เรื่องการจัดการความรู้เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ใคร่รู้ หลายคนบอกว่าก็ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและงานอยู่ แต่หลายๆ คนก็ไม่มั่นใจว่าที่ตนเองทำนั้นมันจะใช่ KM ไหม แล้วที่มันใช่จริงๆ เป็นอย่างไร เพราะในกระบวนการทำงานและพัฒนาองค์กรจะมีคำว่า KM มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ โดยเฉพาะการประเมินการบริหารจัดการที่ดีก็มีคำว่า “การจัดการความรู้” อยู่ด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุกต่อมการเรียนรู้คนในองค์กรมากขึ้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ก็จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง “KM” ให้แก่บุคลากรที่สนใจราว ๓๐ คน เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๑ ได้รับความกรุณาจากคุณหมอชาตรี เจริญศิริ จากศูนย์ประสานงานประชาคมจังหวัดน่าน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เติมความรู้เรื่อง “KM อะไร ? ทำไม ?” ในภาคเช้า และภาคบ่าย คุณพยอม วุฒิสวัสดิ์ มาเล่าประสบการณ์การนำ KM มาใช้ในสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน บรรยากาศเป็นกันเองสบายๆ คุณหมอชาตรี เจริญศิริ ได้เริ่มกระบวนการเรียนรู้ด้วยหัวเรื่องว่า “KM สบายๆ” ว่า KM เป็นเรื่องกล้วยๆ เหมือนการปอกกล้วย และเริ่มเล่าสู่กันฟังด้วยเรื่องต่างๆ ดังนี้ ๑. กิจกรรมกลุ่มเล็กๆ ให้เห็นบทบาทของคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณบันทึก และ CEO กิจกรรมเล็กๆ นี้ได้สร้างกระบวนการการปรึกษาหารือกันอย่างฉันท์มิตร เอาใจใส่ลงไปในวงพูดคุย และทำให้เห็นองค์ประกอบ(Element) ปัจจัย(Factor) และเงื่อนไข(Condition) ของการกระบวนการทำงานร่วมกัน ๒. การนำและภาวะผู้นำ (Leadership) และการทำงานเป็นทีม (Spirit team) ๓. ชุมชนนักปฏิบัติ (Cop) ๔. กระบวนการ KM ๕. วงจรการเรียนรู้ของโนนากะ ๖. ความแตกต่างของการวิจัยแบบเก่ากับการจัดการความรู้(วิจัยแบบใหม่) ๗. บันได ๕ ขั้นสู่วัฒนธรรมการจัดการความรู้ และสุดท้ายคุณหมอได้พูดถึงเรื่องคุณภาพของคนว่าในองค์กรมีการพัฒนาคุณภาพของคนไปถึงเป้าหมายแล้ว แต่คุณภาพของใจคนยังไม่ถึง กระบวนการเรียนรู้และเล่าสู่กันฟังของคุณหมอชาตรีเป็นไปแบบสนุกและสบายๆ ตามที่ได้จั่วหัวไว้จริงๆ ภาคบ่าย คุณพยอม วุฒิสวัสดิ์ ได้เล่าจุดเริ่มต้นการเรียนรู้เรื่อง KM ด้วยการถูกสั่งการจากส่วนกลาง แต่ด้วยใจที่รักจึงพยายามทำความเข้าใจและเรียนรู้ เป็นการสร้างโอกาสให้กับตัวเองและทีมงาน มีการพัฒนาทีมงานโดยวิทยากรจากส่วนกลาง สร้างทีมงานขึ้นมา แบ่งบทบาทหน้าที่กัน และกำหนดเป้าหมายหรือประเด็นร่วมกันโดยไม่ได้เป็นเนื้องานใหม่ หากแต่เป็นเนื้องานในภารกิจของสำนักงานเกษตรจังหวัดที่ดำเนินการอยู่แล้ว เรียกว่าให้ “เนียนในเนื้องาน”จัดกระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่แต่ละอำเภอ แล้วจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระดับจังหวัดทุกเดือน โดยทีมงานแต่ละอำเภอต้องมีเรื่องราว Best Practice ที่ทำมาเล่าสู่กันฟัง พร้อมกับบันทึกเรื่องเล่านั้นๆ เพื่อมาแลกสู่กันฟัง และเรื่องเล่านี้ก็จะนำไปเก็บไว้ในคลังความรู้ของสำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน และนำไฟล์เผยแพร่ใน Web site ของสำนักงานฯ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกขั้นหนึ่ง หัวใจสำคัญของ KM คือ “สุ จิ ปุ ลิ” แม้ว่าจะมีอุปสรรคในการทำงานบ้าง ไม่ว่าจะเป็นความไม่เข้าใจของคน การไม่ชอบการบันทึก และภาระงานของผู้ประสานงานเอง แต่ด้วยความมุ่งมั่นทำให้สามารถเกิดทีมงานและกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบมากขึ้น ช่วงท้ายทีมงานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านก็ได้มาคุยกันว่าเรารู้แล้วว่า KM อะไร ? ทำไม ? และอย่างไร ? ก็มาถกกันว่าเราจะเริ่มอย่างไร ? หลายคนก็บอกว่าจริงๆ สิ่งที่เราทำก็เป็นกระบวนการ KM อยู่แล้ว แต่อาจไม่สมบูรณ์หรือเป็นระบบ สิ่งที่ต้องทำต่อคือทำให้เป็นระบบมากขึ้น ให้มีเวทีกลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเป็นประจำ จัดทำคลังความรู้ และช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมากยิ่งขึ้น ฟังดูแล้วก็อาจจะง่ายๆ สบายๆ แต่ก็คิดว่าไม่ง่ายเสียทีเดียว