สิ้นสุดลงไปเรียบร้อยแล้วสำหรับโทรเลขในประเทศไทย ในวันสุดท้ายก็ได้ไปส่งโทรเลขที่ไปรษณีย์กลางบางรัก ซึ่งคนที่ไปส่งโทรเลขนั้นมากมายนัก รอคิวนานเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงคิว ซึ่งทำให้รู้ว่าโทรเลขก็มีความผูกพันกับคนไทยมานาน ทีนี้ก็อยากเอาประวัติโทรเลขมาให้รู้กันว่า โทรเลขในประเทศไทยมีวิวัฒนาการมาอย่างไร และทำไมถึงสิ้นสุดลง
กำเนิดโทรเลขในประเทศไทย
สำหรับสังคมไทยรู้จักโทรเลขในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงมีพระราชดำริให้จัดทำไปรษณีย์ขึ้น โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่าง วงศ์ ร่วมกับเจ้าหมื่นเสมอใจราชเตรียมการต่าง ๆเพื่อเปิดทำการไปรษณีย์
โดยโทรเลขถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2418 จากการที่รัฐบาลไทยมอบหมายให้กรมกลาโหมสร้าง ทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ ( จ.สมุทรปราการ)
กระทั่งปี พ.ศ. 2426 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งกรมโทรเลขขึ้นเพื่อรับช่วงงานโทรเลขต่อจากกรมกลาโหมซึ่งกิจการโทรเลขในประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นอย่างเป็นลำดับ
จนเข้าสู่ยุควิทยุโทรเลขในประเทศไทยซึ่งเริ่มขึ้นในสมัยจอมพลเรือสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือและได้มีเครื่องรับ-ส่งวิทยุโทรเลขแบบมาร์โคนีใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 โดยวิทยาการด้านวิทยุรู้จักแพร่หลายมากขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยุโทรเลข พ.ศ. 2457 โดยกำหนดให้กรมไปรษณีย์โทรเลขมีอำนาจหน้าที่ในการตั้งเครื่องและใช้วิทยุโทรเลขวิทยุโทรศัพท์ในประเทศไทยและให้ข้าราชการทหารเรือทำความตกลงกับกรมไปรษณีย์โทรเลขให้ประชาชนใช้วิทยุโทรเลขได้
ปี พ.ศ. 2471 กองช่างวิทยุกรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดการสื่อสารทางวิทยุโทรเลขโดยตรงกับทวีปยุโรปโดยติดต่อกับกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่สามารถส่งข่าวสารทางโทรเลขกับต่างประเทศด้วยคลื่นวิทยุโดยไม่ต้องอาศัยประเทศต่าง ๆให้ช่วยถ่ายทอดโทรเลขอีกต่อหนึ่ง
เดิมนั้นการส่งโทรเลขจากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรปต้องอาศัยส่งผ่านทางสายโทรเลข ของต่างประเทศ เช่นจากกรุงเทพฯ ไปหาดใหญ่ เข้าประเทศมาเลเซีย ซึ่งอังกฤษปกครอง หรือ จากกรุงเทพฯผ่านแม่สอดเข้าประเทศพม่าซึ่งทำให้เสียเวลาและล่าช้ามาก
สำหรับการเปิดการสื่อสารทางวิทยุโทรเลขกับต่างประเทศครั้งแรกโดยไม่ต้องผ่านประเทศอื่นๆ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงกระทำพิธีเปิดภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ. 2490-2496 กรมไปรษณีย์โทรเลขเปิดการติดต่อทางวิทยุโทรเลขกับต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่งได้แก่ เวียดนาม, ไต้หวัน, อินเดีย, ญี่ปุ่น และเดนมาร์ก
ในปี พ.ศ. 2496 นายสมาน บุณยรัตพันธ์นายช่างโทรเลขของไทยได้คิดค้นเครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จโดยคิดระบบกลไก (SPACING CONTROLMECHANISM) ต่อมาได้ผลิตเครื่องโทรพิมพ์ทำงานได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเครื่องเดียวโดยใช้ชื่อว่า "เครื่อง โทรพิมพ์ไทยแบบ S.P."
กรมไปรษณีย์โทรเลขได้รับรองเครื่องพิมพ์ไทยแบบ S.P . ในปี พ.ศ . 2498 และเริ่มสั่งสร้างเครื่องโทรพิมพ์ไทยจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้งานรับ-ส่งโทรเลขเป็นรุ่นแรกระหว่างกรุงเทพฯ-นครสวรรค์, กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์-เชียงใหม่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2500 ซึ่งต่อมาได้ขยายการรับ-ส่งโทรเลขโดยใช้เครื่องโทรพิมพ์ออกไปทั่วประเทศ
อุปกรณ์โทรเลขต่าง ๆ ได้ดำเนินการติดตั้งปี พ.ศ. 2504 และเปิดรับ-ส่งใช้งานโทรเลขติดต่อกับต่างประเทศด้วยวงจร HF 1 ARQ เป็นต้นมาโดยเริ่มทำการติดต่อกับโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เป็นวงจรแรก
พ.ศ. 2520 กรมไปรษณีย์โทรเลขได้โอนส่วนปฏิบัติการบริการโทรคมนาคมของประเทศไปอยู่ในความรับผิดชอบของการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นผลให้การให้บริการขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง
การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ทำการปรับปรุงและเปลี่ยนระบบการรับ-ส่งโทรเลขในประเทศและระหว่างประเทศจากระบบ MANUAL มาเป็นระบบถ่ายทอดโทรเลขแบบอัตโนมัติ โดยในวันที่ 20 พ.ย. 2521 ได้ทำการขยายการติดต่อโทรเลขระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด จำนวน 80 แห่งพร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขย่อยในระบบ TORN TAPE ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข 7 แห่งต่อมาได้จัดตั้งชุมสายโทรเลขอัตโนมัติเพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาคอีก 3 แห่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับ-ส่ง โทรเลขโดยกำหนดให้ชุมสายที่หาดใหญ่เป็นศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขภาคใต้ขอนแก่นเป็นศูนย์ถ่ายทอดโทรเลขภาคตะวันออกเฉียงเหนือและนครสวรรค์เป็นศูนย์ถ่ายทอด
โทรเลขภาคเหนือ ซึ่งชุมสาย อัตโนมัติทั้ง 4 แห่งรวมทั้งกรุงเทพฯ และบางรักสามารถติดต่อกันด้วยระบบสื่อสารทางดาวเทียมและทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2531 ซึ่งเป็นผลให้การรับ-ส่ง โทรเลขรวดเร็วยิ่งขึ้นยุคสมัยเปลี่ยนหลายๆสิ่งก็เปลี่ยนไปการสื่อสารในยุคปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วด้วย อินเตอร์เน็ท โทรศัพท์ไร้สายเมื่อมีสิ่งใหม่ๆมาทดแทนสิ่งเก่าๆก็ต้องสูญหายไปตามกาลเวลาดังเช่นโทรเลขที่อีกไม่นานคงเหลืออยู่แต่ในความทรงจำเท่านั้น