วันที่ 24 - 26 มีนาคม 2551
ได้มีโอกาสเข้าร่วม ค่ายเด็กน้ำหนักเกิน ของโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ซึ่งจัดโดย แผนกกุมารเวชกรรม ร่วมกับสหวิชาชีพ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ได้พบได้เห็นการทำงานเป็นทีม ที่น่าประทับใจหลายอย่างมาก
ในค่ายฯ เป็นการรวบรวม เด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ ส่งเข้ามาร่วมโครงการ โดยในจำนวนเด็กทั้งหมด มีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่สมัครใจมาเอง
บรรยากาศเริ่มแรก เด็ก ๆ ต่างนั่งกันห่าง ๆ ด้วยความเครียด โดยเฉพาะเด็กชาย-เด็กหญิง ที่ดู ๆ จะเป็นเด็กวัยรุ่น ช่วงต้น (ประมาณ 12 - 15 ปี) ว่าไปแล้ว คงพกความอายมาเยอะ อะ ตอนออกจากบ้าน
หลังจากได้เวลาแล้ว ผอ.ฝ่ายการแพทย์ ได้กรุณา มากล่าวเปิดโครงการ และตามด้วย นันทนาการ เพื่อละลายพฤติกรรมกันนิดหน่อย โชคดีได้เด็ก เข้ามาใหม่ 1 คน โดยหลอกให้แนะนำตัว ทั้ง ๆ ที่เด็ก ๆ ในห้องประชุม ไม่ยอมแนะนำตัวกันเลย ซึ่งก็เรียกเสียงฮา จากน้องคนนี้ได้มากที่เดียว
จากนั้น พญ.รัชดา เกษมทรัพย์ ได้เข้ามาบรรยายให้เด็ก ๆ ฟังเกี่ยวกับโรคอ้วน ก็ เริ่ม มีเด็ก ๆ ฉายแววกันหลายคน ถึงขั้น คุณหมอ ต้องบอกว่า กลับไปนั่งที่
ต่อจากนั้น เป็นกิจกรรม ที่ให้เด็ก ได้รับข้อมูล ต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหา และอาหารที่ทำให้อ้วน เด็ก ๆ เริ่ม เข้ากันได้มากขึ้น
ช่วงบ่าย ไม่ต้องพูด ถึง เหมือนเด็ก ๆ พบกันมาแล้วอย่างนมนาน เล่นกันเสียงดังจนพี่ ๆ ทีมงานอ่วมเลย
ส่วน 25 มีนาคม ยังมีกิจกรรม Walk Rally งานนี้คงสร้างความสนุกสนาน ได้อีกโขเชียว
แล้วจะเก็บมาเล่าต่อนะคะ
KSF --> รักงานบริการ (พนักงานแผนกกุมารเวชกรรม), การเตรียมความพร้อม (พนักงานปชส.), เสียสละ/อุทิศตน (ทีมงานแพทย์ทุกท่าน), รักเพื่อนมนุษย์ (ทีมงานทุกคน), ความอดทน (ทีมงานทุกคน), กล้าแสดงออก (เด็ก ๆ ทุกคน)
วันที่ 25 มีนาคม 2551
วันนี้ช่วงเช้าเป็นการบรรยายและกิจกรรมกลุ่ม โดย พญ.กุสุมาวดี คำเกลี้ยง
เด็ก ๆ ได้รู้จักการสร้างบุคลิกภาพ ให้ตนเองใหม่ กล้าแสดงออก และ ยังได้ทำการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย โดยทีมนักกายภาพบำบัด
ช่วงบ่ายเป็นช่วงที่เด็ก ๆ รอคอย เพราะจะเป็นกิจกรรม Walk Rally มีทั้งหมด 4 ฐาน ซึ่งเป็นฐานเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร และ การออกกำลังกาย แฝงไปด้วยการทำงานเป็นทีม ที่ต้องดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลือกัน เด็ก ๆ สามารถสรุปสิ่งที่ได้จากการเข้าฐานได้ดีมาก
จบวันนี้ด้วยการฝึกโยคะคุณหนู ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเด็กน้ำหนักเกิน เป็นอย่างยิ่ง
ส่วน 26 มีนาคม วันสุดท้ายของค่ายฯ รับรองจะเก็บมาเล่าต่อนะคะ
KSF (เพิ่มเติม)--> การทำงานเป็นทีม (เด็ก ๆ ทุกคน), การรู้จักตนเอง (เด็ก ๆ ทุกคน)
วันสุดท้าย 26 มีนาคม 2551
เช้านี้ เด็ก ๆ ได้รับความรู้ จากทีม พี่ ๆ โภชนากร ที่มาย้ำเตือนให้เด็ก ๆ รู้จัก ธงโภชนาการมาขึ้น ในสมัย เราเด็ก ๆ ก็เปรียบกับการเรียนรู้เรื่องอาหารหลัก 5 หมู่ และตามด้วย การยกตัวอย่างบุคคล 2 คน ที่มีพฤติกรรมการรับประทาน แตกต่างกัน โดยการเล่าเรื่อง เริ่มตั้งแต่ อาหารมื้อเช้า และกิจกรรมที่เริ่มทำ เมื่อครบ 3 มื้อ และ หมดเวลาทำงาน ให้แต่ละกลุ่ม วิจารณ์ ตัวละคร ทั้ง 2 ซึ่ง เด็กๆ สรุปได้อย่างเข้าใจในการทำกิจกรรม ของตัวละคร และ การบริโภค ในแต่ ละมื้อ นับว่าประสบผลสำเร็จ กับการทำกลุ่มเป็นอย่างมาก
ต่อจากนั้น เด็ก ๆ จะได้ประกอบอาหารด้วยตนเอง โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม และ ให้เลือกว่าต้องการประกอบอาหารอะไร จากวัตถุดิบที่ให้มา โดยรวมเด็ก ๆ เลือก ยำวุ้นเส้น 3 กลุ่ม และ แซนวิชไส้สลัด 1 กลุ่ม งานนี้ มีหลายคนที่ไม่กล้าทานอาหารที่กลุ่มตัวเองทำขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวท้องเสีย เรียกเสียง ฮา ได้มากเชียว
ช่วงบ่าย เด็ก ๆ ทุกคน จะได้พบทีมแพทย์ และ ทีมโภชนาการ แบบตัวต่อตัว เพื่อพูดคุย เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารในแต่ละวัน แต่ละมื้อ อาหารใดที่ชอบทานมากเป็นพิเศษ จะถูกคำนวณ ออกมาเป็นจำนวนพลังงานที่ได้รับ เล่น เอาเด็ก ๆ คงหลีกเลี่ยงอาหารประจำกันเชียว
ช่วงท้าย เป็นการปิดโครงการ ด้วยการให้เด็ก ๆ ขึ้นมาพูดคุยและให้สัญญาว่า 30 เมษายน ที่ทางทีมงาน นัดมาติดตามผล น้ำหนัก และ รอบเอว ของเด็กๆ จะหายไปคนละเท่าไหร่ ดู ๆ ภาพ โดยรวม ทุกคนมีความตั้งมั่น ระหว่าง 4 ขีด จนถึง 5 กิโลกรัม ภายใน 1 เดือน และรวมไปถึงการถามว่าเด็ก ๆ จะเลิก รับประทานอาหารชนิดใด
สุดท้าย เป็นการชม Hi Light 3 วันที่ผ่านมา และการถ่ายภาพหมู่รวมกัน
ไว้คัดเลือกรูปภาพแล้วจะนำมาแบ่งปันนะคะ
KSF (เพิ่มเติม)--> การตัดสินใจ(เด็ก ๆ ทุกคน), การระดมความคิด (เด็ก ๆ ทุกคน), เป้าหมายในชีวิต (ด็ก ๆ ทุกคน)
ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่โรงพยาบาล จัดค่ายเด็กน้ำหนักเกิน ถือว่าเป็นโครงการที่ดูดี มีประโยชน์ต่อเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการออกกำลังกาย และการดูแลตนเองด้านโภชนาการ
สวัสดีคะ
อ่านบันทึกนี้แล้วก็อยากจะรู้ต่อว่า น้องๆ ที่เข้าข่ายนั้น รู้สึกอย่าไงรบ้าง และมีผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินไหมคะ
กิจกรรมนี้น่าสนใจมากๆ คะ เด็กๆ เดี๋ยวนี้มีปัญหาเรื่องน้ำหนักกันแล้ว เขียนเล่าอีกนะคะ เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณพ่อคุณแม่ด้วยคะ
เป็นการอบรมที่ดี ให้เด็ก ๆ ได้รู้โภชนาการในการรับประทานอาหาร
ผู้รับการอบรมน้ำหนักเกินด้วยหรือไม่
เป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกท่านค่ะที่เสียสละและให้ความรู้แก่เด็กๆ รวมถึงพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกๆ (บอกเคล็ดลับกับผู้ใหญ่อ้วน..ที่อยากผอมบ้างสิค่ะ)อิ อิ
สรุป 3 วัน ที่เพิ่งผ่านไป
พญ.ศิริพัฒนา ได้สรุปโครงการด้วยคำพูดที่มองเห็นภาพ การเตรียมงาน ประมาณ 6 เดือน แต่ระยะเวลาเข้าค่ายฯ จริง เพียง 3 เดือน
ส่วนเคล็ดลับของผู้ใหญ่ อ้วน ไม่มีอะไรมากมาย "กินเพื่ออยู่ นะคะ อย่าอยู่ เพื่อกิน"
วันนี้ ก่อน ปิดค่ายฯ มีการให้เด็ก ช่างน้ำหนัก ภายหลังที่ร่วมโครงการ 3 วัน มี เด็กที่น้ำหนักลดลงไปมากที่สุด 5 ขีด (จริง ๆ นะคะ เครื่องช่าง Digital ที่ผ่าน การ Calibration แล้ว) เล่นเอาทีมทำงานยิ้มแก้มปริ
เจ้าประคุณเอ้ย กลับไปบ้านแล้ว ควบคุมตนเองให้ได้เท่านั้นแหละ ทุกอย่างจะเป็นไปตามเป้าหมาย
สวัสดีค่ะ
เป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้อย่างมากมายเลยค่ะ
อยากให้มีกิจกรรมดีๆแบบนี้เกิดขึ้นที่ แม่ฮ่องสอนบ้างจังค่ะ
- ขอบพระคุณ คุณมะปรางเปรี้ยว นะคะ ที่แวะเข้ามชม และร่วมแสดงความคิดเห็น
จากการสรุปไว้ข้างตน เด็ก ๆ มีพฤติกรม การกินที่เปลี่ยนไป นะคะ แต่เกรงว่า กลับไปอยู่บ้านจะมีพฤติกรรมเช่นเดิม ซึ่งทีมดำเนินงานยังมีความหวังอยู่ ตรงที่ นัด Follow Up 30 เมษายน ซึ่งผลการติดตามเป็นอย่างไร จะมาแบ่งปันนะคะ
- ขอบพระคุณ คุณองศาที่แตกต่าง นะคะ ที่แวะเข้ามาชม และร่วมแสดงความคิดเห็น
กิจกรรมค่ายเด็กน้ำหนักเกิน คงจัดบนดอยไม่ได้แน่นอน แต่อาจนำไปปรับใช้เป็น ค่ายเด็กน้ำหนักพริ้ว ดีกว่านะคะ เพราะขึ้นดอย ไปออกค่ายอาสาฯ เห็นแต่เด็ก หุ่นดี ๆ กันทั้งนั้น ไว้จัดกิจกรรมเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะมาแบ่งปันนะคะ