ในการออกแบบอบรมเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชน ชาวบ้านมากินมานอน3-4วัน เพื่อจะได้จับเข่าคุยกันอย่างถึงพริกถึงขิง เรา..ผู้รับผิดชอบยังด้อยความรู้ความสามารถ ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะพูดคุยกับชาวบ้านในเวลา4-5ชั่วโมง ให้รู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงทะลุปรุโปร่ง เท่าที่ประเมินกระบวนการที่ผ่านมา พบว่าในเวลา4-5วันก็ยังน้อยนัก เราจึงต้องจัดเวลาคุยกันช่วงค่ำ บางทีลูกติดพันล่วงเลยข้ามคืนไปก็บ่อยครั้ง เรียกว่าทั้งอบทั้งรมกลางวันและกลางคืน นะขอรับ
หลังจากรับประทานข้าวปลาอาหารเย็น พักผ่อน อาบน้ำทาแป้ง แล้วเราก็มาตั้งวงคุยกัน คืนนี้ทำความรู้จักกัน ให้แนะนำตัวว่าเจ้าเป็นไผ ทำอะไร เป็นยังไง เก่ง-ถนัดด้านใด อยากจะทดลองทำอะไรเป็นพิเศษ หรือมีเรื่องอะไรที่อยากจะเล่าอยากจะอธิบาย เชิญ..
"เอาความสะดวก ความพร้อม เป็นที่ตั้ง กลางวัน หรือกลางคืน ก็คุยกันได้"
ครูวุฒิ แห่งโรงเรียนโคกเพชร นำเสนอประเด็นการศึกษากับชุมชน ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง เห็นอะไร เกิดอะไร อยากจะชวนผู้นำชุมชนเดินเรียงเคียงคู่เข้าประตูโรงเรียนอย่างมีความหวัง ไม่ใช่มาช่วยโรงเรียนเฉพาะช่วงที่นำซองผ้าป่ามาให้ ครูคนนี้ต้องการความเข้าใจมากกว่าเงินในซอง อยากได้ความรู้ความคิดของชุมชน ไม่ใช่ปล่อยการศึกษาไว้กับครูเหงาๆ ที่ถูกระบบการศึกษาจับเขย่าจนตับไตไส้พุงสั่นคลอน
เราคุยกับชาวบ้านว่า ความรู้ความคิดความสามารถมีอยู่ในตัวทุกคนนั้นสำคัญ เพียงแต่เราไม่เชื่อตัวเอง ไม่เชื่อกันเอง ไปเชื่อคนอื่นมากกว่า ถ้าเรียนรู้เรื่องความเชื่อ เราก็จะสามารถผสมผสานและแยกแยะออกได้ อันไหนเป็นพิษอันไหนเป็นมลพิษ ไม่ต้องจำใจสวาปามมาม่าเหมือนพวกที่อยู่คอนโด ในเมื่อสามารถเลือกสิ่งที่ดีกว่าได้ แต่เราไม่พยายามทำความเข้าใจกันเอง ความรู้ที่อยู่ในตัวท่านนั้นมีค่านะ เป็นความรู้ที่ผ่านการปฏิบัติมาแล้วด้วย
วิทยากรขบวนการ เริ่มเดินเครื่องความรู้ในตัวคน โดยการยื่นไมค์โคโฟนให้แนะนำตัวที่ละราย..ชาวบ้านเมื่อเชื่อว่า..มีคนสนใจที่จะรับฟังเขาอย่างจริงจัง ทุกอย่างจึงแสดงออกได้ดี แม้ในช่วงแนะว่า เจ้าเป็นไผ ก็สนุกสนานเป็นกันเองมากขึ้น ประเด็นการแสดงออกนี้เยี่ยมมาก ..ผู้เป็นวิทยากรจะสำคัญตัวมากกว่าการให้ความสำคัญคนอื่น การถ่ายน้ำหนักตรงนี้ควรพิจารณาให้ดี ควรทำเกิดความคุ้นเคย เริ่มคิดและมองไปในลู่เดียวกัน แม่ใหญ่พ่อใหญ่ที่ไม่เคยพูดลักษณะนี้ วิทยากรพี่เลี้ยงก็ช่วยประคับประคองให้ผ่านด้วยดี ไม่รู้สึกเหนียมอายหรือขายหน้าใคร เปลี่ยนความระทึกระทวยใจเป็นความภาคภูมิใจ
คนที่เป็นผู้นำชุมชน อบต.หมอดินอาสา ตำรวจชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู ประธานกลุ่มต่างๆ พ่อใหม่แม่ใหญ่ที่เคารพนับถือในชุมชน ท่านเหล่านี้ผ่านโลกผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอควร ถ้าให้อิสระ ให้โอกาสเขาพัฒนาตัวเอง ประเทศนี้ถึงจะเห็นคำตอบ ว่าจะพัฒนาชนบทหรือชุมชนอย่างไร เปลี่ยนจากการพัฒนาแบบใบสั่งใบเสีย มาเป็นใบไม้ใบหญ้า ผักปลา อาหาร งานวิชาการควรแปลงเสียก่อน ไม่ใช่มาบอกให้ชาวบ้าน กินทุเรียนทั้งเปลือก!!
ทำให้เราได้รับฟังประสบการณ์ แง่มุมที่ชาวบ้านคิดและมอง ทุกคนได้เรียนร่วมกัน แทนที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะอวดรู้ ก็ปรับมาเป็นเพื่อนเรียนรู้ด้วยกัน บังเอิญว่าค่ายอบรมคืนนี้สมาชิกมาจาก2อำเภอ การลื่นไหลประสบการณ์ชุมชนได้บรรยากาศสมานฉันท์ดีมาก ผมนี่แหละเป็นผู้เรียนที่ได้รู้เรื่องใหม่ๆดีๆ เสียดายว่าเรื่องมันเยอะและยาว ถ้าเอามาขยายความก็อาจจะเสียเวลาท่านผู้อ่าน อย่ากระนั้นเลย
..ผู้น้อยขออนุญาตไปนอนก่อนนะขอรับ
เดี๋ยวจะบ่มีแฮงไปร้องเพลง กอดคนแซ่เฮที่ภูเก็ต
ราตรีสวัสดิ์ครับ!
สวัสดีเจ้าค่ะ พ่อครูบา ที่เคารพ
พ่อครูเจ้าขา หนูจิร้องเพลงกอดคนแซ่เฮด้วยคนเจ้าค่ะ หนูเห็นชื่อบันทึกแล้ว ตกใจ กินทุเรียนทั้งเปลือก คิคิ แวะมาเยี่ยมพ่อครูเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
สวัสดีค่ะครูบาที่เคารพ
สวัสดีครับ