่ พืชน้ำ ในสระที่ขุดไว้หลายแห่งกระจายอยู่ในพื้นที่ แต่ละสระเชื่อมต่อกันด้วยคูน้ำซึ่งมี ฝายแม้ว (Check Dam) เป็นตัวควบคุมปริมาณน้ำ พืชใต้ดิน ไว้กินหัว เช่น พืชตระกูลถั่ว กลอย หอม ข่า ขมิ้น กระชาย ฯลฯ พืชหน้าดิน เช่น พริกขี้หนู โหระพา ตะไคร้  กะเพรา ไม้พุ่มเตี้ย เช่น กาแฟ ส้มจี๊ด ยอดเหลียง พืชให้ร่มเงา ตระกูลกล้วย เช่น กล้วยเล็บมือนาง ไม้สวน เช่น ทุเรียน แซมด้วย ละมุด ลองกอง พืชเกาะเกี่ยว เช่น พริกไทย ดีปลี พลู ไม้ใช้สอย ซึ่งเน้นไม้โตเร็วต่าง ๆ เช่น สะตอ ประดู่  เทพทาโร มะฮอกกานี กันเกรา และไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นต้นไม้เศรษฐกิจที่มีความสูงมาก ๆ เช่น ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง จำปาทอง เป็นต้น

ลุงไหว แนะนำสวนเกษตรผสมผสานพร้อมสอดแทรกแนวคิดเกี่ยวกับ การสร้างมูลค่าและคุณค่าให้กับต้นไม้ที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยกระบวนการ ธนาคารต้นไม้ : Tree Bank สร้างความตื่นตา ตื่นใจ ให้กับพวกเราทุกคน โดยเฉพาะ คุณปั่น คุยให้ผมฟังว่า ภาพพจน์ในการมองสวนเกษตรเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะแต่เดิมเมื่อคิดถึงสวนที่สวย ที่ดี มีคุณค่า ก็มักจะนึกถึงภาพของสวนที่สะอาด เลี่ยน เตียนโล่ง ซึ่งเกิดจากการจัดการควบคุมวัชพืชกันอย่างหนัก และต้นไม้ก็ออกผลโต ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สารเคมีสารพัดชนิดเข้ามาบังคับให้ได้ผลผลิตตามที่ตลาดต้องการ แต่มาเที่ยวนี้รู้เลยว่า ทำแบบนั้นก็เท่ากับทำลายชีวิตในดิน ซึ่งเป็นการทำลายความอุดมสมบูรณ์ของสรรพสิ่งในธรรมชาติ และทำลายสุขภาพของคนทำสวนด้วยนั่นเอง

 

จากนั้น ลุงไหว ได้พาเราเดินกลับไปใกล้ ๆ บริเวณบ้าน เพื่อดูการเลี้ยง หมูหลุม โดยใช้น้ำสกัดชีวภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อม ผมถ่ายรูปหมูที่ดูแล้วมีความสุขมากกว่าที่เคยเห็นถูกเลี้ยงในคอกปูนแห้งๆ  ผลผลิตหลักของการเลี้ยงหมูแบบนี้นอกจาก ขายเนื้อหมู ยังได้ ปุ๋ยคอก ซึ่งเมื่อนำไปผ่านกระบวนการหมัก ก็จะได้ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ที่มีคุณค่าต่อการปลูกต้นไม้ ไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปซื้อหามาใช้

เราได้ดูเตาเผาถ่านที่ออกแบบมาให้ผลิต น้ำส้มควันไม้ ไปพร้อมกันในตัว นำไปใช้ได้ประโยชน์สารพัดอย่าง เช่น เป็นสารปรับปรุงดิน สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารเร่งการเติบโตของพืช นอกจากนี้ ยังมีการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม เช่น ใช้ผลิตสารดับกลิ่นตัว ผลิตสารปรับผิวนุ่ม ใช้ผลิตยารักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น

เรื่องราวกว่า 2 ชั่วโมงที่ผมและทีมงานได้เรียนรู้จาก ลุงไหว ยังมีอีกมาก ผมได้ทดลองสืบค้นในอินเตอร์เน็ตโดยใช้คำว่า ธนาคารต้นไม้ พบว่ามีแหล่งข้อมูลนำเสนอมากถึง 348,000 คำ จาก 132 เว็บเพจ แต่ที่ดูเหมือนว่าเป็น เวบไซต์อย่างเป็นทางการ (Official Website) ของธนาคารต้นไม้ ผมสืบค้นได้ 2 แหล่ง ดังนี้

ขอแนะนำให้เข้าไปติดตามอ่านกันเยอะ ๆ โดยเฉพาะชาวชุมพร เพราะนี่คือ เรื่องเล็ก ๆ ที่รอวันเติบใหญ่ เป็นเรื่องระดับชาติได้ถ้าเราช่วยกัน สนับสนุน ส่งเสริม.

ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน