ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย

การเรียนการสอนเนื้อหาประวัติศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม  ควรนำสื่อและนวัตกรรมมาใช้เพื่อสร้างความสนใจในการเรียนให้แก่นักเรียน เพราะเนื้อหาประวัติศาสตร์ค่อนข้างเป็นนามธรรมไกลตัว และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ  ที่จะมีส่วนช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น  ตามแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  สื่อประสมเป็นสื่อชนิดหนึ่งที่เหมาะสมจะนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ประวัติศาสตร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษา  ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่เป็นสื่อประสม  เรื่องประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย  โดยมีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ที่เรียนโดยใช้สื่อประสม วิชาสังคมศึกษา  ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80  และศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอนที่เรียนโดยใช้สื่อประสม  วิชาสังคมศึกษา  ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1  จำนวน  40  คน  โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์  อำเภอจอมพระ  จังหวัดสุรินทร์  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา  2550  ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  (Purposive  Sampling Technique)  เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลมี  3 ชนิด  คือ  สื่อประสม ประกอบด้วย  หนังสืออิเล็กทรอนิคส์ ( E-Book)เกม  เพลง ใบงาน  และแบบฝึกพัฒนาทักษะ  สถิติที่ใช้  คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีประสิทธิผล  และ t - test

                         ผลการศึกษา พบว่า สื่อประสม  วิชาสังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม                เรื่องประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.58/83.67  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์  80/80  ที่ตั้งไว้  มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ  0.45   แสดงว่าผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ  45  นักเรียนที่เรียนด้วยสื่อประสมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐาน  และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่องประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้สื่อประสม ที่ผู้รายงานสร้างขึ้นมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก  (=4.32) 

                                      สื่อประสมที่ผู้รายงานได้พัฒนาขึ้น นับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม  สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น