หมอโกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ได้ทำการทบทวนข้อมูลจากเอกสาร แล้วพบว่า ความขัดแย้งในระบบบริการสุขภาพเกิดขึ้นได้ง่ายด้วย ๓ ปัจจัย คือ

หนึ่ง ในระบบบริการทางการแพทย์มีความสลับซับซ้อน ทั้งในแง่ ตัวระบบ และ เนื้อหาของงานที่ให้บริการ ด้านตัวระบบนั้นมีความสลับซับซ้อนเพราะมีหลายระดับ หลายแผนก ซอยแยกย่อยมากมาย ผู้ป่วยเข้าไปในโรงพยาบาลอาจมีปัญหา เพราะอวัยวะหลายส่วนต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายคนมาดู ด้านตัวเนื้อหาเองก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นทุกขณะควบคู่ไปกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ขยายตัว ทำให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่ลึกล้ำซับซ้อนมากขึ้นทุกที

สอง ความไม่สมดุลของโครงสร้างระหว่างความรู้และอำนาจ ในระบบที่เป็นอยู่ผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่ายมีความรู้ไม่สม่ำเสมอกัน เช่น ผู้ป่วยมีความรู้ในส่วนหนึ่งที่เป็นความเจ็บป่วยของตน ด้านแพทย์ผู้รักษาก็มีความรู้ในเรื่องของชีววิทยาและการแพทย์ แต่อาจจะมีความรู้ด้านอื่นไม่เพียงพอที่จะดูแล "สุขภาพ" ในความหมายกว้าง ในขณะเดียวกันความสัมพันธ์เชิงอำนาจก็ถ่างกว้างมากขึ้น ในระบบบริการที่มีผู้เชี่ยวชาญอันทรงไว้ซึ่งอำนาจของวิชาชีพอย่างสูง เช่น ระบบแพทย์ในปัจจุบันมีโอกาสที่ผู้เชี่ยวชาญจะกระทำและส่งผลกระทบกับผู้มารับบริการสูงขึ้นตามไปด้วย

สาม ค่านิยมและวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย การแพทย์ตะวันตกเป็นผลผลิตของค่านิยมและวัฒนธรรมแบบหนึ่ง ระบบโรงพยาบาลก็เกิดจากวิธีคิดแบบหนึ่ง นั่นคือ ระบบโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำเพื่อให้สามารถบริการผู้มารับบริการได้จำนวนมาก ฉะนั้นเมื่อผู้ป่วยเดินเข้ามา จึงต้องเดินผ่านกระบวนการที่ถูกออกแบบเอาไว้แล้วล่วงหน้า ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่รูปแบบที่วางไว้จะเหมาะสมกับปัญหาได้ในทุกกรณี นอกจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือความคาดหวังต่อเทคโนโลยีอันทันสมัย

๓ ปัจจัยนี้คือสาเหตุของปัญหา ฉะนั้น ทางออกจึงต้องดูที่สาเหตุทั้ง ๓ นี้อย่างเป็นระบบ