-
" สิ่งพิเศษที่จะต้องจัดเตรียมก่อนที่จะมีงานปอยหลวงตามความเชื่อในโบราณประเพณี เมื่อจะมีงานพิธีต้องมีศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองให้งานดำเนินไปโดยราบรื่นไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ ให้เดือดร้อน จึงมีการอัญเชิญพระอุปคุตมาคุ้มครองงาน พระอุปคุตนี้ได้ชื่อว่าเป็นอรหันต์ที่อาศัยอยู่ในสะดือทะเลเป็นผู้ที่สามารถปราบพระยามารที่อาจมาทำลายพิธีทำบุญนี้ได้
-
ในการอัญเชิญอุปคุตนนั้น ชาวบ้านนำขบวนแห่ไปอัญเชิญพระอุปคุตไปที่แม่น้ำแล้ว ให้ตัวแทนลงไปงมก้อนหินขึ้นมาแล้วถามคนที่รอบนฝั่งว่า"ใช่หรือไม่" เมื่อคนบนฝั่งบอกว่าไม่ใช่ก็งมหาต่อไปอีกสองสามครั้ง จนคนบนฝั่งบอกว่าใช่แล้ว ก็เชิญก้อนหินที่สมมุติว่าเป็นอุปคุตไปใส่พานที่เตรียมมาด้วย จากนั้นก็พากันแห่เพื่อนำไปไว้บนหออุปคุตที่สร้างคล้ายศาลเพียงตา หลังคามุงด้วยผ้าขาวซึ่งจะตั้งไว้ที่ข้างวิหาร บาตร กรวยดอกไม้ ธูป เทียน คนโทน้ำและสำรับอาหาร ๑ สำรับ และประตูรั้วปักสัปทนแทนร่มกันแดดกันฝน และจะต้องถวายสำรับอาหารทั้งมื้อเช้า และเพล เมื่อเสร็จงานปอยหลวงแล้วก็จะมีพิธีอัญเชิญอุปคุตกลับไปสู่แม่น้ำที่นำมานั้น"
ลำดับกิจกรรมในการอัญเชิญพระอุปคุตของคนเฒ่าคนแก่ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ในครั้งนี้ (ครั้งแรกในชีวิตครับ) ผมขอนำเสนอเรียงตามลำดับของกิจกรรม ดังนี้
กิจกรรมก่อนวันงานนั้น คนเฒ่าคนแก่จะต้องจัดเตรียมที่อยู่-ที่พำนักสำหรับพระอุปคุตก่อน โดยการทำสถานที่คล้ายกับบ้านจำลอง คล้ายโต๊ะที่มีเสา 4 ต้น ทำหลังคารูปโค้งด้วยผ้าขาว และก่อนวันงานจะมีการจัดเตรียมหินก้อนใหญ่จากฝายท่ากระดานจำนวน 1 ก้อน เพื่อนำมาสมมติเป็นพระอุปคุต โดยนำไปไว้ในคลองสวนหมากข้างๆ สำนักสงฆ์เกาะแก้วทรายทองสถานที่จัดงานปอยหลวง
ในวันเริ่มของงานปอยหลวงในช่วงเช้า คนเฒ่าคนแก่ก็จะชาวกันแห่ไปอัญเชิญพระอุปคุตที่แม่น้ำ(คลองสวนหมาก) โดยมีประสงห์เป็นผู้นำ เมื่อไปถึงที่ที่ได้นำพระอุปคุต(สมมติ) มาไว้ พระสงฆ์ก็จะอ่านคำอัญเชิญพระอุปคุต เมื่อใกล้จะจบการอ่านคำอัญเชิญก็จะมีคนลงไปอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาจากน้ำ เพื่อที่จะขึ้นมารักษางานปอยหลวงไม่ให้มีปัญหาอุปสรรคใดๆ

การอ่านคำอัญเชิญพระอุปคุต
และการอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากน้ำ

นำพระอุปคุต (ที่สมมิตจากหินแม่น้ำ)
มาไว้ในพานทองที่จัดเตรียมไว้

จากนั้นก็อัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำ

มีขบวนแห่พระอุปคุตจากแม่น้ำ(คลองสวนหมาก)
นำโดยพระสงฆ์

สถานที่ตั้งของพระอุปคุตในบริเวณใกล้ๆ
กับพระวิหารที่จัดงานปอยหลวง
(ซึ่งหลายท่านอาจเคยเห็นแต่คงไม่รู้ว่ามันคืออะไร)
เป็นอีกบันทึกหนึ่งที่ได้บันทึกเกี่ยวกับกิจกรรมจากความเชื่อของชาวบ้านที่พวกเราคนทำงานกับชุมชนไม่ควรมองข้าม เพราะการที่เราจะก้าวไปข้างหน้าที่เรียกกันว่าการพัฒนานั้น หากเรามองข้ามตัวตนของเรา ไม่ย้อนมองอดีตว่าเราคือใคร อยู่กันอย่างไร เดินกันมาอย่างไร ฯลฯ ทำให้การที่เราจะก้าวไปข้างหน้ามักจะหลงทาง หรือหกล้มหัวคะมำอยู่เสมอ
กิจกรรมของชุมชนในแต่ละพื้นที่นั้นคงจะยังมีอีกมาก หากพบเจอก็อย่าลืมนำมาบันทึกแลกเปลี่ยนกันด้วยนะครับ
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 17 มีนาคม 2551
น้องสิงห์ครับ
น้องสิงห์ครับ
เป็นภาพที่หาดูยากมาก ถึงมากที่สุด และมีความหมายทางจิตใจมาก
มาขอบคุณ..ท่านสิงห์ฯมากๆครับ
ผมบูชาพระอุปคุตมานานแล้วแต่ไม่เข้าใจว่าเรื่องราวทั้งหมดแต่หลังจากที่อ่านข้อมูลแล้วสบายใจมากเพราะเป็นมรดกจากคุณพ่อและรู้สึกเสียดายอีกองค์ นั้นคือ อีเป้อ ตอนนั้นจำได้ว่ามีคนนำมาขายให้กับคุณพ่อ สมัยนั้น 30,000บาท ไม่ใช่เงิน เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ผมรักษามาตลอดและเวลาเดินทางไกล้ผมจะต้องนำติดตัวตลอดมีอยู่ครั้งหนึ่งวันนั้นจำได้ว่าพาลูกไปรับปริญญาเสร็จแล้วต่อด้วยการพาลูก ๆ ไปเที่ยวทะเล และ ผมได้ลงเล่นน้ำกับลูกชายพอขึ้นจากเล่นน้ำตกใจมากเพราะพระอุปคุตที่ผมติดได้หายจากสร้อยคอแต่ด้วยบุญหรืออะไรไม่ทราบผมไสกางเกงและได้เอาชายเสื้อเข้าในกางเกงเล่นน้ำเป็น 2-3 ชั่วโมงแต่องค์พระได้อยู่ในชายเสื้อพอถอนออกองค์พระได้ตกต่อหน้าของกระผมด้วยความดีใจมากปัจจุบันห้วงมากยิ่งได้อ่านข้อมูลจากครูบาอาจารย์ยิ่งรักและห้วงมากแต่รูปภาพขององค์พระจะไม่เหมื่อนตามที่แจ้งในเอกสารเพราะองค์พระของผมจะเป็นปรางนั่งสมาธิและมีรูปประคำห้อยคอถ้ามีรูปที่มากกว่านี้จะดีจะได้เปรียมเทียมเพื่อดูเป็นแนวทางแต่องค์พระจะมีความพิเศษคือเวลาที่เราบูชาจะมีเหมื่อนมีน้ำเปียหรือชุมตลอกเวลา