ไข้ชัก

ไข้ชัก (Febrile Convulsion)

นิยาม           ไข้ชัก เป็นอาการชักที่เป็นลักษณะชักเกร็งหรือเกร็งร่วมกับกระตุกทั้งตัว (generalized tonic or tonic-clonic seizures) ที่เกิดจากมีไข้ มักพบในเด็กอายุ 3 เดือนถึง 5 ปี โดยที่สาเหตุของการชักไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในระบบ ประสาทหรือความผิดปกติของเกลือแร่ แคลเซียม และน้ำตาลในเลือด

อุบัติการณ์
          โรคนี้พบในประชากรเด็กทั่วไปที่อายุต่ำกว่า 5 ปีได้ประมาณ 3-5% โดยที่เด็กที่เป็นไข้ชักครั้งแรกมักเกิดภายใน อายุ 1-2 ปี ในขณะที่พบเด็กเป็นไข้ชักน้อยมากหลังอายุ 3 ปี

ชนิดของไข้ชัก

  1. ไข้ชักชนิดธรรมดา (Simple febrile convulsion) มีลักษณะชักเกร็งที่เกิดจากไข้นานไม่เกิน 15 นาที หลังชักเด็กปกติดี ไม่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท
  2. ไข้ชักชนิดซับซ้อน (Complex febrile convulsion) มีลักษณะ ดังนี้
    1. ลักษณะการชักเป็นการชักแบบเฉพาะที่ (Focal seizure)
    2. ชักนานเกิน 15 นาที
    3. มีการชักซ้ำภายใน 24 ชั่วโมง

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดไข้ชักครั้งแรก

  1. มีประวัติไข้ชักในครอบครัว
  2. ระดับของไข้ ยิ่งไข้สูงเท่าไรยิ่งมีโอกาสชักมากขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดไข้ชักซ้ำ

  1. อายุเมื่อชักครั้งแรก พบว่ายิ่งมีไข้ชักตอนอายุน้อยยิ่งมีโอกาสชักซ้ำมากขึ้น
  2. มีประวัติพ่อแม่หรือพี่น้องเคยเป็นไข้ชัก
  3. ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีไข้จนถึงมีอาการชัก ยิ่งระยะเวลาสั้นยิ่งมีโอกาสเกิดการชักซ้ำมากขึ้น
  4. ระดับความสูงของไข้ ยิ่งชักขณะไข้ต่ำยิ่งมีโอกาสเกิดการชักซ้ำมากขึ้น
  5. มีการชักเฉพาะที่
  6. มีไข้ชักอยู่นาน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคลมชักในอนาคต

  1. มีการชักแบบซับซ้อน โดยพบว่ายิ่งมีลักษณะการชักแบบซับซ้อนหลายข้อยิ่งมีโอกาสเป็นโรคลมชักเพิ่มขึ้น
  2. มีความผิดปกติของระบบประสาทหรือพัฒนาการ
  3. มีประวัติโรคลมชักในครอบครัว

ผลของไข้ชักต่อสติปัญญา
          จากการศึกษาไม่พบว่ามีความแตกต่างของระดับสติปัญญาระหว่างเด็กที่มีประวัติเป็นไข้ชักกับเด็กปกติ ไม่ว่าจะ เป็นการชักแบบธรรมดาหรือแบบซับซ้อนก็ตาม และไม่พบว่าไข้ชักจะมีผลเสียหรืออันตรายอย่างถาวรต่อเนื้อสมองด้วย แม้ว่าจะชักนานก็ตาม

การสืบค้นเพิ่มเติม

  1. การเจาะหลัง (Lumbar puncture) เพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อในระบบประสาท โดยพบว่าในเด็กเล็กที่มีเยื่อหุ้มสมอง อักเสบ (meningitis) จะตรวจไม่พบอาการระคายเยื่อหุ้มสมอง (miningeal irritation) ซึ่งทาง American Academy of Pediatrics แนะนำแนวทางการปฏิบัติดังนี้
    - อายุ < 12 เดือน ควรทำการเจาะหลังทุกราย
    - อายุ 12-18 เดือน พิจารณาเจาะหลังเป็นรายๆ ไป ขึ้นกับการสงสัยการติดเชื้อในระบบประสาท
    - อายุ > 18 เดือน ให้พิจารณาอาการทางคลินิกของเด็กเป็นหลัก
  2. การตรวจเลือด ได้แก่ เกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม น้ำตาล และการตรวจนับเม็ดเลือด (CBC) จะทำ ต่อเมื่อมีข้อสงสัยจากประวัติและการตรวจร่างกาย
  3. การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ไม่มีความจำเป็นในไข้ชัก เพราะไม่ได้บอกว่าจะเป็นโรคลมชักในอนาคตหรือไม่ ดังนั้นจึงทำเมื่อสงสัยว่าอาการชักมีสาเหตุจากโรคลมชัก

การรักษา
          การรักษาที่ดีที่สุดคือการให้ความรู้และคำแนะนำที่ถูกต้องแก่พ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กในการเช็ดตัวและให้ยาลด ไข้เวลาเด็กมีไข้สูงและปฐมพยาบาลอาการชักที่เกิดขึ้น การให้ยากันชักป้องกันไข้ชักนั้น พบว่า เด็กที่ได้รับกับไม่ได้รับไม่ มีความแตกต่างกันในแง่ของอัตราการเกิดโรคลมชัก ความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ และระดับสติปัญญา แต่การให้ยากันชักป้องกันไข้ชักยังต้องได้รับผลข้างเคียงจากยากันชักด้วย อาจจะไม่คุ้มค่าต่อการใช้ยากันชัก ดังนั้นการ จะเริ่มให้ยากันชักป้องกันไข้ชักจึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์แต่ละคนและความวิตกกังวลของผู้ปกครองด้วย