วันที่เราไปดูปูไก่กัน มันไม่ค่อยออมาให้เห็นเลยครับ อาจจะเพราะกลัวนักท่องเที่ยวอย่างเรา
วันที่ 17-18 เมษายน 2551 ที่ผานมา ได้เวลาแบกเป้ตะลอนทัวร์ที่สิมิลันครับ
ตอนแรก็กะว่าจะไปก่อนสงกรานต์ครับ แต่เห็นว่าเต็มหมดแล้ว
ก็เลยขอลาพักร้อนไปเที่ยวหลังสงกรานต์ละกันครับ
วันที่ 16 เมษายน ก็นั่งรถไปลงที่เขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ครับ
นอนที่เขาหลัก 1 คน ที่ศรีเกสต์เฮาส์ครับ ห้องพักราคา 700 บาท/คืน เป็นห้องปรับอากาศครับ
เขาหลักปีนี้เปลี่ยนไปมากครับ เพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นเขาหลัก ยังคงจำภาพหลังสึนามิได้ครับ
ว่าทุกอย่างดูมันเสียหายไปเกือบหมด แต่ตอนนี้สภาพนั้นไม่หลงเหลือให้เห็นอีกแล้ว
มันมีสิ่งปลูกสร้างมากมายไปหมด เพื่อรองรับการท่องเที่ยว
เช้าตรู่วันที่ 17 เมษายน รถของบริษัททัวร์ ชื่อ ทับละมุทัวร์ ก็มารับที่เกสต์เฮาส์แต่เช้าครับ
มีเพื่อนร่วมทัวร์เป็นคนไทย 2 คน และชาวต่างชาติอีก 3 คนครับ
ส่วนผมนั้นไปคนเดียวครับ ทัวร์ที่ซื้อ คือ 2 วัน 1 คืน ราคา 3,700 บาทครับ
เป็นราคาที่ครบอคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วครับ (แต่ที่พักเป็นเต๊นท์นะครับ
หากใครอยากนอนบ้านพักของอุทยานก็ต้องจ่าย 2,000 บาท/คืนครับ) อ๋อ หากใครจะขึ้นรถที่ภูเก็ตก็มี
นะครับ แต่ราคาจะต่างกันสัก 900-1,000 บาท ครับ เพราะกว่าจะมามันค่อนข้างไกล แต่มีรถรับส่งถึง
โรงแรมครับ สะดวกจริง
เราไปขึ้นเรือที่ท่าเรือทับละมุครับ ใกล้ฐานทัพเรือพังงา นั่นเอง
ไปถึงก็ไปตรวจรายชื่อ รับอุปกรณ์ดำน้ำ รับประทานของว่าง และรับสติ๊กเกอร์ด้วยครับ
เรือที่เราใช้จะเป็นสปีดโบทครับ นั่งได้ 35 คน
พร้อมแล้ว..ออกเล้ย



นั่งเรือได้สัก 1 ชั่วโมง เราก็จะมาถึงเกาะ 9และเกาะ 8 ครับ แต่เรือของเรานั้นจอดให้เล่นน้ำที่เกาะ 9 ก่อนครับ
เป็นการดำน้ำแบบ skoreling คือหายใจทางปากนั่นแหละครับ
ปะการังไม่สวยเท่าไหร่ แต่ปลาหลากหลายมากครับ ปลาเสือ สีสันสวยงาม ฝูงปลาตัวเล็กๆ นับพันๆ ตัว
ที่สำคัญเราได้เห็นเต่าตนุ (ถูกป่าว)ว่ายมาทักทายที่เรือด้วยครับ เห็นเขาเอากล้วยให้มันทาน
เต่าตนุ เป็นเต่าที่สมเด็จพระราชินีทรงอนุรักษ์ครับ พอแสงอาทิตย์กระทบกระดองมัน
กระดองเป็นเงาวาว สีสดมากครับ
ที่เกาะ 8 มีสัญลักษณ์ของเกาะสิมิลันครับ นั่นคือ รูปเกือกม้า เป็นหินสูงเด่นอยู่ปลายเกาะ 8
เราสามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ด้วยครับ
หาดทรายที่เกาะ 8 นี่งาม สวย บริสุทธิ์ครับ เพราะว่าเกิดจากการสะสมของปะการังนั่นเอง






เมื่อเราอิ่มหนำสำราญกับการชมวิว ดำน้ำตามเกาะต่างๆ แล้ว เราก็นั่งสปีทโบทมาที่เกาะ 4 ครับ
เป็นเกาะที่เป็นที่ตั้งของอุทบานแห่งชาติครับ เวลา 12.30 น. ก็มาถึง พอดีกับจังหวะหิว พอดี
ไกด์ก็เรียกไปทานข้าวครับ อาหารที่นี่รูสึกว่ามันอร่อยมากๆ ครับ
เกาะ 4 จะเป็นเกาะที่พัก มีทั้งเต๊นท์และบ้านพัก ราคาเต๊นท์ 600 บาท/คืน บ้านพัก 2,000 บาท/คืน
มีที่ขายของที่ระลึกด้วยครับ ห้องน้ำก็สะอาดดีครับ
ระหว่างที่รับประทานไกด์ก็จะนำกุญแจมาให้ครับ ใครพักตรงไหนยังไง ผมได้พักที่เต๊นท์ C4 ครับ
นักท่องเที่ยวที่ซื้อแบบไปกลับ หลังทานข้าวแล้วก็เล่นน้ำได้ถึง 15.00 น. แล้วเขาก็จะพากลับครับ
ส่วนคนที่พักค้างแรมก็เล่นได้ตามสบายครับ
แต่ผมขอไปนั่งชมหาดทรายขาวๆ ด้านหน้าเกาะ 4 ดีกว่าครับ อากาศดี เย็นสบาย
อยากจะเล่นซะเหลือเกินแต่เที่ยงๆ คงจะดำน่าดู
เพราะแม้จะมี Sun Block SPF50 ก็ยังดำแบบเป็น "ช่วง ช่วง " เลยครับ


แต่ที่แน่ๆ ฝรั่งดูจะมีความสุขกับการเล่นน้ำทะเลมากกว่าใครๆ เขาครับ
พอตกเย็นเราก็ไปเล่นน้ำที่หาดเล็กครับ ห่างจากที่พักสัก 500 เมตร เป็นหาดทางทิศตะวันออกครับ
ที่นี่ปลาเยอะครับ สวยด้วย มองเห็นเกาะ 5 - 6 ด้วยครับ
สัก 6 โมงเย็นก็ถึงเวลาทานข้าวครับ อาหารก็ยังสมบูรณ์ อร่อยเหมือนเดิมครับ
ทานข้าวเสร็จ อาบน้ำ สัก 2 ทุ่ม เจ้าหน้าที่อุทยานก็จะพาเราไปดูปูไก่ครับ เป็นปูที่มีเฉพาะ
ที่เกาะ 4 เท่านั้น แต่บางคนก็บอกว่า เกาะ 8 ก็อาจมีครับ



แม้ผมจะไปคนเดียว แต่ก็ไม่ไร้เพื่อนนะครับ ไปเจอเพื่อนอีก 2 คนครับ อย่างที่ยบอกตอน
แรกว่ามีคนไทย 2 คนขึ้นรถไปพร้อมกัน คนหนึ่งชื่อพี่น้องครับ มาจากำแพงเพชร (คนที่ยิ้มๆ นั่นแหละ)
อีกคนเป็นเพื่อนพี่น้องครับ ชื่อพี่กิ่งทำงานเป็นครูที่หาดใหญ่ คุยไปคุยมาเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย
แม้จะไม่พบกันตอนเรียนก็ยังคุยกันถูกคอครับ
ส่วนอีกคนเป็นหนุ่มโคราช แต่ทำงานที่ กทม. มาคนเดียวเหมือนกันครับ ชื่อน้องอู๋ ครับ
ทุกคนน่ารัก คุยสนุก เป็นกันเองครับ และดูแลซึ่งกันและกัน เป็นห่วงกันเหมือนรู้จักกันมานานแล้ว
แต่ถ้าคงไม่ได้ทั้ง 3 ท่าน นี้ทริปนี้คงเหงาน่าดูครับ
คืนแรกก็นั่งคุยไปกินขนมไปจนดึกครับ ก็นัดแนะกันว่าเราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันที่หาดเล็กนะ
พี่น้องและพี่กกิ่งก็อาสาปลุกกันแต่เช้าเลยครับ
ผมก็เดินไปงัวเงียไปแหละครับ เพราะนอนไม่ค่อยหลับ อากาศมันโค-ต-ร ร้อนนนนนมาก
นอนในเต๊นท์ก็ไม่ได้ ออกมานอนหน้าเต๊นท์ก็หลับไม่สนิทครับ
ไม่เป็นไรหรอกครับ เรามาเที่ยว ไม่ได้มาสบายสักหน่อย
สุดท้ายก็ได้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ


เรื่องปูไก่ที่นี่ก็น่าสนใจครับ ปูไก่เป็นปูที่มีเฉพาะที่สิมิลัน เป็นปูน้ำจืด หากินตอนกลางคืน
ในฤดูผสมพันธุ์มันจะพาเหรดออกมามากมายครับ สีสันจะเป็นสีส้มสด เวลาก้ามของมันสีกัน
มันจะเสียงดังเหมือนไก่ร้อง จึงเรียกว่าปูไก่ครับ
วันที่เราไปดูปูไก่กัน มันไม่ค่อยออมาให้เห็นเลยครับ อาจจะเพราะกลัวนักท่องเที่ยวอย่างเรา
ที่ส่งเสียงดัง เลยเห็นแค่ปากรูครับ
ภาพกลางที่เห็นแต่ก้ามนี่ น่าสนใจครับ เข้าใจว่ามันออกมาแล้ว แต่เมื่อมันได้ยินเสียงพวกเรา
มันคงตกใจวิ่งลงรู แต่คงผิดรูครับ เพราะก้ามมันเข้าไปในรูไม่ได้ มันเล็กกว่าก้าม
ก็เลยโผล่แต่ก้ามให้พวกเราดู อย่างที่เห็นนี่แหละครับ




น่าอิจฉาจัง ได้ไปเห็นธรรมชาติแสนสวย
สวัสดีค่ะ
เห็นภาพแล้วอยากไปมาก ยังไม่เคยไปสิมิลัน
ดูธรรมชาติน่าจะดีกว่าเกาะพีพี
ขอบคุณค่ะ
เต้นท์เกาะ 4 แถวแรกหน้าหาดเบอร์อะไรค่ะ พอจำได้มั๊ย ขอบคุณค่ะ