การป้องกันไวรัส
เกี่ยวกับไวรัส
ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมที่มีผู้เขียนขึ้นมาเพื่อขัดขวางการทำงานของคอมพิวเตอร์ เช่น ขัดขวางการเข้าถึง (access) ข้อมูลในหน่วยความจำ ขัดขวางการอ่านแฟ้มข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ ขัดขวางการใช้งานอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น พรินเตอร์ สแกนเนอร์ ทำให้เสมือนว่าใช้งานกับคอมพิวเตอร์ไม่ได้ จนกระทั่งทำลายแฟ้มข้อมูล หรือทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานผิดปกติไปจากเดิม

 

การตรวจสอบไวรัสภายในคอมพิวเตอร์
ขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์แล้วหากปรากฏว่ามีอาการแปลกๆ เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ เช่น แฟ้มข้อมูลบางแฟ้มหายไปโดยไร้ร่องรอย หรือบางครั้งแฟ้มที่ต้องการใช้งานมีอยู่ในฮาร์ดดิสก์ แต่เมื่อเรียกใช้งานแฟ้มดังกล่าวปรากฏว่ามีข้อความบนหน้าจอแจ้งกลับมาว่า ไม่พบแฟ้มดังกล่าวหรือแฟ้มดังกล่าวมีขนาดใหญ่เกินไป หรือขนาดเปลี่ยนแปลงไป ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่งภายในคอมพิวเตอร์และไวรัสชนิดนั้นกำลังทำงาน หรืออีกกรณีหนึ่งผู้ใช้งานกำหนดให้พิมพ์รายงานโดยใช้ Word Processor เมื่อสั่งพิมพ์จากเมนูพิมพ์แล้วปรากฏว่าแทนที่เอกสารจะถูกพิมพ์ออกทางพรินเตอร์เหมือนทุกครั้งกลับไม่มีเอกสารพิมพ์ออกมา นอกจากนี้ยังมีข้อความแจ้งบนจอภาพว่าไม่มีเครื่องพิมพ์ต่อกับคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถพิมพ์เอกสารได้ ทั้งที่ได้ต่อเครื่องพิมพ์ ติดตั้งไดรเวอร์สำหรับเครื่องพิมพ์และการพิมพ์งานครั้งก่อนก็ทำได้ กรณีนี้การถูกไวรัสก็เป็นได้ การตรวจสอบไวรัสนั้น ทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

 

วิธีการตรวจสอบไวรัสภายในคอมพิวเตอร์
    ใช้ Scan Virus Application ที่ออกแบบมาสำหรับตรวจสอบและกำจัดไวรัสเพื่อตรวจสอบไวรัส ได้แก่ Mcafee Scan , PC-Cillin , Rtkiill , CPAV , MSAV, Norton Antivirus เป็นต้น
    ใช้ฮาร์ดแวร์ที่มีผู้ออกแบบสำหรับตรวจสอบไวรัส ได้แก่ การ์ด Anti Virus
การป้องกันไวรัส
การป้องกันไวรัสที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เลย แต่วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่ได้ประโยชน์สูงสุด มีบางองค์กร กำหนดว่าห้ามนำดิสก์เกตต์จากแหล่งอื่นเข้ามาใช้ในศูนย์คอมพิวเตอร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยทางศูนย์ฯได้มีการจัดเตรียมแผ่นดิสก์ไว้ให้ผู้ที่มาใช้บริการคอมพิวเตอร์ใช้งาน วิธีดังกล่าวสามารถป้องกันไวรัสได้บางส่วน หรือบางองค์กรอาจลงทุนซื้อการ์ดป้องกันไวรัสมาติดตั้งเข้ากับคอมพิวเตอร์ก็ได้ หรืออบรมให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เข้าใจว่าไวรัสก่อผลเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์อย่างไร พร้อมทั้งสอนวิธีการป้องกันให้ วิธีการต่าง ๆ เหล่านี้สามารถป้องกันไวรัสได้ แต่ไม่ทั้งหมด บางครั้งด้วยความประมาทของผู้ใช้งานก็อาจทำให้ไวรัสลอบเข้ามาภายในเครื่องโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้สำหรับองค์กรใหญ่ที่ใช้ระบบเครือข่ายแล้วไวรัสอาจจะแพร่มาทางคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งภายในเครือข่ายก็ได้ รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์ในการต่อเชื่อมกับเครือข่ายภายนอกประเภทอินเตอร์เน็ตและบีบีเอสต่างๆ โดยการดาวน์โหลด (Download) โปรแกรมมาใช้งานกับคอมพิวเตอร์ภายในองค์กร ซึ่งอาจมีไวรัสมาพร้อมโปรแกรมได้เช่นกัน